Let it be
16.17 น

 ผมกำลังทำการบ้านวิชาบัญชีที่โคตรจะปวดหัวและซับซ้อนและกำลังกำลังต่อสู้กับตัวเลขที่สลับช่องไปมาอย่างน่าปวดหัวโดยมีเพลงจาก playlist โปรดเป็น background 
ในที่สุดด้วยความหงุดหงิดและปวดตาผมตัดสินใจเดินมาทิ้งตัวนอนลงที่เตียงเตียงเงยหน้ามองเพดานและบ่นกับตัวเองในใจ
“ทำไมมันยากขนาดนี้วะ แล้วชีวิตที่ต้องเจอมันไปอีก 3 ปี จะไหวมั้ยวะเนี่ย”

ความท้อใจทำให้ผมพาลไปคิดเรื่องอื่นต่างๆนาๆทั้งการที่ต้องกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงหลังวันหยุด งานชิ้นใหม่ ความวุ่นวายที่ต้องเผชิญในหนึ่งวัน ความน่ารำคาญ ความกดดันจากรอบตัว และอีกมากมายจนผมถอนหายใจเฮือกใหญ่และจิตตกไปเล็กน้อย
ขณะนั้นเอง บทเพลงที่ผมคุ้นเคยและไม่ได้ฟังนานมากได้ถูกสุ่มขึ้นมา

Let it be ,let it be,let it be,let it be
Whisper words of wisdom,let it be

ผมนอนฟังแล้วก็คิดตาม ถ้าเราจะ let it be ได้ทุกเรื่องมันก็คงจะดีนะ
แต่ชีวิตจริงแม่งทำได้ที่ไหนหละ ถ้าคำนี้มันจะเป็น word of wisdom หรือคำพูดแห่งปัญญา
อย่างที่เพลงกล่าวไว้จริง ผมยอมเป็นผู้ไม่มีปัญญาก็ได้ เพราะผมไม่สามารถ let it be ได้สักเรื่องเลยในตอนนี้ ไม่งั้นคงไม่มานอนถอนหายใจอยู่แบบนี้หรอก  

There will be an answer,let it be

นั่นไง คำให้กำลังใจแบบเลื่อนลอยมาอีกแล้ว answer ผมมันคืออะไรหละ ความหวังเลื่อนลอยไมไ่ด้ช่วยอะไรหรอกนะเลนน่อน ผมควรปล่อยใจแล้วรอคำตอบที่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ของผมเหรอ ผมชิลขนาดนั้นไม่ได้จริงๆนะ

 แทนที่จะฟังเพลงให้เพลินใจกลายเป็นเครียดกว่าเดิมอีกเหรอวะเนี่ย...
ชั่งมันเถอะ สุดท้ายผมก็ต้องกลับไปทำงานต่อ
ช่วงตัดพ้อและท้อแท้ของวันนี้พักไว้ก่อน เพราะยังไงซะ  8 โมงเช้าของพรุ่งนี้ผมก็จะเข้าสู่ช่วงนี้อีกรอบอยู่ดี....


คิดไปคิดมา นี่ผมพึ่งจะ let it be ไปนี่หว่า......
SHARE

Comments