ห้องลับในหัวใจ
ฉันเคยถามนายดินว่า ก่อนจะมาคบหากัน นายดินเคยคบหาใครมาก่อนบ้างไหม นายดินบอกว่าเคยนะ แต่ไม่ค่อยอยากพูดถึง เพราะผู้หญิงที่เคยผ่านมา มาแต่หลอกลวง มาช่วยขายของแต่เอาเงินไปมาก บางคนก็มีลูกมีสามีแล้ว ก็มาหลอกลวงกัน ฉันรู้ว่านายดินเป็นคนขี้สงสารและไว้ใจคนง่าย หากมีคนเดือดร้อนมาเอ่ยปากขอเงิน มีหรือที่เขาจะไม่ให้ ฉันเคยบอกเขาอยู่หลายครั้ง หากฉันเป็นคนโลภสักนิด นายดินก็คงหมดตัวไปแล้ว เพราะเขาไว้ใจฉันมากเกินไป แต่โชคดี ฉันเคยสาบานกับพระเอาไว้ ชีวิตนี้จะไม่ขโมยของ ล่อลวงเอาของๆ ใครมาอีกแล้ว

เหตุเพราะครั้งหนึ่งสมัยเรียนมัธยมปลาย ฉันกับเพื่อนต้องทำรายงานกลุ่มวิชาฟิสิก ซึ่งสมัยนั้นหนังสือวิชาฟิสิกหาอ่านยากมาก เราหาในห้องสมุดวิทยาศาสตร์แล้วแต่ก็ไม่พบ จนเวลาสี่โมงเย็นเห็นจะได้ พวกเราไปเจอหนังสือที่ต้องการอยู่ที่ห้องสมุดใหญ่ของโรงเรียน ซึ่งตอนนั้นพวกเราไม่มีสมุดยืมคืนหนังสือกันเลย อีกทั้งล่วงเลยเวลาสำหรับยืมคืนหนังสือแล้ว ด้วยความเป็นเด็ก จึงคิดกันง่ายๆ ว่า เราแอบถือออกไปถ่ายเอกสารสักครู่เดียว แล้วจะรีบเอากลับมาคืน ไม่ได้ตั้งใจจะขโมยไปเลย แต่เพราะพวกเราไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน จึงพากันตื่นเต้นประหม่า เดินทำสีหน้าและอาการลอกแล่กผ่านหน้าอาจารย์บรรณารักษ์ ยังไม่ทันจะพ้นประตูห้องสมุด ท่านก็จับได้ ถามว่าหนังสือเล่มนั้นได้ยืมหรือยัง พวกเรารีบยกมือไหว้ขอโทษอาจารย์ทันที บอกว่าจะขอเอาไปถ่ายเอกสาร เพราะจำเป็นจริงๆ อาจารย์ท่านบอกว่าไม่ได้ เรื่องนี้ต้องถึงอาจารย์ฝ่ายปกครองและต้องประกาศหน้าเสาธง ฉันรู้สึกผิดและกลัวมาก กลับมาบ้านก็รีบกราบพระ บอกว่าขอให้อาจารย์ให้อภัย อย่านำเรื่องขึ้นหน้าเสาธงเลย อาจารย์ประจำชั้นและอาจารย์ประจำวิชาคงจะร้อนใจไปตามๆ กัน หากสิ่งที่ฉันขอเป็นจริง ฉันจะไม่ลักขโมยของ ไม่ผิดศีลข้ออทินนาอีกเลย ตราบจนหายใจสุดท้ายของฉัน

และแน่นอน คำขอของฉันเป็นจริง อาจารย์บรรณารักษ์ให้อภัยพวกเรา จากนั้นมา ฉันก็ไม่คิดอยากได้ของที่ไม่ใช่ของของฉันอีกเลย

(แต่ถึงจะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ ฉันก็ไม่เคยลักขโมยของๆ ใครอยู่แล้ว ตอนเด็กๆ แม่ไม่ค่อยยอมให้เราไปเล่นที่ห้องพักของพนักงานคนอื่นๆ เพราะกลัวของๆ เขาหาย แล้วจะโทษว่าเราเอาไป อีกทั้งแม่ไม่เคยสนับสนุนให้เป็นเด็กขี้ขโมย แต่กฎหมายยังมีช่องโหว่ คนก็ยังพยายามหาช่องว่างของศีลธรรม เช่น เจอเงินที่ตกบนพื้น หยิบของที่ไม่มีเจ้าของ อะไรทำนองนี้ ซึ่งก่อนที่จะสาบานกับพระฉันก็ยอมรับว่าเคยทำบ้าง เพราะคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่ผิดศีล แต่ ณ ตอนนี้ หากเจอเงินที่ตกบนพื้น ถ้าหาเจ้าของไม่ได้ ฉันจะนำไปหยอดตู้บริจาค เป็นต้น)



