Book Review #2 : ชีวิตติดปีกด้วยศิลปะแห่งการช่างแม่ง
เขียน : Mark Manson 
แปล : ยอดเถา ยอดยิ่ง จำนวน : 235 หน้า

ความรู้สึกหลังอ่าน :

อ่านเล่นนี้จบ “แล้วคุณจะเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย”

สิ่งสำคัญในเล่มนี้มากๆ เลยก็คือ การยอมรับจุดผิดพลาด ความอ่อนแอ และความเป็นจริง เพื่อไปพัฒนาและปรับปรุงตัวเอง

นี้คือ key word สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการดำเนิชีวิต
ลองคิดดูซิว่า คนที่ไม่ยอมรับความเป็นจริง จะต้องใช้พลังงานในความพยายามแค่ไหน ถึงจะหนีจากความจริงได้ ทั้งๆ ที่มัน ไม่จริง

นี้แหละคือ สิ่งที่ทำให้เรา
สูญเสียเวลา, พลังงานอันจำกัดโดยใช่เหตุ

เราแคร์ทุกเรื่องมากเกินไป
เราเปรียบเทียบความสุขเรา
กับความสุขของคนอื่นตลอดเวลา
เราคล้อยตามไปกับโลก social อย่างง่ายดาย

ทั้งหมดมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจบลงอย่างไม่รู้ตัว ซ้ำไปซ้ำมา จนเกิดเป็นวงจรอุบาท
ที่ทำให้เราไม่สามารถ เติบโต และพัฒนา

และนอกจากนี้ยังสอนให้เรา มองเห็นความสุขและทุกข์ได้อย่างเข้าใจมันมากขึ้น
การบริหารจัดการกับอารมณ์ทางลบได้ดีขึ้น

การมองเห็นถึง ค่านิยมที่ตัวเราเองนั้นมี และการเลือกตัวชี้วัดปัญหาต่างๆ เหล่านั้น ซึ่งมันมีส่วนสำคัญอย่างมากในการมองปัญหาของเรา และถ้าจะแก้ปัญหา เราก็ควรพิจารณาจากจุดนี้ก่อนด้วย

สุดท้ายหนังสือเล่มนี้จะบอกกับเราว่า ความจริงก็คือความจริง ความเจ็บปวดก็คือความเจ็บปวด และมันไม่มีทางแปลเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้

แต่หลังจากอ่านจบแล้ว ก็เหมือนว่าเรา ได้อัพเกรดทัศนคติ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ให้กับจิตใจ

มันไม่ได้ทำให้ปัญหาที่เจออยู่เล็กลง แต่จิตใจและความรู้สึกของเรามันกลับเบาขึ้น
มันไม่ได้เปลี่ยนคำพูดแย่ๆ ให้เป็นคำพูดดีๆ
แต่มันเปลี่ยนคำพูดเหล่านั้น มาเป็นพลังให้กับเรา
มันไม่ได้สอนว่าความสำเร็จต้องทำยังไง แต่มันสอนเราให้รู้จักยอมรับความผิดพลาด การสูญเสียและปล่อยวาง
มันไม่ได้สอนให้เราหลีกหนีปัญหา แต่สอนให้เราหัวเราะและยิ้มไปกับปัญหา

สิ่งสำคัญสุดท้าย เราจะได้วิธีการเลือกสิ่งที่เราต้องแคร์จริงๆ และพร้อมที่จะ ช่างแม่ง ให้กับทุกปัญหาที่ไม่จำเป็นกับชีวิตเรา

Shortnote key word :
บทที่ 1: อย่าพยายาม
- พลังงานเรามีจำกัด เพราะฉะนั้นแคร์เท่าที่จำเป็น
- จัดลำดับ ความสำคัญ , ประเมินให้ออกว่าอันไหนสำคัญ ไม่สำคัญ
- เรียบง่าย = ความสุข
- กฎแห่งการย้อนกลับ คิดแต่เรื่องบวกย่อมได้ลบ แต่ยอมรับเรื่องลบ จะกลายเป็นเชิงบวก
- อย่าพยายามที่จะต้องมีความสุข เหมือนๆกับคนอื่น
- Social สร้างวงจรอุบาทว์
- อยากมีมาก = ว่างเปล่า
- ช่างแม่งกับความรู้สึกแย่ได้ = หยุดเกลียดตัวเอง
- การค้นหาสิ่งสำคัญ และมีความหมายต่อชีวิตของเรา คือการใช้เวลาและพลังงานของเราได้อย่างมีประโยชน์ที่สุด เพราะถ้าเราหาความหมายนั้นไม่เจอ ผลที่จะตามมาก็คือ เราจะไปแคร์เรื่องที่ไร้ความหมาย และไร้สาระแทน
- ความเชื่อที่ห้ามเจอเรื่องแย่ = ต้นเหตุของวงจรอุบาทว์
- ปัญหายิ่งหนีก็ยิ่งเจ็บ ความจริง ยิ่งหนียิ่งทุกข์ ความทุกข์ยิ่งหนี ก็ยิ่งเจอ

