you were good to me (สาอี้)
นาฬิกาบนข้อมือร้องดังเเจ้งเตือนว่าได้เวลาเข้าใกล้เช้าวันใหม่แล้ว



เวลาเที่ยงคืนฉันยังนั่งอยู่บนชิงช้าในสวนสาธารณะตรงนี้เงียบสนิทแต่ก็ไม่ได้มืดอะไรยังคงมีเเสงไฟที่ส่องมาให้ความสว่างไสวอยู่บ้าง ฉันดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมหัวเอาไว้เวลานี้อากาศเย็นขึ้นมาก มือทั้งสองก็ซุกไปที่กระเป๋าของเสื้อฮูด




ฉันรู้สึกอบอุ่นที่ร่างกายแต่ที่หัวใจมันกับเย็นยะเยือกเหมือนดั่งเช่นน้ำแข็ง





ในกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายมีกล่องพลาสติกจริงๆแล้วคือกระปุกใส่ยา oxycontin
ทุกคนต่างก็รู้ฤทธิ์ของเจ้ายาตัวนี้ดี ฉันก็เช่นกัน




เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพื่อนในโรงเรียนนี้ใช้ยาตัวนี้แล้วเอาการoverdoseถึงขั้นเสียชีวิตและเหตุผลที่ฉันขโมยมันมาจากป้าที่นอนป่วยอยู่ยนเตียงก็เพื่อจะใช้มันให้เกิดอาการแบบนั้นบ้าง





ฉันหาเหตุผลที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้อีกต่อไป ฉันสาบานได้เลยว่าฉันไม่ได้มีอาการ Depression หรอกนะ ให้สาบานต่อหน้าบาทหลวงได้เลย ฉันเบื่อโลกฉันเบื่อทุกอย่างที่อยู่รอบตัว ถ้าฉันมีแรงจูงใจที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มันก็คงจะดี






ฉันจะไม่บอกลาใครทั้งนั้น เพราะเดี๋ยวอีกไม่นานก็จะไม่มีใครจดจำฉันได้แล้วล่ะ ฉันตัดสินใจหยิบยาออกมาจากกระเป๋าฉันคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วแหละ หลับตาสูดอากาศเข้าไปให้เต็มปอดเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจะจดจำโลกที่มีแต่ความโสโครกนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป






“จะทำอะไรน่ะ!”


ฉันกำลังจะยัดยาที่เทออกจากขวดเข้าปากก็มีเสียงนึงดังขึ้นมาก่อน เมื่อหันไปมองก็พบว่าเธอนั่งอยู่ชิงช้าอีกตัวข้างๆฉัน ว่าแต่...เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน



“ฉันถามว่าจะทำอะไร?”



“กินยาไง” ฉันยื่นยาที่อยู่ในมือให้เธอดู



“ปกติมีมนุษย์คนไหนที่กินยาแบบนั้น
บ้าง”




“มีนะเธออาจจะไม่เห็นเองก็ได้”




“จะฆ่าตัวตายหรือยังไงกัน?”

ฉันมองเธอที่ตอนนี้เหมือนจะรู้ทันในสิ่งที่ฉันกำลังจะทำ




“ดีจัง การฆ่าตัวตายง่ายกว่าการที่คนๆนึงจะเจริญเติบโตมาซะอีก”




“เธอจะไปรู้อะไร”




“ไม่คิดบ้างเหรอว่าตายไปจะตก
นรกน่ะ”




“ตกนรกตอนที่ตายไปแล้วไม่ได้ต่างจากตอนนี้ที่ฉันรู้สึกตกนรกทั้งเป็นมันก็โอเคนะ”




“เห็นแก่ยมทูตเถอะสงสารออกต้องทำงานหนัก อีกอย่างในนรกอาจจะแออัดจนไม่เหลือที่ให้อยู่แล้ว”




“แล้วเธอไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันจะขึ้นสวรรค์”




“คนที่ฆ่าตัวตายไม่มีใครได้ขึ้นสวรรค์หรอกนะ....ซากุระ”




“เธอรู้ชื่อฉันได้ยังไง?”

ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้รู้ชื่อฉันกันล่ะทั้งๆที่ฉันเพิ่งจะเคยเจอเธอครั้งแรก พอได้สังเกตเธอดีๆเธอสวยจัง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นมันช่างทั้งดูสวยและน่ารักในเวลาเดียวกันริมฝีปากเธอมัน....น่าจูบจัง




“ฉันรู้ชื่อของคนที่อยู่แถวนี้หมดนั่นแหละ”




“เธออาศัยอยู่ที่นี่งั้นเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้า?”




