ความสัมพันธ์พลาสติก
บุหรี่ในมือผมค่อยๆ ไหม้ไปทีละเล็กน้อย
กลิ่นมิ้นต์เย็นๆ ที่ออกมาจากควันบุหรี่
มันเป็นกลิ่นประจำตัวของเธอ
ที่ยังคงล่องลอยอยู่ในสมองของผม

ควันสีขาวคลุ้งอบอวนไปทั่วอาณาบริเวณ
บรรยากาศในตอน ตี 4:30 นาที 
ที่มืดมิด เงียบสงัด และไร้ผู้คน  
มีเพียงแสงไฟสลัวๆ แก้วเบียร์ 
และเสียงจั๊กจั่น ที่ร้องดังอย่างกึกก้อง

ผมยืนมองไปบนท้องฟ้าอันดำมืด
ปราศจากแสงดาวด้วยสายตาที่สิ้นหวัง
ผมจำไม่ได้แล้วว่ายืนอยู่ที่ริมระเบีบง
ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว แต่ที่แน่ๆ
ผมยังคงเศร้ากับความสัมพันธ์ครั้งที่ผ่านมา

เปลือกตาผมค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ
ในช่วงเวลาที่เงียบสงัดบนระเบียงชั้น 18
ผมปล่อยให้ความคิด และอารมณ์ค่อยๆ 
โลดแล่นอย่างอิสระไร้ขอบเขต
เทผสมปะปน ไหลรวมกันจนแยกไม่ออก

ผ่านมาสองเดือน ตั้งแต่ความสัมพันธ์
ของเราได้จบลง เหมือนหน้าหนังสือ
ที่ถูกฉีกออกไปจนขาดวิ่น  จนไม่เหลือ
หน้าให้สานเรื่องราวของเราต่อ

เธอเป็นเพียงภาพจำทับซ้อนในอดีต
ที่วันนี้ยังอยู่ข้างๆ ผมในฐานะ
บุคคลผู้หลงเหลือในความทรงจำ
เธอที่มักจะใส่กระโปรงยาวสีน้ำตาล
เสื้อแขนสั้นสีขาว คลุมด้วยคาร์ดิแกนสีครีม
และรอยยิ้มที่สดใส ไม่มีใครเหมือน

ริมระเบียงถัดจากตัวผมไปไม่กี่ก้าว
ดอกไม้พลาสติกที่ถูกปลูกไว้อย่างดี
ในกระถางดินเผาสีส้ม มันเป็นของเธอ
แต่เธอดันลืมเอามันกลับไป ผมไม่รู้ว่า
เธอตั้งใจทิ้งมันไว้ที่นั้นหรือเปล่า มันเป็น
แค่ดอกไม้ปลอมในกระถางต้นไม้จริง

ตลกดีนะ ที่ดอกไม้พลาสติกถูกปลูก
ไว้ในกระถางต้นไม้ ทั้งๆ ที่
นั่นเป็นที่ของดอกไม้จริงต่างหาก
แต่เธอก็เป็นคนปลูกมันเองกับมือ

เธอเป็นคนชอบปลูกต้นไม้มาก 
ดอกไม้ที่เธอชอบมาก คือดอกกุหลาบสีชมพู 
หลายครั้งหลายคราวที่เธอชอบลากผม
ไปซื้อต้นไม้ที่ตลาดจตุจักร หรือสมบัติบุรี
อย่างน้อย เธอจะต้องมีต้นไม้สักต้น
ติดไม้ติดมือกลับมา ราวกับผู้หลักผู้ใหญ่
ที่เวลามาเยี่ยม ต้องมีขนมติดไม้ติดมือ
มาด้วยเสียทุกครั้งไป

แต่กับดอกไม้พลาสติกช่อนั้น 
เธอทะนุถนอมราวกับมันเป็นดอกไม้จริง
ผมจ้องมองมันอยู่นาน ก่อนที่
โปรเจคเตอร์ในสมองจะฉายภาพ
ชั่วโมงแห่งความทรงจำในอดีต
สไลที่ถูกนำขึ้นมา มีเธอเป็นผู้พรีเซนต์


        “นี่คุณ ดูสิ สวยรึเปล่า”
        เธอยื่นกระถางดอกไม้พลาสติก
        ดอกนั้นมาทางผมด้วยรอยยิ้ม
        ที่สดใส เหมือนดอกทานตะวัน
        ที่กำลังเบ่งบานเข้าหาพระอาทิตย์

         “เอ้อ สวยเหมือนกันนะ”
         ผมหยุดชะงักไปพักนึง
         เป็นเพราะรอยยิ้มของเธอ

