01:50

เมื่อเย็น ที่สะพาน


ตอนนี้ เหมือนใช้ชีวิต เพื่อแค่จะได้ไปยืนตรงนั้น ในช่วงเวลานั้น วินาทีที่พระอาทิตย์ลับหายไปจากสายตา แต่โลกก็ยังมีท้องฟ้าที่สว่างไสว แม้จะไม่นานนัก ท้องฟ้ากว้าง กับลำคลองที่สะท้อนสีเดียวกันในเวลานั้น มันทอดยาวตรงไป แต่ไม่ได้สุดลูกหูลูกตาหรอกนะ เพราะว่าไม่เห็นskyline เห็นก็แต่ บ้านเรือนlineอยู่ไกลๆ ฉันยืนอยู่ตรงนั้น บนสะพานคอนกรีตสีเทา ด้วยว่ามันเก่า จึงไม่ขาวแล้ว วางมือทั้งคู่บนราวจับที่เริ่มจะเย็นตัวลงตามสภาพอากาศ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก หันหลังให้กับทิศตะวันออก เหมือนว่าสะพานนี้นอกจากข้ามคลองแล้ว ก็ยังถูกสร้างขึ้นมาสำหรับคนที่รักการทักทาย และบอกลาดวงอาทิตย์ด้วย


บางครั้งฟ้าก็มืดเร็ว แต่บางวันก็มืดช้า บางวันเป็นสีเทา บางครั้งเป็นสีขาว แต่วันนี้เป็นสีฟ้าค่อนไปทางน้ำเงิน มันไม่ได้มืด แต่ก็ไม่ได้สว่างพอให้ฉันแยกสีของใบไม้อ่อนกับใบไม้แก่ได้ ไม่เห็นอะไรที่ชัดเจนนัก ในตอนนี้ ชีวิตของฉันก็คงจะให้ความรู้สึกคล้ายแบบนั้น

มันเย็นสบาย  แต่ก็ไม่อาจโล่งใจได้

เหมือนกับการได้รู้ว่าใครบางคนนั้นรักเรา
และรู้ลึกลงไปอีกว่า เขารัก แต่...ไม่ได้รักขนาดนั้น.

มันจึงไม่ใช่สีดำ ไม่ใช่สีขาว แต่เป็นสีเดียวกับท้องฟ้าวันนี้

จะด้วยความเจ็บช้ำ หรืออะไรก็แล้วแต่

ฉันรู้สึกได้จากฝ่ามือทั้งสองที่วางทาบสัมผัสกับราวสะพาน มันเป็นความรู้สึกเดียวกัน
สีเทาเก่าๆ และเย็นเยียบ ปราศจากความอบอุ่น นอกจากนี้ เมื่อก้มดูดีๆ จะเห็นบางสิ่งปรากฏอยู่ มันคือรอยร้าวเล็กๆ ที่ลึกมาก ถ้าไม่สังเกต ก็จะไม่เห็นเลย


ท้องฟ้ามันสวย อากาศก็เย็นสบายดี
แต่ไม่รู้ทำไมถึงสัมผัสได้ถึงความขม


อาจจะเป็นเพราะได้รู้ว่า มีรอยร้าวปรากฏขึ้นแล้ว

SHARE
Written in this book
Sensitive diary
บันทึกไวต่อความรู้สึก
Writer
26069
let's say
ไม่เหลืออะไรให้คิดถึงเลย

Comments