บทที่ 2: ความสุขคือปัญหา
- ให้นึกถึงประวัติของเจ้าชายสิทธัตถะ
- ชีวิต = ความทุกข์อย่างหนึ่ง
- เพราะเจ็ปปวด จึงเติบโต
- ความสุขเกิดจากการแก้ปัญา ไม่ใช่ ไม่มีปัญหา
- สุขที่แท้จริง = เราสนุกไปกับปัญหาที่เกิดขึ้นและสนุกไปกับวิธีการหาทางแก้ปัญหานั้นๆ
- จะสนุกกับการแก้ปัญหาได้ยังไง อย่างแรก คือ ต้องยอมรับก่อน อย่างสอง คือ ต้องไม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้รับเคราะห์
- คนไม่ยอมรับปัญหาและชอบโทษคนอื่น เหตุผลง่ายๆก็คือ มันสะดวก และทำให้รู้สึกดี เพราะในขณะที่การแก้ปัญหานั้นเป็นสิ่งที่ยาก
- ความสุข = ปัญหา แต่ถ้าปัญหา = ความสุขแล้วล่ะก็ มันก็เป็นความสุขแค่ชั่วคราว
- ความสุขแค่ชั่วคราว = ยาเสพติด
- การปฎิเสธอารมณ์เชิงลบ = ปฎิเสธกลไกการแก้ปัญหา
- ก่อนมีความสุขได้ ค้องแลกมาด้วยความเจ็ปปวดเสมอ คำถามคือ อยากมีความสุขโดยที่ไม่ยอมรับความเจ็ปปวด มันเป็นไปได้ด้วยหรอ
- คุณต้องการความเจ็ปปวดอะไรบ้างในชีวิตของคุณ ?

บทที่ 3: คุณไม่ได้พิเศษกว่าคนอื่น
- ให้นึกถึงเรื่องราวของจิมมี่ คนหลวงโลก
- เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกดีกับตัวเองตลอดเวลา
- คนที่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าที่แท้จริง คือ คนที่สามารถมองเรื่องทางลบของตัวเองได้อย่างตรงไปตรงมา
- ค่านิยมผิดๆที่ว่า การเป็นคนธรรมดา = คนล้มเหลว แต่ การเป็นคนพิเศษ = มาตราฐานของสังคม แต่คนที่ประสบความสำเร็จได้ คือคนธรรมดาทั่วไป ที่รู้ดีว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ
- คนที่รู้สึกว่าตัวเองพิเศษ จะติดอยู่ในกรอบแห่งความหลงตัวเอง กรอบที่พร้อมจะบิดเบือนทุกทุกสิ่งอย่าง ให้เป็นไปในแนวทางของมันเท่านั้น
- ความรู้สึกว่าตัวเองพิเศษ = กำแพงป้องกันอันแข็งแกร่งที่จะคอยหลอกตัวเองในทุกๆ เรื่อง เพื่อตอบสนองความรู้สึกที่ว่าตัวเองอันยิ่งใหญ่และเหนือกว่าใคร
- ความรู้สึกว่าตัวเองพิเศษ = เรากำลังเรียกร้องให้คนอื่นมาสนใจ
- ความรู้สึกว่าตัวเองพิเศษ = การปรนเปรออีโก้ของตัวเอง
- การตระหนักรู้และยอมรับชีวิตที่แสนธรรมดา = การถูกปลดปล่อย โดยไม่ต้องให้ใครมาตัดสินหรือคาดหวัง
- ความสุขไม่ต้องเกิดจากเรื่องพิเศษ แต่ความสุขนั้นเกิดจากเรื่องธรรมดาและแสนเรียบง่ายก็พอ