         “แต่เดี๋ยวก่อน”
         “นั่นมันดอกไม้ปลอมเหรอ”
         ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
         และถามกลับไปอย่างเรวดเร็ว

         “อ้าวเหรอ... จริงด้วย”
         เธอทำหน้าเจื่อนๆ ความก่งก๊งของเธอ
         ทำให้ผมยิ่งเอ็นดูเธอมากขึ้นไปอีก

         “ก็ใช่น่ะสิ ยัยบื้อเอ้ย”
         “คืนนี้นอนเร็วเลยนะ”
         ผมหัวเราะด้วยความเอ็นดู

         ;((
         หลังจากนั้นเธอก็ทำหน้า
         บึ้งใส่ผมไปพักใหญ่

เธอน่าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรู้จัก
ที่ชอบเข้าร้านขายต้นไม้มากกว่า
ร้านขายเครื่องสำอาง และร้านทำเล็บ

ทุกๆ เดือน ผมจะเห็นเธอนั่งบนตั่ง
นอกระเบียง ปลูกต้นไม้ และมองดูมัน
อย่างใจจดใจจ่อ ในแววตาคู่นั้น
ผมเห็นสายตาของคุณแม่ที่มอง
ลูกน้อยในอ้อมแขนของเธอ

   “เพราะนั่นเป็นงานอดิเรกที่เธอชอบยังไงล่ะ”
ภาพในสมอง ภาพจำในอดีต
กำลังเล่นตลกกับผมอีกครั้ง
ผมจิบแก้วเบียร์ที่วางอยู่ข้างหน้า
ไป 2 อึกใหญ่ๆ ก้อนน้ำแข็งที่อยู่ในแก้ว
เริ่มละลายจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม
ผมเอาหลังพิงกับประตูกระจกริมระเบียง
และปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปเรื่อยๆ

ผมและเธอต่างรู้ดีว่า ความสัมพันธ์
ในครั้งนี้จะไม่ยาวนาน ประหนึ่ง
ความสัมพันธ์ของเราถูกปิดฉลาก
วันหมดอายุเอาไว้ล่วงหน้า

การมีอยู่ของเธอเหมือนเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
ที่ดาวหางกำลังก้าวผ่านเส้นทองฟ้า
บรรจงจูบรอยพสุธาก่อนจะลาลับหายไป

เราอยู่ด้วยกันเพียง
ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
ต่างคนต่างหยุดเดิน
ไปในทิศทางเดียวกัน
และเดินจากไป ในทาง
ของตัวเองในที่สุด

    แต่

         “ผมยังคงคิดถึงเธอ”

ต่างความคิดต่างความฝันวันเวลา
ต่างพบพาให้ใจร้าวราน 
ต่างก็รู้ว่าจะจบลงไม่นาน
ต่างหมดความต้องการก็จากไป

ผมรู้สึกว่าในยุคดิจิตอลที่เราอยู่
ทั้งคนแปลกหน้า หลายหน้า
หลากตา เจอกันง่ายขึ้น
เหมือนโลกทั้งใบถูกย่อส่วน
ให้มีขนาดเท่าอุ้งมือเรา

“เจอกันง่าย แต่จากกันยิ่งง่าย”

แต่อะไรกัน? ที่ทำให้ความสัมพันธ์
ของหนุ่มสาววัยรุ่นสมัยนี้ถึงสั้นนัก
ต่างจากสมัยรุ่นปู่ย่าตายายของผม
เป็นเพราะความสะดวกสบาย
ในการพบเจอและเข้าถึงผู้คนรึเปล่า?

ความสัมพันธ์กลับเปราะบางลง
มากกว่าที่มันเคยเป็น และดูไม่จริง
หัวใจคนเปลี่ยนแปลงเร็วราวกับ
ใบไม้ที่กำลังผลัดใบในฤดูใบไม้ผลิ

คำพูดไม่กี่คำพูดกลับทิ้งรอยร้าว
แตกยาวไปจนถึงก้นแก้ว
การกระทำเพียงไม่กี่อย่าง
กลับทำให้ความเข้าใจบิดเบี้ยว
ผิดรูปผิดร่างกลายเป็น
การผละตัวออกจากกัน

เพียงสายลมวูบเดียวในสถานการณ์
ใดสถานการณ์หนึ่ง สามารถทำให้
เจ้าดอกไม้ดอกนั้นหักงอ และล้มลงได้
มันช่างบอบบาง และอ่อนไหวเหลือเกิน

