—  06
อย่างน้อยก็ผ่านมันมาได้แล้ว1
เป็นประโยคที่เขาพร่ำบอกตัวเองตลอด 
หลังจากนึกถึงเหตุการณ์ของปีที่เขาคิดว่า หนักหนาที่สุดในชีวิตแล้ว

แต่คิดไปคิดมา คงมีอะไรที่หนักกว่านี้รออยู่ในอนาคต
ไม่คิดดีกว่างั้น

'กูจองตั๋วให้มึงละ ไปเชียงใหม่ วันที่ 17 ธันวา ห้าโมงนะ'
'หืม แล้วกลับวันไหนวะ'
'ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ไม่แน่ใจ'
'น่าจะนาน..ใช่ไหม'
'คงงั้น'
'เค เดี๋ยวกูจัดกระเป๋าแปป ซื้อน้ำหนักกระเป๋าให้ด้วย'

เขาเคยไม่ชอบเมืองนี้เท่าไหร่ (ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยไป) ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบตามกระแส 
ประกอบกับคำว่า 'ฮิปสเตอร์' ที่ผุดขึ้นมาเป็นของกลายเป็นสัญลักษณ์ของเชียงใหม่

แต่สุดความคิดทั้งหมดกลับเปลี่ยนไปหมด หลังจากโดนถามเชิงบังคับให้มาสัมนาที่นั่น

2
'อยู่นานจังลูก มาทำอะไรกัน'
ป้าเจ้าของหอ (ที่ปล่อยเช่าเป็นรายวัน) ทักทายอย่างเป็นกันเอง
และตกใจเมื่อเห็นว่ามาพักกันเกือบเดือน
'ยังไม่รู้เลยค่ะ ป้ามีแนะนำไหมคะ' เพื่อนของเขาตอบ 
เขาหันมามองอาการงุนงงของป้าผ่านแว่นกันแดด หลังจากได้ฟังคำตอบของเพื่อน

3
'เช้า ๆ ก็กินกาแฟ บ่ายไปอาร์ทมิวเซียม หาถ่ายรูป เย็นก็ไปกินเบียร์ แดกหมาล่า นอน'
เขาตอบ หลังจากคำถามที่ว่า ตกลงเราจะมาทำอะไรกันที่นี่วะ ออกจากปากเพื่อน (และดูซีเรียส)

และมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ แต่อาจจะมากกว่านั้นนิดนึง
กินกาแฟ 
ไปอาร์ทมิวเซียม
ทำเวิร์คช็อป 
สเก็ทรูปริมน้ำตก
ขับรถขึ้นเขา
ขี่มอไซค์ออกนอกเมือง
เดินเล่นคูเมือง
เยี่ยมชมแล็บในมหาลัย
เขียนบทความส่งสำนักข่าวออนไลน์
ออกไปเจอเพื่อนของเพื่อนที่ทำงานอยู่แถวนี้
ถ่ายรูป 
กินเบียร์กันสองคน
กินเบียร์กับเพื่อนของเพื่อน
กินเบียร์กับเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน
แดกหมาล่า
กินหมูย่างหลังมอตอนตีสอง

4
ทุกกิจกรรมในตอนกลางวัน แดดจ้า ลมแรง ทุ่งหญ้าข้างทางปลิวไสว 
พวกเขาขี่มอไซค์ไปเรื่อย ๆ และหลายครั้งที่ไม่รู้ว่าจะไปไหน

เขาเพียงบอกแต่ว่า ขับไปเถอะ ที่ไหนก็ได้
อีกฝ่ายรู้ดีและไม่เคยคิดถามว่าเขาหนีอะไรมา 
แค่เขาจะรู้ตัวและแน่ใจเสมอว่า เขายังมีใครสักคนอยู่ตรงนี้

5
ขอบคุณที่หอป้าหน้าต่างติดกับที่นอนและสูงขึ้นไปเกือบเพดาน 
สบายพอที่ขาของเขาจะพาดออกไปและสูบบุหรี่บนเตียง ปล่อยให้ควันลอยให้ไปทางหน้าต่าง
กับอากาศที่เริ่มเย็นลง เสียงแมลงที่เริ่มดังขึ้น