บทที่ 4: คุณค่าแห่งความทุกข์
- ให้นึกถึงนายทหาร ฮิโระ ความทุกข์ที่เติมเต็มอุดมการณ์
- คำถามที่เราควรถามคือ ทำใมฉันถึงต้องทนทุกข์ ไม่ใช่ ฉันจะหยุดความทุกข์ได้อย่างไร
- หัวหอมแห่งการเข้าใจตัวเอง
- ชั้นแรก การเข้าใจอารมณ์ตัวเอง
- ชั้นสอง ทำไมเราจึงรู้สึกถึงอารมณ์นั้นๆ
- ชั้นสาม ค่านิยม และ ตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินของเรา
- คุณเลือกวิธีใดในการวัดความสำเร็จและความล้มเหลวของตัวเอง
- หัวใจสำคัญในการค้นหาค่านิยมของตัวเอง คือการตั้งคำอย่างตรงไปตรงมา และถ้าคำตอบทำให้รู้สึกไม่สบายใจมากเท่าไหร่ คำตอบนั้นยิ่งแท้จริงมากขึ้น
- ตัวอย่างการคิด เดฟ มัสเทน วงเมกาเดธ
- เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อปัญหา = เปลี่ยนค่านิยมที่ให้ความสำคัญ & เปลี่ยนตัวชี้วัด ความสำเร็จกับความล้มเหลว
- ตัวอย่างค่านิยมห่วยๆ 1.) รักสนุก , 2.) ความสำเร็จทางวัตถุ 3.) ต้องถูกเสมอ 4.) มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา
- คิดบวกตลอดเวลา = เรากำลังปฏิเสธการมีอยู่ของปัญหาในชีวิต
- การปฏิเสธปัญหา = ปฏิเสธโอกาสแก้ปัญหาและโอกาสในการสร้างความสุขให้ตัวเอง
- ปัญหา = สิ่งที่เพิ่มความหมายและความสำคัญให้กับชีวิตเรา
- การหลีกหนีปัญหา = ชีวิตที่ไร้ความหมาย
- ค่านิยิมที่ดี 1.) อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง 2.) เป็นที่ยอมรับของสังคม 3.) ส่งผลโดยตรงและควบคุมได้ เช่น ความจริงใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความคิดสร้างสรรค์ เคารพในตัวเอง ความอยากรู้ จิตกุศล
- ค่านิยมที่ดีจะมาจากภายใน ส่วนค่านิยมที่เลวมักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก
- การพัฒนาตัวเอง = ให้ความสำคัญกับค่านิยมที่ดี และ เลือกสิ่งที่สมควรจะแคร์

บทที่ 5: คุณกำลังเลือกเสมอ
- ค่านิยม : การรับผิดชอบกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา
- ถ้าเราเลือกปัญหาด้วยตัวเอง เราจะรู้สึกมีอำนาจเหนือปัญหา
- ให้นึกถึง วิลเลียม เจมส์ ผู้ไม่สมบูรณ์
- เราทุกคนย่อมต้องรับผิดชอบต่อทุกสิ่งในชีวิตของเราไม่ว่าปัจจัยภายนอกจะเป็นอย่างไรก็ตาม
- เราอาจจะควบคุมทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราไม่ได้เสมอไป แต่เราเลือกได้ว่าจะคิดและตอบสนองอย่างไร
- ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรา ถึงแม้เราไม่ได้จะตั้งใจให้มันเกิด หรือเราไม่ได้ทำให้มันเกิด หรือแม้ว่ามันจะไม่ใช่ความผิดของเราเลย แต่เมื่อมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว มันก็ยังคงเป็นความรับผิดชอบของเราอยู่ดี
- เราเลือกเสมอ ถึงแม้ทำเป็นไม่สนใจ แต่นั้นก็คือเราเลือกไปแล้ว

