ไปให้ถึงเป้าหมายด้วย Backward Planning
เป้าหมายในชีวิตของคุณในตอนนี้คืออะไร ?

เรียนได้เกรดดีๆ ?
รวย ?
ผอม ?
มีเวลา ?
ก้าวหน้า ?
มีเพื่อนเยอะ ๆ ?
เที่ยวรอบโลก ?

แต่ละคนล้วนมีเป้าหมายในชีวิตแตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงชีวิตของคนเรา แต่ทุก ๆ คนน่าจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่าแล้วเราจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างไร

สำหรับคนที่มีเป้าหมายกระจ่างชัดแจ้งแล้ว ลองถามตนเองดูว่าเราจะวัดผลความสำเร็จนั้นอย่างไร

เช่น 
เป้าหมาย : ฉันจะผอม 
ตัววัดผลความสำเร็จ : เขาคนนั้นหันมาชอบฉัน

ถ้าผลออกมาลักษณะแบบนี้ ให้คุณไปอ่านอีกบทความหนึ่งของผมก่อน เพราะคุณกำลังมีปัญหาโดยสลับตำแหน่งเอาตัววัดผลมาเป็นเป้าหมาย

แต่ถ้าผลลัพธ์ออกมาเป็น
เป้าหมาย : ฉันจะผอม
ตัววัดผลความสำเร็จ : รอบเอวขนาดเล็กกว่า 29

ถือว่าพอใช้ได้แล้ว

สิ่งที่ผมกำลังจะอธิบายต่อไปนี้คือการวางแผนแบบย้อนกลับ (Blackward Planning) โดยเป็นวิธีนี้เป็นวิธีการวางหลักสูตรการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล 

แต่เรากำลังนำมาลองปรับใช้ในชีวิตประจำวันดู !

การวางแผนแบบย้อนกลับมี 3 (+1) ขั้นตอน
1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
2. กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ
3. ออกแบบวิธีการ
(*) ตรวจสอบความสอดคล้อง

อย่าพึ่งขมวดคิ้ว ผมจะค่อย ๆ อธิบายไปทีละขั้นตอน

1.ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
เป้าหมายของคุณตอนนี้คืออะไร มันอาจจะตอบยากในช่วงแรก แต่ลองนึกภาพว่าช่วงชีวิตนี้ของคุณเป็นภาพยนต์เรื่องหนึ่ง แล้วคุณอยากให้ตอนจบของภาพยนต์เรื่องนี้เป็นแบบไหน ลองใช้เวลานั่งเพ้อฝันกับมัน คิดให้ตกตะกอน ถามใจตัวเองดูหลาย ๆ รอบก่อนจะอ่านย่อหน้าถัดไป

คุณวาดภาพเป้าหมายของคุณเสร็จรึยัง ถ้ายัง ไม่เป็นไร... ลองดูเป้าหมายของผม

ผมอยากจะตั้งให้มันกว้าง ๆ หน่อยทุกคนจะได้เห็นภาพรวมชัด ๆ ดังนั้น...

เป้าหมายของผมคือการได้เป็น "Influencer ทางด้านการพัฒนาตนเอง ภายใน 5 ปี" 

ถ้าเป้าหมายของคุณยังไม่ชัดขนาดนั้นลองตั้งเป้าหมายที่เข้าใจง่าย ๆ ดู เช่นการออกกำลังกาย การตื่นเช้า การกิน การทำงาน การตรงต่อเวลา เป็นต้น

2. กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ
คนทั่วไปมักตั้งเป้าหมายและลงมือทำทันที นั่นเป็นเรื่องที่ดี เพราะคุณควรลงมือทำก่อนไฟแห่งความปราถนานั้นจะมอดลง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ลงมือทำแล้วจะประสบความสำเร็จ

เรามาเพิ่ม % ความสำเร็จด้วยการเพิ่มขั้นตอนอีกนิดกันดีกว่า

การกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ คือ คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า อะไรคือหลักฐานที่จะแสดงว่าคุณไปถึงเป้าหมายนั้นแล้ว ?

คุณอาจตั้งเป้าหมายว่าคุณจะลดน้ำหนักให้เหลือ 45 กิโลกรัมภายในปีนี้ หลังจากนั้นคุณก็ออกกำลังกายอย่างหนักจนน้ำหนักลงเหลือ 45 กิโลกรัมได้สำเร็จ

ยินดีด้วยคุณไปถึงเป้าหมายนั้นแล้ว !!

แล้วคุณก็เลิกออกกำลังกาย หันไปกินโดยไม่สนใจสุขภาพเหมือนเดิม 

คุณเห็นอะไรรึยัง ?