เขาลุกขึ้นสวมสเวตเตอร์
'ไปหาเบียร์กินกัน'
'ไปหลังมอเนอะ'
เพื่อนปิดจอแลปท็อปลง ขว้ากุญแจรถ
'สูบบุหรี่แปป เจอกันที่รถ'


'มันไม่ใช่การมาเที่ยว'
'...'
'มันคือการมาอยู่'
'อยู่..อยู่แบบอยู่อะเหรอ'
เพื่อนยิ่งสงสัยไปกว่าเดิม หลังจากอยู่ดี ๆ ประโยคก็หลุดออกมาจากปากเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
'เยส'

และมันก็คือการมาอยู่..มาอยู่จริง ๆ 
ไม่มีแพลน
ไม่มีทัวริสต์สปอต
ไม่มีตามเก็บร้านกาแฟโลเคชั่นดี
ไม่มีร้านอาหารขึ้นชื่อ
อยากทำอะไร จงทำ 
อยากนอน จงนอน
จงซื่อสัตย์ต่อความต้องการตัวเอง แม้สักครั้งหนึ่ง
แต่ขอกล่าวด้วยความสัตย์จริง ทุกอย่างที่กล่าวมาต้องใช้เงินทั้งสิ้น
แต่ขอกล่าวด้วยควมสัตย์จริงในความสัตย์จริง เราใช้เงินหมดไปกับเบียร์เสียส่วนใหญ่

ซึ่งด้วยควมสัตย์จริงในความสัตย์จริงในความสัตย์จริงอีกทีหนึ่ง
'We'd sooner to die better than living without beer'

7
ในภาพจำของเขาและเพื่อน
เชียงใหม่เป็นเมืองที่แต้มไปด้วยสีของทุกเฉดที่พวกเขาปรารถนา
ในตอนเช้า ถูกป้ายด้วยสีเทา อาจจะมาจากหมอกของดอยสุเทพเป็นพื้นหลัง

ช่วงสาย ๆ ถึงบ่าย อาจจะเป็นสี warm tone หรืออาจะเป็นน้ำตาลผสมส้ม สาดลงบนแก้วกาแฟ
กับแดดที่เลียนิ้วที่คีบบุหรี่ของเขา หรือนิ้วของเพื่อนที่กำลังปั่นงานในแลปท็อป

พระอาทิตย์เลื่อนลับขอบฟ้า เหมือนฉากหนังของหว่องก๊าไหว่เสียอย่างนั้น
อาจจะไม่มีหลอดไฟนีออนเหมือนในภาพจำของเขา 
แต่ถ้าแค่เปรียบเทียบ ก็ไม่ต่างกันมากนักหรอก

8
'เพื่อนกูจะให้มาถ่ายงานว่ะ อาจจะอยู่ด้วยสองสามวัน'
'อือ'

เขาไม่ใช่คนเป็นมิตร คนทั่วไปสามารถเกลียดเขาแม้เขาจะอยู่เฉย ๆ ก็ตาม
และเขาเองก็ไม่ได้อยากเป็นที่รู้จักหรืออื่น ๆ 

'อยู่ไม่นาน คิดว่านะ'
เพื่อนช่างรู้ใจกว่าใครทั้งหมด

9
เขาเองไม่ได้แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร ก่อนที่จะรู้สึกตัว
'ทำไมไม่อยู่ด้วยกันไปยาว ๆ เลยอะ'
เขาถามเพื่อนของเพื่อน

'ได้เหรอ'
'เอาดิ อยู่กันหลาย ๆ คน'

หลังจากนั้นกลายเป็นเราสามคน กับมอไซค์หนึ่งคัน
กับลูปกิจกรรมด้านบนวนไปวนมา

10
กำลังจะเข้าฤดูหนาวอีกครั้ง 
เหตุการณ์และความรู้สึกทั้งหมดของเชียงใหม่ช่วงฤดูหนาวที่แล้ว
มันทำให้นอนไม่หลับ
ไม่แน่ใจว่าติดใจอะไรที่นั่น
ไม่แน่ใจ
11
โปรดอนุญาตให้จิตวิญญาณและความรู้สึกของท่านได้ออกมาโลดแล่น
SHARE

Comments

SmileTime
1 month ago
ภาพปกคือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช ?
Reply
zxcvzxcv
1 month ago
ใช่ครับ