ช่วงที่หายไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วว่าแก่ ... ก็ตอนกลับมาอ่าน Call me by your name ตรงพาร์ทของเอลิโอ แทนที่จะรูู้สึก อื้อหือ นี่คือความรัก เหมือนแต่เก่า กลายเป็นหงุดหงิดแทน บ่นในหัว ว่า "เอลิโอ ไอ้หนู นายโดนหลอกฟันแล้ว นายกำลังจะโดนหลอกฟัน"เป็นงั้นไป ไม่โรแมนติกเลย
 ---ดังนั้นเราจึงเบื่อ นอกจากเบื่อแล้วก็ไม่รู้สึกอะไรอีก 

เริ่มทำงานแล้ว ... ตลก บล็อกที่อัพ ล่าสุด นี่ยังลูกผีลูกคน จะจบมั้ยๆๆ บลาๆนั่นๆนี่ๆ เผลอแป๊บเดียว 
ก็จบแล้ว จบมา ทำงาน เอาตัวเองมาอยู่ในจุดที่ใฝ่ฝันมานาน ว่าอยากอยู่ในสภาวะที่ไม่กดดันอะไรทั้งนั้น 
จริงๆไม่ใช่สภาวะหรอกที่ไม่กดดัน ฉันเรียนรู้ที่จะไม่กดดันตัวเองต่างหาก ทำอะไรไม่ได้ ก็ปล่อยมันไป อย่างที่เป็น~ (ร้องเพลง Let it go) 

 ความปรารถนาตอนนี้ คืออยากให้เงินเดือนออก จะได้ซื้อเก้าอี้ ergonomic อย่างที่ฝันเอาไว้ 

งานเป็นยังไงบ้าง …ยังเกลียดวันจันทร์เหมือนเดิม ที่เกลียดวันจันทร์ คือ ไม่ได้ไม่ชอบทำฟันนะ 
แค่ไม่ชอบทำงาน …
งานอะไรก็ไม่ชอบทำทั้งนั้น 
เป็นคนขี้เกียจ… อยากหยุดทั้งวันแล้วก็ไปวิ่งเล่น 
ชอบงานที่ทำเท่าที่จะชอบได้ พยายามมีมาตรฐานของตัวเอง ไม่รู้อะไรก็พยายามหาความรู้ โชคดีที่เพื่อนในกลุ่มเริ่มทำงานแล้ว สามารถคุยกันปรึกษากันได้ตลอด

เหงานิดหน่อย 
ปกติ ถ้าเลิกเรียนกลับจากคณะแล้ว หัวจะเริ่มแล่นหมุนติ้ว ว่าจะกินอะไรดีนะ ร้านข้าวเตี๋ยวไก่ที่พีเจ ร้านเพิงหมาแหงน ร้านข้าวตลาดเขียว ร้านเหลาริมทาง ก๋วยเตี๋ยวเชียงคำ ตลาดวัน หรือว่าไปกินในเมือง ข้าวขาหมูร้านจีน เคฟซี ดีนะ กาแฟร้านไรดี ร้านคอฟฟี่รีแล็ก ร้านพี่สาว ร้านไหนดีนะ พะเยามี overpriced coffee ดีๆตลอดแหละ ขึ้นอยู่กับว่าขยันหรือเปล่า พอกินเสร็จ ก็จะมานั่งนึกต่อว่า วัน พรุ่งนี้ คลินิกอะไรนะ ถ้าคลินิกเด็ก กุมีของเล่นพอหรือยัง ถ้าพรอสก็คือ อ่านหนังสือดีหรือยัง อาจารย์พ่อจะมามั้ยนะ ตอนเย็นก็ซักผ้า เล่นเน็ต อ่านหนังสือ ดูหนังฟังเพลง นอน มันคิดตลอดว่าจะทำอะไรดี
พอมาอยู่บ้านแล้ว ก็ไม่ได้มาคิดอะไรแบบนี้เลย

ประหยัดสมอง ไม่เหนื่อย
 แต่ก็… นั่นแหละ 
การที่ในสมองไม่มีอะไรเลย เรียกว่าเหงาได้หรือเปล่า 
ไม่ได้มีแผนสำรอง ว่าพอสมองว่างเปล่าแล้วจะคิดเรื่องอะไร เสี่ยงฟุ้งซ่านสุดๆ 

กลับมาทำงานอดิเรก อย่างการวาด ก็ไม่รู้จะวาดอะไร(เพราะไม่มีอะไรในหัว same) 
คิดว่าพอว่างมากๆจะช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์ แต่แม่ง เมื่อไหร่ความคิดสร้างสรรค์ มันจะมาซะที 

เขียนอะไรก็ไม่ออก ปกติ เป็นสาย fluff (fluffy  : นิยายชวนฝัน แบบว่าอ่านแล้วคนอ่านยิ้มมุมปาก เขินๆ คือนิยายที่ทำให้ฉันรู้สึกตัว ว่ามาถูกทางแล้ว ประมาณ3ปีก่อน)  