การกำหนดตัวชี้วัดอย่างระมัดระวังจะทำให้เป้าหมายของคุณสำเร็จอย่างแท้จริง ไม่ใช่ชั่วคราว ในกรณีการออกกำลังกาย คุณควรกำหนดตัวชี้วัดเพิ่มเติมนอกเหนือจากการออกกำลังกายจนน้ำหนักลด เช่น คุณไม่มีนิสัยกินจุกจิก คุณคิดว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นเรื่องปกติ เป็นต้น

ในส่วนของผมนั้น ผมจะตั้งตัวชี้วัดไว้ว่า 
- ผมต้องผลิตงานเขียนได้สัปดาห์ละ 3 ชิ้นเป็นประจำ
- ผมจะต้องมีผู้ติดตามมากกว่า 10,000 คนในช่องทางต่าง ๆ
- ผมจะต้องมีช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ มากขึ้น เช่น podcast youtube และอัพเดทผลงานตัวเองสม่ำเสมอ
- ผมต้องมีงานบรรยายตามเวทีต่าง ๆ
- ผมต้องได้ตีพิมพ์หนังสือ อย่างน้อย 2 เล่ม

ทีนี้ต่อไปลองใช้ขั้นตอนพิเศษคือ *ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างเป้าหมายและตัวชี้วัด

ตัวอย่าง

ถ้าผมได้ตีพิมพ์หนังสือ 2 เล่ม ผมเข้าใกล้เป้าหมายของผมหรือไม่ คำตอบคือ ใช่

ถ้าผมมีงานบรรยายตามเวทีต่าง ๆ เป็นประจำ เท่ากับผมเข้าใกล้ความเป็น Influencer หรือไม่ คำตอบคือ ใช่

ถ้าผมมีผู้ติดตามมากกว่า 10,000 คนในช่องทางต่าง ๆ ถือว่าผมเป็น Influencer รึยัง

อันนี้น่าสนใจ คิดไปคิดมาจำนวน 10,000 คนอาจจะน้อยเกินไป ผมน่าจะแก้ไขให้มากกว่านี้ อาจเป็น 20,000 หรือ 50,000 อันนี้ผมต้องหาข้อมูลเพิ่มอีกสักนิด

นี่คือตัวอย่างการตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างเป้าหมายและตัวชี้วัด

3. ออกแบบวิธีการ
ขั้นตอนนี้คุณต้องออกแบบ วิธีการ วิธีทำ วิธีปฏิบัติ (แล้วแต่คุณจะเรียกล่ะนะ) ให้สอดคล้องกับ ตัวชี้วัดเป็นหลัก

ตัวอย่าง

ตัวชี้วัดข้อหนึ่งของผมต้องการผลิตงานเขียนให้ได้จำนวน 3 ชิ้นต่อสัปดาห์

ดังนั้นผมต้องจัดสรรเวลาส่วนหนึ่งให้สามารถผลิตชิ้นงานตามเป้าหมายให้ได้

ทีนี้ลองตรวจสอบความสอดคล้องดู (เหมือนที่เราเคยตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างเป้าหมายและตัวชี้วัด)

การที่ผมจัดสรรเวลาไว้พอสมควรจะสามารถทำให้ผมผลิตชิ้นงาน 3 ชิ้นต่อสัปดาห์ได้หรือไม่

คำตอบคือ "ไม่แน่ !" แต่ทำไมล่ะ?

ผมอาจมีเวลาที่จะเขียน แต่ถ้าผมไม่มีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น ผมก็คงหมดเนื้อหาที่จะเขียนชิ้นงานเข้าซักวันหนึ่ง ผมต้องหาความรู้เพิ่มเติมด้วย

สรุปผมจะออกแบบวิธีการให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดเรื่องผลิตชิ้นงาน 3 ชิ้นต่อสัปดาห์ ดังนี้ครับ
- จัดสรรเวลาให้เพียงพอ
- จัดสรรเวลาเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
- เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเพื่อศึกษาบทความต่างประเทศ

จะเห็นได้ว่าขั้นตอนนี้จะสรุปไว้แล้วว่าคุณควรจะทำอย่างไร ที่เหลือก็คือลงมือทำเท่านั้นเอง

สรุป


ขั้นตอนการวางแผน
ตั้งเป้าหมาย -> กำหนดตัวชี้วัด -> ตรวจสอบความสอดคล้อง -> ออกแบบวิธีการ -> ตรวจสอบความสอดคล้อง -> ลงมือปฏิบัติ


ขั้นตอนการปฏิบัติ (ทำย้อนกลับ)

ปฏิบัติตามวิธีการที่ออกแบบ -> ผ่านตัวชี้วัด -> บรรลุเป้าหมาย


เป็นไงกันบ้าง สำหรับการนำการวางแผนย้อนกลับหรือ Backward Planning น่าจะพอนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อย


ผมขอฝากไว้ก่อนจากไปว่า การวางแผนจะไร้ความหมายหากคุณไม่ได้ลงมือทำ

อย่าลืมทิ้งข้อความติชมไว้ที่ Comment 

SHARE
Written in this book
Beyond Yourself ก้าวให้พ้นคุณคนเก่า
รวมบทความเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง ร่วมกันสร้าง skill อันจำเป็นในการเอาชีวิตรอดในศัตวรรษที่ 21

Comments

Jeanpilon
3 months ago
รู้จักเรื่อง SMART Goal มะ น่าจะช่วยประกอบเรื่องการตั้งเป้าหมายได้
Reply
PRACHA
3 months ago
เป็นหัวข้อกำลังจะเขียนต่อไปนี่แหละ
Bantuek28
3 months ago
ชอบค่ะ ขอบคุณเนื้อหาข้อความดี ๆ นะคะ ^^
Reply