[Fic] White Shirt (Gaeun x Eunbi) <42>
“อึนบีอา คืนนี้ไปดูหนังกันมั้ย”

กาอึนพูดกับอึนบีขณะที่กำลังช่วยอึนบีเก็บข้าวของจำนวนหนึ่งที่อึนบีอยากจะใช้ไปไว้ที่บ้านใหม่

“ก็ได้นะไม่ได้ไปดูหนังด้วยกันนานแล้ว พี่อยากดูเรื่องอะไรล่ะ”

“ไม่ได้มีเรื่องไหนอยากดูเป็นพิเศษหรอกค่ะ พอดีได้ตั๋วฟรีมาแล้วมันจะหมดอายุแล้ว เลยกะว่าจะไปเลือกเอาหน้าโรงหนังเลย”

“งั้นเอาของไปเก็บก่อนนะ แล้วเราค่อยไปกัน”

“หรือถ้าอึนบีอยากพักเราไม่ต้องไปดูหนังกันก็ได้นะ กลับบ้านไปนอนดูซีรี่ส์ก็ได้ แล้วเดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กิน”

“พี่อยากดูหนังก็ไปดูหนังเถอะ เดี๋ยวหาอะไรง่าย ๆ กินแถวโรงหนังก็ได้ พี่จะได้ไม่เหนื่อยแล้วก็ไม่ต้องเสียดายตั๋วหนังด้วยดีมั้ย”

“เอางั้นก็ได้ค่ะ”

กาอึนตั้งใจจัดของใส่กระเป๋าให้อึนบีต่อไป เธอให้อึนบีเลือกของที่อยากเอาไปมาวางไว้ ส่วนเธอก็จัดของให้น้องจะได้ไม่เสียเวลา

“พี่ แค่เอาของใส่กระเป๋ามีความสุขอะไรขนาดนั้นอะ ยิ้มอยู่นั่นแหละ”

“ก็พี่มีความสุขหนิคะ”

“ชอบจัดของเหรอไง”

“ก็เก็บของให้อึนบีไปอยู่กับพี่ พี่ก็มีความสุขน่ะสิ”

“อะไรจะขนาดนั้น นี่ก็อยู่ด้วยกันเกือบทุกวันอยู่แล้ว”

“ก็แค่เกือบอะ บางวันอึนบีก็หนีมานอนที่นี่”

“ก็ห้องมันยังเป็นของฉันอยู่หนิก็ต้องมาดูบ้าง ข้าวของเครื่องใช้ก็ยังอยู่เยอะนะ”

“งั้นเดี๋ยวพี่จะเก็บให้หมดเลย พี่จะเอาเตียงไปด้วยอึนบีจะได้มานอนที่นี่ไม่ได้”

“ฉันนอนโซฟาก็ได้”

“งั้นพี่เอาโซฟาไปด้วย”

“นี่จะยกเค้าบ้านฉันเหรอไง”

“ใช่ ถ้าอึนบีไม่มีที่นอนก็ต้องไปนอนที่บ้านเราเอง”

“ฉันไปนอนโรงแรมก็ได้นะ”

“ใช่สิ! อึนบีนอนที่ไหนก็ได้ทีไม่มีพี่ใช่มั้ยคะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ล้อเล่นหน่า”

อึนบีรีบมานั่งข้างพี่กาอึนที่กำลังทำหน้างอ เธอรู้ว่าพี่เขาไม่ได้โกรธเธอหรืออะไรแบบนั้นหรอก แต่คงทำเป็นน้อยใจให้เธอมาง้อมากกว่า

“อย่าทำหน้างอสิ อย่าขมวดคิ้วด้วยเดี๋ยวหน้ายับ”

“ใช่สิพี่มันแก่แล้วหนิ!”

“ยังไม่ได้ว่าเลย ขมวดคิ้วอีกแล้วไม่เอาไม่ขมวดคิ้ว หันหน้ามานี่เร็ว”

อึนบีเดินไปนั่งข้าง ๆ พี่กาอึนประคองหน้าพี่เขาไว้และจูบลงไปตรงหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปม

“ฉันก็อยากอยู่กับพี่ทุกวันนั่นแหละ ไม่งั้นจะยอมให้ตามมาที่นี่เหรอ”

“อึนบีอาจจะแค่อยากได้คนช่วยทำความสะอาดก็เลยให้พี่ตามมาก็ได้”

“ก็พี่อาสาจะมาทำเองหนิ”

“สรุปคิดแบบนี้จริงอะ พี่มีค่าแค่นั้.. อื้อ!”

อึนบีจูบพี่กาอึนของเธอเร็ว ๆ ให้พี่เขาเสียจังหวะที่จะพูด

“นี่ อย่ามาทำให้ไขว้เข..”

