คนไม่สูบบุหรี่

“มึงสูบบุหรี่ปะ???”
“ไม่...” 

แกถามฉันขณะที่เรากำลังนั่งทำงานในร้านกาแฟ ที่ห้ามสูบบุหรี่ ฉันไม่รู้หรอกแกต้องการอะไรจากคำถามนี้ แต่ฉันตอบความจริงเสมอถ้าแกเป็นคนถาม 

“หะ... มึงเรียนสายartไม่ใช่เหรอ”
“เออ ใช่” 
“แล้วมึงไม่สูบบุหรี่??? แม่งโครตแปลก” 
“แล้วเรียนartต้องสูบบุหรี่ทุกคนหรือไง หรือมึงสูบ???” 

ฉันถามกลับอย่างหัวเสียที่โดนบอกว่าเป็นคนแปลก แกไม่รู้หรอกตลอดเวลาที่เรียนมหาลัย ฉันโดนขอบุหรี่ไม่รู้กี่ครั้ง และพอตอบว่าไม่สูบ ทุกคนก็พูดเหมือนแกจนฉันเริ่มสงสัยจริงๆละว่า เด็กเรียนartมันจำเป็นต้องใส่กางเกงขาด เสื้อยืด และสูบบุหรี่ทุกคนหรือไง บางครั้งคนเราไม่ได้ต้องสูบบุหรี่แก้เครียดทุกคนหรอก 

“เออ กูนึกว่ามึงสูบก็เลยจะขอซักตัว” 
“.....เอาจริง??” 
“เออ งั้นมึงออกไปเป็นซื้อให้กูหน่อย” 
“เอาอะไร” 
“ Marlboro CrispMint 7-11ใกล้ๆนี่น่าจะมี” 

พูดจบแกก็ยื่นตังค์มาให้ ฉันก็รับแล้วลุกออกไปโดยไม่ตอบอะไร ฉันตกใจเล็กน้อยที่แกสูบบุหรี่แต่ก็ไม่คิดว่าจะโดนใช้ไปซื้อเหมือนกัน ดีที่7-11ไม่ได้ไกลจากร้านกาแฟที่เรานั่งทำงานเท่าไหร่ 

ฉันใช้เวลาเพียง 10 นาทีในการเดินไปซื้อบุหรี่ของแก พอฉันเดินกลับไปที่ร้าน ฉันก็เห็นแกออกมายืนรอที่หน้าประตู 

“ช้าจัง นี่เดินหรือคลานคะ” 
“หึ คลานไปซื้อมาให้แล้วครับคุณเพื่อน” 
“ขอบคุณค่ะคุณเพื่อนนน” 

ฉันส่งซองบุหรี่ให้แกพร้อมเงินทอน และกำลังจะเดินเข้าไปในร้าน แต่แกกระชากคอเสื้อฮูดฉันเอาไง้ซะอย่างนั้น 

“เดี๋ยวดิ อยู่เป็นเพื่อนก่อน” 
“หะ มึงก็สูบไปสิกูจะเข้าไปทำงานต่อ” 
“เอาน่าอยู่เป็นเพื่อนกูก่อน” 

ฉันมองแกด้วยสายตาสงสัย วันนี้แกทำตัวแปลกมากๆ แปลกกว่าปกติที่เราเจอกันหรืออย่างน้อยก็แปลกที่สุดเท่าที่ฉันจำได้ แต่ถึงจะสงสัยอย่างไงฉันก็ก้าวถอยหลังมานั่งที่หน้าร้านข้างๆแก ฉันมองแกแกะซองบูหรี่อย่างชำนาญ ต่อด้วยหยิบไฟแช็กจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาค่อยๆจุด ก่อนจะพ่นควันออกจากปากเล็กๆ ใบหน้าเล็กๆ ผิวขาว โครตไม่เข้ากับบุหรี่ในมือแกเอามากๆ 

เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่แกไปเรียนมหาลัย นั้นเป็นคำถามที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ฉันนั่งมองแกสูบไอ้บุหรี่ในมือ 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่...” 