บทที่ 6: คุณผิดหมดทุกเรื่องนั้นแหละ
- ค่านิยม ความไม่แน่นอน
- ผมคิดผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนั้นคือเหตุผลที่ทำให้ชีวิตของผมดีขึ้น
- ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุด มันขึ้นอยู่กับช่วงเวลา และสถานการณ์นั้นๆ
- ไม่มีถูกที่สุด มีแต่ผิดน้อยลง น้อยลง เท่านั้นเอง
- ไม่ควรยึดติดกับความแน่ใจ เพราะ ความแน่ใจ = ศัตรูของกานเติบโต
- เราควรตั้งข้อสงสัยกับความเชื่อและความรู้สึกของเราตลอดเวลา
- ความคิดของมนุษย์ไร้ซึ่งความแม่นยำและรกรุงรังไปหมด
- ยิ่งเรายอมรับความไม่แน่นอนและความไม่รู้มากขึ้นเท่าไหร่ เรายิ่งรู้สึกสบายใจกับการได้รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ มากขึ้นเท่านั้น
- ความไม่แน่นอน = รากฐานของการเติบโตทั้งหมด
- เรามักจะลำเอียงเข้าข้างสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว
- การปล่อยวาง ก็เหมือนการปลดปล่อยตัวเองได้แบบสุดๆ
- ฝึกตั้งคำถามเพื่อให้แน่ใจอะไรในชีวิตน้อยลง 1.) ถ้าฉันคิดผิดล่ะ 2.) ถ้าฉันผิดแล้วมันหมายความว่าอย่างไร 3.) ถ้าฉันเกิดผิดขึ้นมา จะทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นหรือแย่ลง เมื่อเทียบกับตอนนี้

บทที่ 7: ความล้มเหลมคือการก้าวไปข้างหน้า
- ค่านิยม ความล้มเหลว
- ไม่กล้าล้มเหลว = ไม่กล้าที่จะประสบความสำเร็จ
- การลงมือทำ >> แรงบัลดาลใจ >> แรงจูงใจ
- ถ้าเราทำตามหลักการ ทำอะไรซักอย่าง ความล้มเหลวก็แทบจะไม่สำคัญอีกต่อไป ถ้าเราตั้งมาตราฐานความสำเร็จไว้ที่การลงมือทำ

บทที่ 8: ความสำคัญของคำว่าไม่
- ค่านิยมการปฎิเสธ
- การเดินทางเป็นเครื่องมือพัฒนาตัวเองที่ยอดเยี่ยม
- การไม่ปฎิเสธอะไรเลย = ชีวิตที่ไร้คุณค่า
- การจะมีความจริงใจ เราจะต้องรู้สึกสบายใจกับการพูดและฟังคำว่า ไม่
- ความรักที่ดี จะมาจากคนสองคนที่ยอมรับและแก้ปัญหาของตัวเอง โดยได้รับกำลังใจจากอีกฝ่าย
- ความสัมพันธ์ที่ดี 1.) แต่ละฝ่ายรับผิดชอบแก้ปัญหาตัวเองได้ดีขนาดไหน 2.) ความเต็มใจของแต่ล่ะฝ่าย ที่จะปฎิเสธหรือ ถูกปฎิเสธจากอีกฝ่ายหนึ่ง
- แบ่งขอบเขตความรับผิดชอบให้ดี
- หากปราศจากความขัดแย้ง ความเชื่อใจย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้
- ความขัดแย้งจึงไม่ใช่แค่เรื่องปกติ แต่ยังเป็นเรื่องจำเป็นมากที่สุด เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้
- นิ่งเรามีทางเลือกมากเท่าใด เรายิ่งพอใจกับสิ่งที่เราเลือกน้อยลงเท่านั้น
- เลือกปฎิเสธทุกอย่าง ยกเว้นคนที่ดีที่สุด ประสบการณ์ที่ดีที่สุด และค่านิยมที่ดีที่สุด
- การปฎิเสธค่านิยมที่ไม่ดี = การปลดปล่อยตัวเรา

บทที่ 9: แล้วคุณก็ตาย
- ค่านิยม การใคร่ครวญถึงความตายของตนเอง
- การหลีกหนีความเจ็บปวดและความไม่สบายใจ = เรากำลังหลีกหนีจากการใช้ชีวิต
- การเตรียมพร้อมรับความตาย = การสบายอีโก้ของตัวเอง ให้กลายเป็นความว่างเปล่า
- ข่วยทลายค่านิยมห่วยๆ
- ความสุขเกิดจาก การแคร์สิ่งที่นิ่งใหญ่กว่าตัวเอง
- ความพิเศษ ทำให้เรารู้สึกเป็นศูนย์กลางของปัญหา
- คุณยิ่งใหญ่ เพราะต่อให้ต้องเผิชญกับความสับสนที่ไม่มีที่สิ้นสุดและความตายที่แน่นอน คุณก็สามารถเลือกได้ว่าอะไรที่ควรแคร์ และอะไรที่ควรช่างแม่ง

บทที่ 3,4 ต้องอ่านซ้ำเยอะๆ

SHARE

Comments