ชายไร้สีกับปีแสวงบุญ - บันทึกการอ่านครั้งที่สอง
เมื่อคืนนี้เป็นคืนที่ได้เปิดอ่านชายไร้สีกับปีแสวงบุญยาวๆ ครั้งที่สอง
แต่เป็นการอ่านครั้งแรกที่ความรู้สึกใกล้เคียงกับทสึคุรุมากที่สุด - ครั้งแรก
ความรู้สึกของทสึคุรุที่ถูกเพื่อนลอยแพออกจากกลุ่มแบบไร้เหตุผล และความรู้สึกที่เหมือนกับมีบาดแผลในใจตลอดเวลา เป็นความรู้สึกที่ฉันเพิ่งเข้าใจ

เปล่า ฉันไม่ได้ถูกเพื่อนลอยแพจากกลุ่ม แค่มีคนคนหนึ่งออกจากชีวิตของฉันไปโดยไร้เหตุผล
ครุ่นคิดหาเหตุผลด้วยตัวเอง ความจริงเหตุผลก็พอมี แต่เป็นการคาดเดาเอาเสียมากกว่า

"เราไม่คิดว่าจะถึงขั้นเลิกคบกันแบบนี้เลย"
เพื่อนสนิทของฉันแทบไม่เข้าใจและบอกคำนี้ เมื่อเล่าเรื่องจบ

"ไม่รู้สินะ ไม่เมื่อเค้าสมัครใจจะออกจากชีวิตเราแล้ว เราก็ไม่รู้จะตามเขาให้กลับมาทำไม"

มันก็จริง ตอนแรกฉันไม่เข้าใจทสึคุรุเลยว่าเพราะอะไร เขาจึงเก็บเรื่องที่ถูกเพื่อนทิ้งเอาไว้ในใจโดยไม่ถามเหตุผลได้นานเป็นสิบๆ ปี และคิดว่าตัวเองลืมได้ ทั้งที่จริงๆ มันก็เป็นบาดแผลที่เขาไม่อาจลืม เป็นบาดแผลที่ไม่มีวันหาย

ทำไมเขาไม่ถาม ฉันว่าฉันเข้าใจเขานะ
"เพราะการเลือกที่จะเดินออกไป ก็คงมีการตัดสินใจที่ดีมากแล้ว แล้วถ้าเขาเดินจากไป เราจะไปถามเหตุผลทำไม เหตุผลง่ายๆ ก็คือเขาไม่ได้อยากมีเราอยู่ในชีวิตแล้ว เพราะงั้นเราก็อยู่ต่อไปในแบบของเราเถอะ เพราะถึงจะกลับไปง้อขอคืนดี ความรู้สึกของเราสองคนก็ไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป"

เมื่อคืนนี้ฉันฟังเพลง Le mal du pays แล้วร้องไห้เป็นครั้งแรก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ฟังมาหลายครั้ง แต่กลับรู้สึกเฉย ๆ กับเพลงนี้ 

น่าจะเป็นเพราะท่วงทำนองที่งดงามของหญิงสาวนักเล่นเปียโนผู้นั้นเป็นแน่ เพลงของเธอท่อนกลาง ทำให้จินตนาการถึงทิวทัศน์ในชนบทที่ก่อให้เกิดความโศกเศร้าอย่างแท้จริง ประหนึ่งนั่งรถไฟไปบนทางสายที่ไม่คุ้นเคย รอบด้านเป็นต้นไม้สูงและทุ่งหญ้า เราหลับตา และคิดถึงอดีตอันไกลโพ้น...

ไม่มีอะไรเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว และคงไม่มีวันเป็นเหมือนเดิม

ในทวิตฉันยังคงทวิตถึงชื่อของเธอ และเรื่องนี้เสมอ มันคงเป็นบาดแผลในใจที่ลบไม่ออกจริงๆ

แม้ในเรื่องชายไร้สี สุดท้ายทสึคุรุจะออกเดินทางหาคำตอบไปจนถึงเฮลซิงกิ เดินทางไกลข้ามทวีปขนาดนั้น เพื่อที่จะหาเหตุผลที่แท้จริง



แต่ในชีวิตของฉัน สิ่งที่ฉันทำได้ กลับมีแค่การเก็บรวมรวมโปสการ์ด - จดหมาย ภาพวาดใบเก่าที่เธอเคยส่งมาให้ เก็บรวบรวมใส่ในกล่องคุกกี้ เอาไว้ก้นตู้

เก็บเอาไว้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน
ล็อกกุญแจปิดตู้นั้นเอาไว้
ปิดผนึก

SHARE
Written in this book
Lazy Diary
ไดอารีบันทึกชีวิตเมื่อวัย 30 ปี มาถึง

Comments

niji
11 months ago
ว่าจะเขียนเฉพาะวันอาทิตย์ เอาเป็นว่าเขียนเท่าที่อยากจะเขียนดีกว่าเนอะ ความรู้สึกมันได้ :)
Reply
niji
11 months ago
https://youtu.be/mmjcPkZEpsw คลิปเพลง Le mal du pays
Phylira
11 months ago
MURAKAMI HARUKI แน่ๆ
Reply
niji
11 months ago
ใช่แล้วค่ะ อ่านยังคะเล่มนี้
nawtpal
10 months ago
ขอบคุณตอนนั้นที่แนะนำให้อ่านเล่มนี้นะครับ เห็นบทความนี้แล้วอยากหยิบมาอ่านใหม่เหมือนกัน
Reply
niji
10 months ago
อ่านรอบสองก็ยังดีเหมือนเดิม :)
Maithira
6 months ago
ชอบเล่มนี้ค่ะ :)​
Reply
niji
6 months ago
เป็นเล่มที่เศร้าเนอะ

Maithira
6 months ago
เห็นด้วยค่ะว่าเศร้า เป็นความเศร้าที่ไม่ฟูมฟายและสัมผัสได้
อ่อ ชอบแนวการเขียนแบบนี้นะคะ จะคอยติดตามค่ะ :)​