ในที่สุดฉันก็ถาม ฉันทนความสงสัยของตัวเองไม่ได้ แกก็คงจะเข้าใจเพราะตลอดมาความอยากรู้คือสิ่งเดียวที่ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ตั้งแต่เด็ก 

“หมายถึงอะไร???” 
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แกสูบบุหรี่” 
“ทำไมถึงอยากรู้ เอาจริงยังไงก็ไม่เกี่ยวกับมึงเปล่าวะ” 
“......บอกไม่ได้???”
“.....เออ ไม่บอก” 

ตอนที่แกตอบมานี่เสียงดูเศร้าเอามากๆ จนฉันพอจะเข้าใจบางอย่าง เคยมีรุ่นพี่คนนึงบอกว่า ครั้งแรกที่เขาเริ่มสูบบุหรี่คือตอนงานศพของแม่ ที่เขาสูบบุหรี่แล้วพ่นควันออกไปนั้นก็เหมือนกับเป่าเรื่องในหัวทิ้งออกไป นั้นต่างหากที่ทำให้เขาเสพติดมัน มันเป็นเหตุผลที่โครตศิลปิน แต่ที่ทำให้ฉันเชื่อเพราะตอนที่เขาพูดเขาก็สูบแล้วเป่าควันออกมา ด้วยสายตาที่เหมือนกับแกในตอนนี้

“.....เออ ขอโทษที่อยากรู้ไม่เข้าเรื่อง” 
“มึงรับงานทำไมวะ.....”
“.....” 
“มึงรู้เรื่องกูกับไอ้แบงค์ใช่มั้ย” 

เรื่องนี้เองเหรอ ในที่สุดแกก็ยอมตอบ ฉันนึกว่าอะไรที่แท้ก็เรื่องนี้เอง 

“อืม....กูรู้” 
“แล้วทำไมมึงถึงมารับทำงานให้มันวะ มึงต้องการอะไร...” 
“ก็แค่อยากจะรักษาสัญญา.....” 
 
ทันที่ตอบแกก็หันหน้ามาสบตาฉันแทบจะทันที สีหน้าตกใจของแกนั้นทำให้ฉันรู้สึกดีใจนะ ที่แกยังจำคำสัญญาได้ ไม่ใช่ฉันคนเดียว

“กูขอโทษ....”
“เรื่องอะไร??”
“กูขอโทษที่ไม่ยอมบอกมึงแต่แรก กูขอโทษ....” 

น้ำตา.... แกร้องไห้อีกแล้ว แกทำให้ฉันไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องดีหรือเปล่าที่เอ่ยบอกถึงเหตุผลของฉัน

“ไอ้แบงค์ สบายดีมั้ย....”
“มึงอยากรู้จริงเหรอ” 
“เอาจริงๆก็ไม่หรอก แค่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อนะ” 

ฉันไม่อยากให้แกคิดมาก อยากให้แกเดินหน้าต่อไปโดยที่ไม่ต้องมาสงสัยหรือกังวลอะไรอีก ปล่อยเรื่องราวหนักใจให้ลอยไปเหมือนควันบุหรี่ที่แกพ่นแล้วก็จางหายไปในอากาศ 

ใช่ ปล่อยเรื่องของเราให้จางหายไปในอากาศ นั้นอาจเป็นบทลงโทษที่สาสมสำหรับฉันแล้วก็ได้ บทลงโทษของคนที่ทิ้งคำสัญญาไปแล้วครั้งนึง 

“ไปได้แล้วคุณสถาปนิก เดี๋ยวงานไม่เสร็จ” 

ฉันพูดขึ้นก่อนจะลุกเดินเข้าไปในร้านโดยไม่มองหน้าแกอีก ถึงฉันจะไม่ได้ร้องไห้แต่ไม่ได้แปลว่า ฉันจะเข้มแข็งอะไรมากนัก ฉันก็คนธรรมดาๆนี่ละ 
คนธรรมดาที่อยากจะรักษาสัญญาของคนที่ฉันรักเอาไว้ให้ได้ซักครั้ง 

ในห้องเรียนวิชาศิลปะของโรงเรียนแห่งหนึ่งเมื่อ 10 ปีก่อน

“นี่มึงสัญญากับกูก่อน” 
“สัญญาอะไร???” 
“สัญญาว่า ถ้ากูเป็นคนเขียนแบบบ้าน มึงต้องมาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่กูเขียนทุกชิ้น โอเคมั้ย ” 
“ได้.... แต่กูมีข้อแม้” 
“อะไร?!?” 
“บ้านนั้นต้องเป็นเรือนหอของมึงกับกูนะ ไม่งั้นกูไม่ทำ”
“อะ....ไอ้*%*#+*#” 







SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นแห่งวันเวลา
หนังสือสำหรับรวมเรื่องสั้นที่แต่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวผมเองเท่านั้น 
Writer
Singtosan
ชายผู้หลบซ่อนตัวในความสงบ
เราคือชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่อย่างสงบในหมู่บ้านอันห่างไกล ไม่ต้องพบเจอผู้คนมากมายก็ได้ แค่ในยามราตรีได้นั่งเขียนข้อความถึงดวงจันทร์และท้องฟ้า บอกเล่าความฝันของผู้คนก็เพียงพอแล้ว

Comments