ตอนนี้ก็เขียน fluff ไม่ออก 
เพราะแก่นี่แหละ

 กลับไปอ่านงานเขียนตัวเองมา 
ฉันก็ยังแบบ รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ La vie en rose มากเลย 
การที่คู่รักจะสามารถโต้ตอบสื่อสารกันโดยไม่ขัดอกขัดใจกันเลยสักอย่างนี้เป็นไปได้จริงเหรอ
ฉันไม่สนุกกับนิยายสมัยนี้ด้วยเพราะมันไม่ผ่าน PC (political correctness) 
ไม่อินกับความโรแมนติกแล้ว … แย่ชิบหาย

((ในฐานะนักเขียนนิยาย fluffy การไม่อินกับอะไรแบบนี้แล้ว มันทำให้ชีวิตลำบากพอๆกับการโดนตัดแขนขวา)) 
 
อาจจะเป็นเพราะ การเป็นคนโสดมานานมากพอ 
พอเรียนจบ สเตจสำหรับคนธรรมดา ต่อไปก็คง มีครอบครัว 
รอบตัวฉันถามมาบ้างแล้วเหมือนกัน มีแฟนหรือเปล่า มีคนคุยๆไว้หรือเปล่า 
ไม่มีโว้ยยย รู้สึกอาภัพอะไรแบบนีิ คนที่เข้ามาก็คือ 
  มีคนปกติข้างนอกนั่นมั้ยยยย ย ย ย 
ฮัลโหล  นี่ฉันดูเป็นคนยังไงอะไรเนี่ย? 
เข้ามา คุยสนุกสนาน มีปัญหาอะไรบางอย่าง แล้วก็ทะเลาะกัน แล้วก็ แล้วก็ 
เหลือฉันอยู่ 
แบบนี้ 
ตลอด 

เอาเถอะน่า 

ฉันเตรียมตัวสำหรับอนาคต ที่ต่อให้หน้าที่การงานดิบดีแค่ไหน หาเงินได้เท่าไหร่ๆต่อปี ผู้คนก็จะยังคงเย้ยหยันที่ฉันไม่มีผัว คิดแล้วแม่งก็เส้าชิบห้าย

ไอ้สัสเอ้ย 

สรุป ก็คือ ชีวิตในอุดมคติ กับความฝันมันต่างกันนี่แหละเลยทำให้ไม่อินอีกต่อไปแล้ว นางเอกในนิยายนั้นแสนจะดี จังหวะทุกอย่างล้วนลงตัว ส่วนฉันต้องมาวุ่นวาย กับคนประสาทแดก กึ่งๆปลงๆเกียมตัวขึ้นคาน เพราะแสนเบื่อกับคนเหี้ย คนเหี้ย1 คนเหี้ยfinal คนเหี้ยfinalfinal คนเหี้ยได้อีก คนเหี้ยได้อีกfinalfinalfinal สังคมก็ไม่ใจดีกับสาวโสดเท่าไหร่นักอีกด้วย

ไม่น่ารักเลย เดี๋ยวปั๊ดเขียนเรื่องตัวเองเลยเนี่ย จะมีความ Bridget Jones เวอร์ชั่นโรงพยาบาล-จิกกัดสังคม Patriarchy+mensplaining *หนังชีวิตมาก แน่นอนว่าคงไม่ fluffy หรอก* 


นั่งอยู่หน้าคอมมาหลายชั่วโมง พยายามเขียนอะไรบางอย่างแต่ทำไม่ได้ 

 อยากเขียนวาย แต่ก็รู้สึกอิจฉาคู่เกย์ ที่สถานะเริ่มแรกพวกเขาก็คือเพื่อนกัน แล้วมันก็เท่ากัน ไม่ใช่ผู้ชายผู้หญิง ที่ผู้ชายจะเอาไปโม้กับเพื่อนผู้ชายได้ว่า คนนี้ ฉันคุยแล้ว ผู้หญิงคนนี้ง่ายมากกก ผู้หญิงคนนี้ชอบฉันมาก แม้แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังชอบฉัน ฉันนี่มีเสน่ห์สุดยอด 
ทำไมน่ะเหรอ เพราะฉันเจอแต่ผู้ชายแบบนี้ 55555555555555 ฉันเป็นพวกชอบเก็บเรื่องแบบนี้ไว้เป็นความลับ แต่สำหรับผู้ชายอีกครึ่งโลก มันไม่ใช่ ผู้หญิงที่ไม่ใช่ตัวเลือกลำดับแรก เริ่มต้นจากติดลบเสมอ 

ฉันไม่อยากรับรู้แต่ก็รู้จนได้ในที่สุด นี่มันน่าเบื่อจนอยากจะอ้วก อ้วกออกมา 


เขียนเรื่องรักไม่ออกแล้ว 
 







  

















SHARE

Comments