ทีนี้กลับมาเรื่องของห้องลับในหัวใจ

นึกแล้วก็แอบหมั่นไส้นายดิน ทำไมถึงมีแฟนมาหลายคนเหลือเกิน ไอ้ตัวฉันนั้น ไม่เคยคบหาใครเป็นแฟนจริงๆ จังๆ มาเลยสักคน ถ้าเป็นพวกแอบรักเขาข้างเดียวล่ะก็ ฉันก็นับว่าเป็นมือฉมังเลยทีเดียว

ฉันเคยรู้สึกผิด เคยคิดสับสนในใจ ฉันรักนายดินมาก นอกจากเขาแล้ว ฉันไม่เคยอยากใช้ชีวิตแบบสามีภรรยากับชายใดอีกเลย ต่อให้เป็นรุ่นพี่ดาวคณะที่เคยเป็นขวัญใจสมัยเป็นเฟรชชี่ก็ตาม ฉันเคยกรี๊ดรุ่นพี่ดาวคณะมากก็จริง แต่เหมือนกับการกรี๊ดดารานักร้องสักคนหนึ่ง มันเป็นได้แค่นั้นแล

แต่ทว่าห้องลับในหัวใจของฉัน กลับมีผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นรักครั้งแรกของฉันแอบซ่อนอยู่ ฉันเคยชอบเขาตั้งแต่งานรับน้องปีหนึ่ง เพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษมาก เล่นกีตาร์ก็เก่ง เล่นกีฬาก็เก่ง นิสัยก็ดี ไม่ขาวมาก (ฉันไม่ชอบผู้ชายตัวขาวๆ) ด้วยความที่เป็นเพื่อนกัน ฉันไม่สามารถบอกความในใจให้เขารู้ได้ ฉันยังอยากเป็นเพื่อนกับเขา พูดคุยกับเขา มองหน้าเขาได้แบบนี้ตลอดไป แล้วก็ตั้งใจว่า ในงานวันรับปริญญานี่แหละ ฉันจะเดินไปบอกเขา ว่าเพื่อนคนนี้มีใจให้เธอมาตลอดสี่ปีเต็มเลยนะ

น่าเสียดาย ในงานวันรับปริญญา เราไม่ได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมเดียวกันเลยสักใบ หากไม่นับรูปรวมบัณฑิตที่เรายืนห่างไกลกันคนละโยชน์ และแน่นอนว่าความในใจของฉันก็ไม่ได้เผยออกไป เพราะเพื่อนของฉันคนนี้ ได้เปิดตัวคบหาเพื่อนหญิงคนหนึ่งไปแล้วตั้งแต่ตอนขึ้นชั้นปีที่สอง มากไปกว่านั้น เพื่อนหญิงคนนี้นิสัยดีมาก ฉันก็ชอบพอกับเธอมาก คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ความในใจของฉันจึงเป็นเหมือนข้อความต้องห้าม หากมันได้เปิดเผยออกไป ฉันจะเสียเพื่อนรักไปถึงสองคน

เรื่องนี้มีเพื่อนสนิทของฉันรู้อยู่บ้าง ทุกคนแนะนำให้ฉันบอกความลับนี้ออกไป เวลาผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว ทั้งฉันและชายหนุ่มคนนั้นต่างมีคนรักเป็นตัวตน คงไม่มีใครถือสากัน แต่ฉันยังยืนยันคำเดิม ว่าขอให้มันเป็นความลับต่อไป เว้นแต่วันที่ฉันไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว หากบรรดาเพื่อนสนิทที่เคยเป็นแม่ยกของฉันต้องการจะบอกเรื่องนี้ให้ชายหนุ่มคนนั้นได้รับฟัง ฉันก็จะขอบคุณอย่างยิ่ง สิ่งที่ค้างคาใจฉันมาตลอดจะได้ออกจากใจของฉันไปเสียที