“ถามตัวเองก่อนมั้ยว่าเธอเคยจะสังเกตและมองเห็นใครบ้าง”

ที่เธอพูดมันก็เป็นความจริงแฮะ





“ช่างเถอะ....ฉันไม่ได้อยากรู้จักเธอขนาดนั้น”





“อี้เหริน” ฉันมองเธอแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเครื่องหมายคำถาม




“ชื่อของฉันเอง”




“อ่อ....อื้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะอี้เหริน”

ฉันไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้วแหละคงได้เวลาที่ต้องทำจริงๆแล้ว





“ตอนเด็กๆพ่อฉันเคยบอกเรื่องนึงกับฉัน”

ขณะที่ฉันกำลังจะกรอกยาทั้งหมดเข้าปากนั้น เธอก็พูดขึ้นมาอีกรอบคราวนี้ฉันหันไปมองเธอมีสีหน้าเคร่งเครียด ฉันจึงลดมือลงและคิดว่าน่าจะฟังสิ่งที่เธอเล่าต่ออีกสักหน่อย




“พ่อฉันบอกว่า โตมาขอจงอย่าได้คิดฆ่าตัวตายเลยนะ...ถึงแม้โลกมันจะโหดร้ายกับลูกสักแค่ไหน ก็จงเข้มแข็งและใช้ชีวิตให้ถึงที่สุด เมื่อลูกตายไปแล้วลูกจะไม่มีวันได้สัมผัสกับอากาศร้อนเมื่อยามฤดูร้อน จะไม่ได้สัมผัสกับอากาศเย็นเมื่อฤดูหนาว จะไม่ได้สัมผัสความชุ่มช่ำเมื่อยามฤดูฝน จะไม่ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นเมื่อกอดกับใครสักคน”





“แล้วพ่อคุณไม่ได้บอกเหรอว่าตายไปใครเค้าจะมีเวลาไปสัมผัสความรู้สึกอะไรนั่น”





“บอกสิพ่อบอกว่าเมื่อตายไปแล้วลูกจะไม่มีเวลา และอาจจะคิดอยากทำอะไรหลายๆอย่างที่ลูกยังไม่เคยทำและคิดว่าจะทำในวันที่มันสายเกินไปแล้ว
เธอมีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำมั้ย?”





“ฉัน.....อยากให้คนรอบข้างของฉันมีความสุขในทุกๆวัน”





“แล้วเธอไม่คิดบ้างเหรอว่าความสุขของคนรอบข้างของเธอน่ะ....ก็คือตัวเธอ”





“ไม่รู้สิ ฉันคิดว่าเมื่อฉันจากโลกใบนี้ไปทุกคนก็คงจะลืมเลือนฉันไปตามกาลเวลานั่นแหละมั้ง”





“คนบางคน ความรู้สึกบางอย่างก็ไม่สามารถที่จะลืมเลือนได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะซากุระ”






“เธอกำลังพูดโน้มน้าวให้ฉันไม่ฆ่าตัวตายอยู่รึเปล่า?”





“ไม่เลย...ชีวิตของเธอฉันไม่สามารถบังคับให้ใครตายหรือไม่ตายไม่ได้หรอกนะ”






“ยังไงก็ตามแต่...เหตุผลที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกของฉันมันแทบไม่มีเหลืออยู่แล้ว”






“นี่แหละน้าา แปลกเนอะมีวิญญาณบางดวงดิ้นรนอยากจะไปเกิดแทบตาย แต่คนบางคนกลับอยากจะตายซะงั้น”





“คุณไม่กลับบ้านเหรอนี่มันจะตี1แล้วนะ นี่ก็หนาวมากแล้วด้วยกลับไปเปิดฮีตเตอร์ให้ความอบอุ่นเถอะ”

ฉันเอ่ยถามเธอเพราะนี้ก็จะตี1แล้วอักอย่างอาการก็หนาวมากเกินกว่าคำว่าเย็นแล้ว เธอไม่ได้ใส่เสื้อแขนยาวอะไรเลยไม่หนาวหรือยังไง





“ฉันไม่หนาวเลยสักนิดต่อให้อากาศจะติดลบก็ตาม....อีกอย่างฉันไม่มีบ้านให้กลับหรอก”





“หมายความว่ายังไง?”




“ถ้าฉันขออะไรอย่างนึงเธอพอจะทำให้ได้มั้ย?”




“คุณจะขออะไร?”





“ฉันขอให้เธอใช้ให้คุ้มค่าและมีความสุขทุกๆวันได้มั้ย”





“ไม่มีใครเปลี่ยนใจฉันได้หรอกนะ”





“ฉันไม่ได้ขอให้เธอเปลี่ยนใจ....แต่ขอให้เธอใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและมีความสุข เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ฉันอยากจะทำแต่ไม่เคยได้ทำ”




“คุณหมายความว่ายังไง?”