ผมเองก็ก้าวพลาดเหยียบบันไดผิดขั้น
ประหนึ่งล้มหกคะเมนตีลังกาลงมายังชั้นล่าง
ที่คิดว่าในทุกๆ ความสัมพันธ์แบบคู่รักบนโลก
ความรักเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด
มากกว่าความเข้าใจ ความเอาใจใส่
ความเสมอต้นเสมอปลาย และการยอมกัน

นั่นเป็นความเข้าใจผิดมหันต์
ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเรา
บิดเบี้ยวจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม

แท้จริงแล้ว ความสัมพันธ์ยังประกอบ
ไปด้วยอะไรหลายอย่าง เหมือนซุปต้มยำน้ำข้น
ที่ให้รสชาติเผ็ดจัดจ้าน แต่สำหรับบางคนกลับ
อร่อยชวนน้ำลายไหล ถูกลิ้นถูกปาก

มันยังมีส่วนประกอบหลายอย่าง
มากในความสัมพันธ์ของจริง
ความรักก็เป็นเพียงส่วนผสมหนึ่ง
ของซุปที่แสนอร่อยถ้วยนั้น
และรสชาติของซุปที่เธอกำลังทำ
จะอร่อยหรือไม่ จะขมหรือเปรี้ยว
จะหวานหรือกลมกล่อม ก็ขึ้นอยู่
กับจังหวะเวลาที่ทำ และส่วนผสม
ที่เธอบรรจงพิถีพิถันใส่ลงไป

หากแต่ใช้เวลานานเกิน หรือเร็วเกินไป
ซุปนั้นอาจมีรสชาติจืดชืดเกินกว่า
จะรับประทาน หรือส่วนผสมของเธอ
อาจไม่ครบองค์ประกอบ นั่นก็ทำให้
ซุปถ้วยนั้นรสชาติไม่อร่อยหรือแตกต่างไป

ถึงอย่างไร ทุกความสัมพันธ์จะจบลง
  
      
          ก็ต่อเมื่อต่างคน...

          “ต่างหมดความต้องการ ก็จากไป”


“โอ้ ดอกไม้พลาสติกเธอช่างดูงดงาม
แรกพบ ดูเบิกบาน กว่าสิ่งใด”

ดอกไม้พลาสติกริมระเบียงดอกนั้น
ทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องเล่นเพลง
ดอกไม้พลาสติก ของวง ALINDA
บทเพลงที่มีท่วงทำนองกลมกล่อม
ยังคงดังกังวาลในหัวผมอยู่นาน

ผมเอามือทั้งสองกุมหน้าจนมิดชิด
ไม่มีแม้แต่ช่องไฟให้แสงเล็ดลอดผ่านเข้ามา
น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
จนอาบแก้มทั้งสองฝั่งข้าง เหมือนลำธาร
ที่ไม่ได้กั้นฝายชะลอน้ำ

สายตาที่สิ้นหวังคู่นี้ เป็นเครื่อง
เตือนใจว่า กำแพงแห่งความเย็นชา
ได้พังทลายลงจนไม่เหลือซาก
ความคิดถึงก็พรั่งพรูออกมาจน
แทบทะลักจากหลังกำแพงนั่น
ผมได้แต่นั่งร้องไห้อย่างสะอึดสะอื้น
และภาวนาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียง
ความฝันของผู้ชายขี้เซาคนหนึ่ง

ผมชายตาไปมองเจ้าดอกไม้พลาสติก
ที่อยู่ในกระถางเซรามิกสีส้มดอกนั้น
มันสวยแบบนั้นเสมอมา
มันสวยแบบนั้นมาตั้งแต่
วันที่เธอพรวนดินแล้ว และ
มันก็ไม่เคยสวยไปมากกว่านี้เลย

อาจเคยคิด อาจเคยฝันมากมาย 
สุดท้ายกลับกลาย เกลียดชัง
ความสุขนั้นเป็นเพียงความหลัง 
หมดสิ้นหวังต้องการเพียงจากไป 

ความสุขทั้งหมดที่เคยมีกลับ
แปรเปลี่ยนเป็นความหลัง
ม่านแห่งความสิ้นหวัง
ก็กั้นฉากลงมา ประหนึ่ง
การแสดงของเราจบลง

ต่างแค่เพียงไม่มีใครดูเราทั้งคู่ในรอบนั้น
และไม่มีเสียงปรบมือสักแอะให้ได้ยิน
ผมโค้งคำนับให้เธอ และเธอก็ทำแบบนั้นเช่นกัน