แน่นอน ห้องลับและความลับในหัวใจนี้ทำให้ฉันรู้สึกผิดต่อนายดินมาก แม้ฉันจะเคยเล่าเรื่องนี้ให้นายดินฟัง แต่นายดินก็คงไม่รู้ว่าฉันฝันถึงชายหนุ่มผู้เป็นรักแรกของฉันอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่ต้องไปเจอกันในงานเลี้ยงรุ่น ฉันยังใจเต้นตึกตัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จนเมื่อได้คุยกับพี่กิ่ง พี่กิ่งบอกว่า พี่ที่ทำงานของพี่กิ่ง ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน คือแม้จะแต่งงานมีลูกมีสามีแล้ว แต่ลึกๆ ในใจก็มีใครอีกคนยังฝังแน่นอยู่ ยากที่จะลืมเลือน มันเป็นความประทับใจและความทรงจำดีๆ ในชีวิต ที่ลืมอย่างไรก็ลืมไม่ลง

ฉันรู้สึกผิดและสับสนอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่ง คืนหนึ่ง

คนในห้องลับ: เราเลิกกับ A แล้วนะ และเราก็รู้แล้วว่าแก้วชอบเรา เราก็ชอบแก้วเหมือนกัน

(ความฝันหนอความฝัน เข้าข้างตัวเองชะมัด)

ฉัน: จริงหรือเปล่า พูดจริงๆ เหรอ

คนในห้องลับ: ใช่ เราแต่งงานกัน สร้างครอบครัวด้วยกันนะ

ฉัน: ดีใจมาก ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันนี้ เหมือนนางเอกในละคนน้ำเน่า ฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย สุดท้ายก็ได้ครองรักกับพระเอก

คนในห้องลับ: งั้นเราไปกันเถอะ แต่งงานแล้วก็ไปฮันนีมูนที่ทะเลกัน แก้วชอบทะเลไม่ใช่เหรอ

ฉัน: ฉันแต่งงานกับเธอไม่ได้ ฉันรักนายดิน ฉันทิ้งนายดินไปไม่ได้...ไม่ได้จริงๆ

ในคืนวันนั้น นายดินมานอนเป็นเพื่อนที่บ้าน เขานอนอยู่ข้างๆ ฉัน หน้าทีวีกลางห้องรับแขก ฉันตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเป็นความฝัน แต่ก็เหมือนฉันได้ปลดเปลื้องความสับสนและความรู้สึกผิดที่เคยมีต่อนายดินออกไปได้จนหมดสิ้น ฉันคว้าร่างของเขามากอด ฉันรู้ตัวแล้วว่าชายเดียวที่ฉันรักและต้องการจะใช้ชีวิตด้วยกันไปตลอดก็คือนายดินเพียงคนเดียว ส่วนชายในห้องลับนั้น เขาก็ยังอยู่ตรงนั้น อยู่ในส่วนลึกของหัวใจ เขาก็แค่นั่งอยู่ในความทรงจำของฉัน ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมคณะหรือรุ่นพี่ดาวคณะคนอื่นๆ ไม่มีทางมานั่งอยู่กลางหัวใจของฉันได้อีก

อีกไม่นานชายในห้องลับของฉันคงจะแต่งงานกับเพื่อนหญิงที่ฉันรักมากที่สุดคนหนึ่ง ใช่แล้ว พวกเขาคบหากันมาตั้งแต่เรียนชั้นปีที่สองจนถึงปัจจุบัน พวกเขาเหมาะสมกันทุกอย่าง ศีลเสมอกัน เป็นนักกีฬาเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสฉันจะไปร่วมงานแต่งงานของพวกเขาให้ได้ ฉันอยากให้พวกเขาได้รับรู้ ว่าเพื่อนคนนี้บริสุทธิ์ใจและยินดีให้พวกเขาเสมอ



หากวันหนึ่งนายดิน ชายในห้องลับหรือคนรักของเขาได้อ่านเรื่อง บันไดแก้ว ฉันอยากให้พวกเขาได้รับรู้ว่า ความรู้สึกที่ฉันมีให้พวกเขา ล้วนเป็นความรักที่บริสุทธิ์ใจ ไม่หวังทำร้ายทำลายใคร อย่าโกรธฉันเลยนะ นะ นะ ^^ 
SHARE
Written in this book
บันไดแก้ว
ชีิวิตจริง อิงนิยาย สุข เศร้า เหงา ซึ้ง ของแก้วกับนายดิน

Comments