ฉันงงไปหมดแล้วตอนนี้เธอพูดอะไรของเธอ




“ต้นไม้ต้นนั้นอยู่มาก่อนที่จะมีสวนสาธารณะที่นี่ซะอีกฉัน.....ผูกคอตายตรงนั้น”




“คุณนี่ตลกจังเลยนะ ถ้าคุณตายไปแล้วฉันจะคุยกับคุณได้ยังไง”




“เธอยังมีเวลานะ...”




“อะไรของคุณ”





“รีบไปเถอะ....รีบกลับไปเข้าร่างก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปกว่านี้ อย่าลืมนะใช้ชีวิตทุกวันให้มีความสุข ถึงโลกใบนี้มันจะโสโครกแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งดีๆมันยังรอให้เธอค้นเจออีกมากมายนะ”




“คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย”


เธอเริ่มร้องไห้ออกมา ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงร้องไห้โฮขนาดนั้น ฉันอดที่จะสงสารเธอไม่ได้



“ได้โปรดอย่ามาทุกข์ทนแบบที่ฉันเป็นอยู่เลย”




“ที่เธอพูดเรื่องจริงเหรอ...ที่บอกว่าเธอตายไปแล้วน่ะ”


เธอพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าของเธอมันดูช่างทุกข์ทนแบบที่เธอได้เอ่ยออกมาจริงๆ




“คุณฆ่าตัวตายไปแล้วก่อนหน้านี้”




“ห้ะ?!”




“รีบไปกลับเข้าร่างเถอะ คุณยังมีเวลา”




“แล้วเธอ?”




“มันยังไม่ถึงเวลาของฉันหรอกและคงอีกนาน....ชีวิตของเธอใช้มันเผื่อฉันด้วยนะ”



เธอหันมายิ้มให้ฉันทันทีที่เอ่ยจบประโยคฉันกำลังจะตอบกลับไปแต่เหมือนฉันโดนบางอย่างดูดเข้าไปในหลุมสีขาวที่อยู่ตรงหน้า ได้โปรดอย่าพึ่งเลย ช่วยต่อเวลาให้ฉันได้คุยกับเธออีกสักนิดได้มั้ย....อย่างน้อยก็ให้ตัวฉันได้ตอบตกลงตามสิ่งที่เธอร้องขอ
................ได้โปรด











://///////////////////////////////////////:











นาฬิกาบนข้อมือร้องดังเเจ้งเตือนว่าได้เวลาเข้าใกล้เช้าวันใหม่แล้ว



เวลาเที่ยงคืนฉันยังนั่งอยู่บนชิงช้าในสวนสาธารณะตรงนี้เงียบสนิทแต่ก็ไม่ได้มืดอะไรยังคงมีเเสงไฟที่ส่องมาให้ความสว่างไสวอยู่บ้าง ฉันดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมหัวเอาไว้เวลานี้อากาศเย็นขึ้นมาก
มือทั้งสองก็ซุกไปที่กระเป๋าของเสื้อฮูด





คืนนี้ดาวเปล่งแสงสว่างไสวสวยงามให้กับผู้คนที่เงยหน้ามองท้องฟ้าซะจริงๆ หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล นี่ก็เป็นเวลา4เดือนกว่าแล้วฉันใช้ชีวิตเหมือนปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือฉันคิดว่าโลกน่าอยู่ขึ้นมากกว่าเดิมเยอะ




ลุงซื้อแมวสีขาวปนเทาตัวเล็กๆมาให้ฉันเลี้ยง ฉันไม่คิดว่าตัวเองชอบแมวจนเมื่อได้เจอกับมันเ จ้าอี้เหรินนั่นเป็นชื่อเเมวของฉัน มันน่ารักน่าเอ็นดูจนฉันอดที่จะฟัดทุกวันไม่ได้ถึงมันจะมีอาการหยิ่งใส่ฉันเหมือนกับที่แมวเมินทาสมันนั่นแหละ แต่นั่นยิ่งทำให้ฉันเอ็นดูและรักมันขึ้นมากกว่าเดิมอีก






และฉันจะใช้ชีวิตทุกๆด้วยความสุขจะใช้ชีวิตเผื่อเธอด้วย....ผู้หญิงที่ตอนนี้นั่งแกว่งอยู่ชิงช้าข้างๆฉัน เธอหันมายิ้มกว้างให้จนฉันอดจะยิ้มตามไม่ได้..........อี้เหริน นั่นคือชื่อของเธอ







                       END 🌸




















/เคยได้ยินมาว่าคนที่เคยผ่านความตายมาแล้วจะสามารถมองเห็นวิญญาณได้/










SHARE

Comments

Wysk
3 months ago
Its good as always❤️
Reply
Y_saku
3 months ago
😊❤️
dvx
9 hours ago
ฟิลกู๊ดมากคับ
Reply