หลังจบการแสดง ผมและเธอ
กลายเป็นคนที่ไม่รู้จักกัน
จากคนที่รู้จักกันเป็นอย่างดี
ตื่นมาเจอหน้ากันทุกเช้า
หอมแก้มกันก่อนออกจากคอนโด
นอนกอดด้วยกันทุกคืน

วันนี้เราสองคนกลายเป็นคนแปลกหน้า
ราวกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยมีอยู่จริง

ความสัมพันธ์ถึงคราล่มสลาย
และเส้นสายใยที่ถูกตัดขาด
เราสองคนเป็นเหมือน ดอกไม้พลาสติก
ในกระถางดินเผาสีส้มนั้น ไม่ว่าจะผ่าน
การพรวนดิน ดูแล รดน้ำ หรือใส่ปุ๋ย
สุดท้ายแล้ว มันก็เติบโตไปไม่ได้มากกว่านี้

จริงอยู่ ที่ดอกไม้พลาสติกดอกนั้น
สวยงามราวกับของจริง
มันสวยแบบนั้นมาตลอด
และมันจะสวยแบบนั้นเหมือนเดิม
แต่สิ่งหนึ่งที่ดอกไม้พลาสติก
ไม่เคยเป็น คือมันไม่เคยเป็นของจริง

ดั่งดอกไม้แท้ของความสัมพันธ์
แปรเปลี่ยนเป็นพลาสติก
มันสวยงาม แต่ไม่ใช่ของจริง
ความจอมปลอมบางอย่าง
จึงเป็นม่านสีแดงที่บดบัง
ความจริงเอาไว้ด้านหลังนั้น

เพราะพลาสติก ก็เป็นเพียงพลาสติก
สรรพสิ่งทั้งหลายที่มีชิวิต ล้วนแต่
เป็นฝีมือของธรรมชาติทั้งนั้น
เพราะมันมีชีวิตชีวา มันจำเป็นต้อง
ปรับตัว เรียนรู้ เติบโต และงอกงาม

ต่างจากสิ่งที่มนุษย์ผู้ทำหน้าที่
เป็นเสมือนพระเจ้าบนโลกใบจิ๋ว
เป็นผู้สรรสร้างมันออกมา
มันเลยถูกรังสรรออกมา
อย่างไร้ชีวิต และชีวา

ดอกไม้พลาสติกจึงมีรูปลักษณ์ที่
งดงามในแบบของมัน แต่ไม่เติบโต
ความสัมพันธ์พลาสติกจึงเป็นเหมือน
ความสัมพันธ์ที่ถูกหยุดเวลาเอาไว้
ไปต่อก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ดี
เป็นความสวยงามในความยุ่งเหยิง
เป็นจุดกึ่งกลางที่ไม่พอดี

หากแต่ความรักและความสัมพันธ์
ที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมาในรูปแบบ
ของความเป็นนามธรรมด้วยอุ้งมือมัน
จำเป็นต้องปรับตัว เรียนรู้ และเติบโต
ได้รับการดูแล รดน้ำ และพรวนดิน
ไม่ต่างไปจากดอกไม้จริงๆ เลย

ดอกไม้พลาสติกเป็นเพียงตัวแทน
ของความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเติบโต

บทเพลงในท่วงทำนองที่กลมกล่อม
มันทำให้ผมเข้าใจในความหมายของ
“ดอกไม้พลาสติก” มากกว่า
การเป็นดอกไม้ที่ทำมากจากพลาสติก


เจ้าดอกไม้ดอกนั้น ความสัมพันธ์ที่มิอาจไปต่อ
มันไม่สามารถผลิบานไปได้มากกว่านี้
มันจะไม่มีวันเติบโต มันจะไม่มีวันเป็นของจริง
และมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป


ตอนนี้เวลา 6 โมงเช้า 
บุหรี่ในมือผมมอดม้วยกลายเป็นผุยผง
ควันบุหรี่ค่อยๆ เริ่มจางหายไปในอากาศ
และหยดเบียร์ที่ยังเหลืออยู่เพียงก้นแก้ว

แสงอ่อนๆ ในยามเช้าค่อยๆ 
สัมผัสที่ใบหน้า ทิ้งรอยจูบ
เหมือนที่เธอเคยมอบไว้
บนใบหน้าของผม เมื่อตอนที่
ความสัมพันธ์ของเรายังดำรงอยู่

         เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง.
         เหมือนเจ้าดอกไม้พลาสติก.

         ดอกไม้พลาสติก — ALINDA

SHARE
Writer
snupphat
none of the above
เพราะรู้สึก จึงเขียน

Comments