Lazy Sunday - 1 -
วันนี้ตื่น 05.00 ตั้งนาฬิกาปลุกแบบไร้เสียง ไม่รู้มีใครลองบ้างหรือเปล่า ปกติฉันจะตั้งนาฬิกาปลุกแบบมีเสียง แล้วพอนาฬิกาดังก็มาเลื่อนปิดไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ ทำแบบนั้นจน 6.00  ไม่สิ พอตื่นขึ้นมา แม่ก็บ่นว่าจะปลุกทำไม ในเมื่อตื่นเวลาเดิมอยู่ดี

ตื่นมาอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน ชงกาแฟแบบไม่เติมอะไรสักอย่าง เนสกาแฟกับน้ำร้อน ได้อเมริกาโน 1 ช็อตเข้มๆ ปลุกประสาทเป็นอย่างดี จบกระบวนการจิบกาแฟแบบรีบๆ ได้ยินเสียงไก่ขันข้างบ้านและบรรดาสรรพสัตว์ร้อง นึกได้ว่า "อืมนะ ต่างจังหวัดก็ดีแบบนี้เอง" ความเรียบง่าย และเสียงสรรพสัตว์เป็นอะไรที่ไม่ต้องซื้อต้องหา ได้ยินได้ฟังบ่อยจนพาลกลายเป็นเรื่องปรกติธรรมดา แต่ถ้าวันไหนหายไป ความสุขคงขาดไปสัก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อย

กาแฟปลุกประสาท พร้อมออกกำลังกาย เวทขาตามคลิปแบบหนักๆ 30 นาที ช่วงเวลาการทรมานกล้ามเนื้อได้เริ่มต้นขึ้น เทรนกล้ามเนื้อในแบบของตัวเองแล้วต่อด้วยคาร์ดิโออีก 30 นาที กระโดดเชือกแบบไร้เชือก? เชือกล่องหน สลับกระโดดตบ ทำง่ายๆ ในบ้าน ถ้าทำได้ครบกระบวน ฮอร์โมนความสุขจะหลั่งออกมาเอง เป็นความสุขแบบที่ไม่ต้องรอให้ใครมามอบให้เรา

"คนเราไม่ควรยึดความสุขไว้กับใครคนไหนคนหนึ่ง เพราะวันไหนที่ขาดเขาไป เราจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง"

พี่สาวฉันเคยว่าได้อย่างนั้นนะ ตอนนี้ฉันเห็นจริงตามนั้น

มีนัดกับหมอฟันตอน 9 โมงเช้า ออกกำลังกายเสร็จ กว่าจะกินอาหารมื้อเช้า อาบน้ำ แต่งตัวก็ปาเข้าไป 8.30 น. เลือกเสื้อผ้าก็ปาไป 10 นาที ไปหาหมอฟันผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องให้ความสำคัญขนาดนี้ 

อาจจะเพราะว่าฉันไม่มีนัดกับใครมานานแล้วก็ได้

จอดรถหน้าคลีนิก เปิดประตูเข้าไป โมบายหน้าประตูส่งเสียงกรุ๋งกริ๋ง มีผู้ช่วยผมสั้นคุ้นตาคนเดิม กับน้องผู้หญิงอีกคนที่ไม่เคยเห็นหน้าอยู่ด้วยกัน ผู้ช่วยแจ้งว่าคุณหมอยังไม่มา

ดีนะที่หยิบ "ชายไร้สี กับปีแสวงบุญมา" ไม่อย่างนั้นคงได้ไถสมาร์ทโฟนจนเบื่อแน่ๆ ฉันไม่ค่อยชอบเล่นสมาร์ทโฟนสักเท่าไรนัก ในพักหลังๆ ไม่ใช่เพราะปวดตา แต่เพราะไม่มีใครให้รออ่านข้อความ ไม่มีอะไรที่รออยู่ในโทรศัพท์มือถือ ข่าวสารก็ขอเถอะ... พอที ฉันเครียดกับสภาพบ้านเมืองมามากแล้ว ( และก็คงจะเครียดต่อไป )

อ่านไปจนถึงตอนที่ทสึคุรุ เล่าประสบการณ์ที่ถูกเพื่อน "เท" โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวให้สาละฟัง พลางคิดถึงเรื่องตัวเอง ฉันเองก็เพิ่งถูก "เท" มาไม่นาน พอจะเข้าใจดี ว่าการถูกเทแบบไม่มีเหตุผล เป็นอย่างไร

"คุณหมอมาแล้วค่ะ เชิญเข้าห้องได้"
ฉันมาที่คลีนิกนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว คุณหมอฟันใจดี ยิ้มง่าย พูดเพราะ ทำให้นึกถึงบรรยากาศอันแสนสงบเมื่อสิบปีที่แล้ว (ทำไมต้องเป็นสิบปีที่แล้วด้วย ไม่แน่ใจเหมือนกัน)
บุคลิกของเธอทะมัดทะแมง มั่นใจในตัวเองสูง 
อุดฟันเป็นกระบวนการที่ไม่น่ากลัว แม้ฉันจะไม่ชอบคลีนิกทำฟันเลยก็ตาม

ทำฟันเสร็จ ไปฉลองวันเกิดล่วงหน้าให้ตัวเองด้วยสลัดปลาแซลมอนของร้านอาหารฝรั่งที่หรูหราที่สุดในจังหวัด กับบรรยากาศที่ดี และเนื้อปลานุ่มละมุนลิ้น น้ำสลัดรสกลมกล่อม 

ขับรถกลับบ้าน ระหว่างทาง ต้องผ่านร้าน "ของเขา" อดไม่ได้ที่จะแวบมองเข้าไปในร้าน เห็นเขาคุยกับลูกค้าอยู่ แค่ระยะเวลาราวๆ สามวินาที ยังสังเกตรายละเอียดของเขาได้ชัดเจนขนาดนั้น 

เขาก็คงก้าวต่อไปไหนถึงไหนแล้ว จากวันนั้น
มีแต่ฉันที่หยุดอยู่ตรงที่เดิม ที่ตรงนั้น และเดินต่อไปไม่ได้

สวัสดีวันอาทิตย์
SHARE
Written in this book
Lazy Diary
ไดอารีบันทึกชีวิตเมื่อวัย 30 ปี มาถึง

Comments

niji
10 months ago
ตั้งใจมีโปรเจ็คเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงวันเกิด และต่อเนื่องไปอีกสี่สัปดาห์ เขียนไดอารีวันอาทิตย์ ยังไงก็ฝากอ่านกันด้วยค่ะ ผู้เขียนไม่ค่อยได้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมานานมากแล้ว อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน แต่เพราะอยากเขียนก็เลยมาเขียนค่ะ ฮ่าๆ
Reply
Deux
10 months ago
สู้ๆนะ จะรออ่านเรื่องดีๆ ของน้องอยู่นะ เดี๋ยวก็จะเจ็บน้อยลงจ้า

จะถามด้วยว่าได้เล่น blockdit ไหม
niji
10 months ago
ไม่ได้เล่นเลยค่ะ เดี๋ยวลองเข้าไปดู จริงๆ ก็หายเสียใจไปมากแล้วนะคะ เลยมาอัพไรเรื่อยเปื่อยได้ ขอบคุณนะคะ :)
mans
10 months ago
จะรออ่านผลงานของคุณบีนะครับ
Reply
niji
10 months ago
ขอบคุณนะคะ