พอพี่เขาทำท่าจะพูดอะไรอีกเธอก็จูบลงไปใหม่ เธอทำแบบนั้นซ้ำ ๆ จนสุดท้ายพี่กาอึนก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะพูดอะไรกับเธอ แล้วจูบตอบเธอแทน เธอประคองใบหน้าพี่กาอึนไว้เปลี่ยนมาจูบพี่เขาช้า ๆ อย่างอ่อนหวาน เธอชอบจูบพี่เขาแบบนั้น เธอจูบเพราะอยากให้เขารู้ว่า เขาเป็นคนที่มีความสำคัญต่อหัวใจเธอมากแค่ไหน

“ขี้โกงอะ”

“ขี้โกงอะไร”

“อึนบีมาทำแบบนี้ เดี๋ยวพี่ก็ลืมหมดน่ะสิว่าเมื่อกี้จะพูดอะไร”

“พี่ลืมง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง เชื่อตายล่ะ”

“แต่ว่าครั้งนี้อยู่ดี ๆ พี่ก็ลืมอะ”

“ฮ่า ๆ ๆ งั้นฉันบอกให้ เมื่อกี้พี่จะบอกว่ารักฉัน”

“ไม่ใช่อะ”

“อ้าว ตกลงว่าพี่ไม่รักฉันเหรอ”

“รักสิคะ แต่ว่าเมื่อกี้พี่ไม่ได้จะพูดเรื่องนี้จริง ๆ นะ”

“ใช่สิ ต้องเป็นเรื่องนี้แหละ เพราะเมื่อกี้พี่ควรจะได้ยินฉันบอกว่ารักพี่แค่ไหน และฉันก็จะบอกกับพี่ว่าอยากให้เราได้อยู่ด้วยกันทุกวัน คราวนี้ที่พี่จะตอบกลับมาก็ควรจะบอกว่ารักฉันจริงมั้ย?”

“เอ๊ะ ทำไมตอนนี้พี่ถึงเริ่มเคลิ้ม ๆ ตามที่เราบอกแล้วล่ะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ก็ฉันพูดจริงน่ะสิ ไม่เชื่อลองดูได้”

อึนบียื่นหน้าเข้าไปจูบแก้มพี่กาอึน แล้วกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู

“รักนะ กาอึนอา”

“พี่ก็รักอึนบีเหมือนกันนะคะ”

“เห็นมั้ย ฉันพูดผิดตรงไหน”

“อา.. ไม่ผิดเลยสักนิดจริง ๆ ด้วยค่ะ”

กาอึนยิ้มให้เจ้ากระต่ายเจ้าเล่ห์ที่กำลังหัวเราะชอบใจที่ทำให้เธอคล้อยตามได้

“พี่”

“ว่าไงคะ”

“ฉันรักพี่นะ แล้วก็อยากอยู่กับพี่แบบนี้ทุกวันเลย ไม่ต้องน้อยใจนะ ฉันน่ะจะอยู่ใกล้ให้พี่เบื่อขี้หน้าเลยล่ะ”

“พี่ไม่เบื่อหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่รักพี่”

อึนบียิ้มให้และจูบพี่กาอึนของเธออีกที ก่อนจะคิดว่าถึงเวลาต้องจัดของต่อ

“คราวนี้จัดของต่อได้ยัง”

“เอ๊ะ.. อยู่ดี ๆ พี่คิดว่าพี่เริ่มนึกได้ว่า ที่พี่อยากพูดก่อนหน้านี้คืออะไร”

อึนบีหัวเราะให้พี่กาอึนที่ยอมเล่นตามน้ำทำเป็นลืมว่าตัวเองอยากพูดอะไรมาพักใหญ่ แต่ก็เริ่มไม่อยากให้เธอละความสนใจจากเขาไป

“งั้นเดี๋ยวทำให้ลืมใหม่ดีมั้ย”

“ดีสิ ช่วยทำให้พี่ลืมหน่อยนะคะ”

“ทำอย่างนี้เดี๋ยวก็ไม่ได้ไปดูหนังกันพอดี”

“หนังมันรอได้ค่ะ ตั๋วไม่ได้จะหมดอายุวันนี้ซะหน่อย”

พอพี่เขาพูดแบบนั้นเธอก็เลยเริ่มจูบพี่เขาใหม่ กะว่าคราวนี้จะทำให้ลืมไปเลยว่ากำลังน้อยใจเรื่องอะไร ถ้าไม่ได้ไปดูหนังก็โทษกันไม่ได้นะกาอึนอา~




🦒: พี่เจอยุนจินแล้วนะคะ

🦒: แต่ยุนจินบอกว่าไม่ได้อยากเจอพี่

🦒: มันอยากเจออึนบีมากกว่า

🦒: มันซื้อขนมฝากอึนบีด้วย

🦒: มาการองกล่องใหญ่เลยล่ะ

🐰: พี่รีบ ๆ กลับนะ

🦒: อา.. คิดถึงพี่แล้วเหรอคะ 🙂

🐰: เปล่า อยากกินมาการอง

🦒: ใช่สินะ..

🐰: 😂

🐰: ล้อเล่นนะคะ

🐰: คุยไปเถอะพี่ ไม่ต้องรีบหรอก

🐰: นาน ๆ ได้เจอกันที

🐰: นี่ฉันก็จะแวะซื้อของหน่อยค่อยกลับบ้านเหมือนกัน

🐰: ก็อย่าดื่มมากเกินไปนะ

🐰: หรือถ้ากลับไม่ไหวก็โทรมา เดี๋ยวฉันไปรับ

🦒: เข้าใจแล้วค่ะ

🦒: เจอกันที่บ้านนะคะ❤️

🐰: ค่ะ แล้วเจอกัน❤️



“จะพิมพ์จีบกันอีกนานมั้ย ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นั่นแหละ รำคาญ”

ยุนจินส่งสายตาริษยาให้คนมีความรัก ก่อนจะยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม

“แค่บอกน้องว่าแกซื้อขนมให้น่ะ พอกลับบ้านไปน้องคงไม่สนใจฉันแล้ว คงสนใจแค่ว่าจะชิมมาการองรสไหนก่อนดี”

“ฮ่า ๆ ๆ น้องอึนบีนี่เลี้ยงง่ายดีนะ ว่าแต่แกเถอะเรียกฉันออกมาแบบนี้คงไม่ใช่แค่จะชวนดื่มเฉย ๆ หรอกใช่มั้ย”

“อืม พอดีมีเรื่องอยากจะปรึกษาหน่อยน่ะ”

“ดูจากท่าทางแกก็รู้แล้ว แกดูเครียด ๆ นะ มายิ้มได้ก็ตอนแชทกับน้องอึนบีนี่แหละ”

“ก็เครียดจริง ๆ นั่นแหละ ว่าแต่แกจะกินอะไรอีกมั้ย ฉันสั่งไปแค่ที่เห็นนะ”

“ไม่เป็นไรนี่ก็เยอะแล้ว ว่ามาสิฉันฟังไปกินไปได้”

กาอึนถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วพูดเรื่องที่เธอตัดสินใจให้เพื่อนฟัง

“ยุนจินอา.. ฉันว่าฉันจะลาออก”

“หืม? ทำไมล่ะ ไหนแกบอกว่างานนี้ลงตัวแล้วไง”

“จริง ๆ ฉันก็โอเคกับงานที่ทำอยู่นะ บางครั้งมันหนักก็จริงแต่มันก็มั่นคงดี เงินก็โอเคเลย”

“แล้วทำไมจะลาออกซะล่ะ”

“แกจำที่แกพูดกับฉันครั้งก่อนได้มั้ย ที่ว่าอึนบีจะคิดมากถ้าฉันคุยกับซากุระนอกเวลางาน แล้วเขาก็จะคิดมากเวลาเห็นฉันกับซากุระใกล้กัน มันเป็นแบบนั้นแหละ.. เป็นอย่างที่แกพูดไม่มีผิด ฉันคิดว่าอึนบีจะหยุดคิดเรื่องนี้ได้แต่มันไม่ใช่ ฉันเข้าใจไปเองว่าเรากำลังมีความสุขแต่อึนบีกำลังเป็นทุกข์โดยที่ฉันไม่รู้”

“แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าน้องกำลังคิดมากน่ะ น้องบอกแกเหรอ”

“เปล่าหรอก ฉันไปเห็นเองน่ะว่าน้องแอบร้องไห้”

กาอึนเจ็บปวดที่ต้องนึกถึงภาพอึนบีพยายามกลั้นน้ำตาแล้วซักผ้าให้เธอ ยิ่งคิดถึงตอนที่น้องบอกว่าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรเธอก็ยิ่งปวดใจ

“พอดีวันนั้นมีกินเลี้ยงกับรุ่นพี่ที่ทำงาน ซากุระไปด้วยแล้วเขาก็เมามาก ฉันทำใจทิ้งให้ผู้หญิงที่เมาไม่ได้สติกลับบ้านคนเดียวไม่ได้ ฉันเลยไปส่งซากุระที่บ้าน พอไปส่งแล้วเขาก็ดึงตัวฉันไปกอดบอกว่าคิดถึงฉัน ลืมฉันไม่ได้ ฉันรู้สึกไม่โอเคเลยสุด ๆ ตอนนั้นฉันน่ะคิดถึงแต่อึนบี ฉันมาอยู่ในห้องซากุระแบบนี้ถ้าอึนบีรู้จะรู้สึกยังไง ฉันรีบกลับบ้านไปไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าอยากจะกลับไปเจอหน้าอึนบี ฉันเลยไม่รู้ว่าเครื่องสำอางของซากุระติดอยู่บนเสื้อฉัน แล้วคนที่รับหน้าที่ซักผ้าที่บ้านเราน่ะคืออึนบี”

ยุนจินเห็นกาอึนเงียบไปเธอก็ไม่อยากเร่งเร้าอะไร เธอทำเพียงแค่ยกเบียร์ขึ้นดื่มเงียบ ๆ เท่านั้น

“เช้าวันต่อมาฉันพาอึนบีไปกินแพนเค้กเหมือนที่ชอบทำในวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่น้องดูไม่ค่อยร่าเริง น้องไม่ค่อยมองหน้าฉันด้วย พอฉันถามเขาบอกว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายฉันก็เลยคิดว่าจะทำข้าวต้มให้เขากิน ฉันให้น้องนอนพักแล้วฉันก็ออกไปซูเปอร์มาร์เก็ต พอฉันเช็กโทรศัพท์ก็เลยได้รู้ว่าที่เขาดูซึม ๆ น่ะคงเป็นเพราะเขาเห็นข้อความที่ซากุระส่งหาฉันว่าขอบคุณที่ไปส่งที่ห้อง.. ฉันรู้สึกไม่สบายใจเลยรีบกลับบ้าน แล้วฉันก็เห็นอึนบีกำลังนั่งมองเสื้อตัวที่ฉันใส่เมื่อวานแล้วแอบร้องไห้เงียบ ๆ อึนบีร้องไห้แต่ก็ยังจะซักเสื้อให้ฉัน พอฉันบอกให้เขาทิ้งเสื้อไป เขากลับบอกว่าเขาซักได้ เขาจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น.. วินาทีนั้นฉันรู้เลยว่าอึนบีไม่เคยทำใจได้เรื่องฉันกับซากุระแต่ที่ฉันไม่เคยรู้อะไรน่ะ เพราะเขากลัวว่าจะทำให้ฉันเครียด เขาอยากให้ฉันไปทำงานได้อย่างสบายใจ เขาเลยอดทนเก็บความรู้สึกแย่ ๆ เอาไว้ไม่เคยพูดอะไรเลย"

กาอึนที่ตาแดงก่ำยกเบียร์ขึ้นดื่มเพื่อให้เบียร์ช่วยพาก้อนความขมขื่นลงคอไป แค่คิดถึงเรื่องที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้คนรักต้องเสียใจ เธอก็ทั้งเจ็บปวดและรู้สึกผิด

"ฉันไม่อยากจะโทษว่าอึนบีขี้ระแวงเกินไปไม่ไว้ใจฉัน ฉันคิดว่าที่อึนบีเป็นแบบนี้ก็เพราะสิ่งที่ฉันเคยทำไว้ เขาเคยเชื่อใจฉันแต่ฉันก็ทำลายมันด้วยการแอบคุยกับคนอื่น ฉันพยายามแก้ไขในสิ่งที่ฉันพลาดไป แต่ไม่ว่าฉันจะพยายามมากแค่ไหนความเชื่อใจที่อึนบีมีให้ฉันมันก็ไม่มีวันเท่าเดิม ยิ่งเป็นเรื่องซากุระอึนบียิ่งหวั่นไหว เพราะเขาเคยเห็นแล้วว่าอาการฉันแย่แค่ไหนตอนได้เจอซากุระใหม่ ๆ ฉันเลยคิดว่าในเมื่อไล่ซากุระไปไม่ได้ ฉันจะไปเองแล้วกัน"

"แกก็เลยจะลาออกไปไม่ต้องทำงานกับซากุระ เพื่อให้อึนบีสบายใจว่างั้น"

"ยุนจินอา แกคิดในแง่นั้นฉันก็ขอบใจนะ แต่แกจะว่าอะไรมั้ยถ้าฉันบอกว่าฉันคิดจะทำแบบนี้ก็เพื่อตัวฉันเอง.. น้ำตาของน้องสั่นคลอนความเชื่อมั่นของฉัน ฉันคิดมาตลอดว่าต่อไปนี้จะทำให้น้องมีความสุขให้ได้ แต่ฉันกลับทำเขาเสียใจ.. ยิ่งรู้ว่าเขาไม่มั่นใจในตัวฉันยิ่งทำให้ฉันกลัวจะเสียเขาไป เพราะฉันรู้ดีว่าต่อให้อึนบีรักฉันมากแค่ไหนแต่ถ้าเขาเสียใจจนทนไม่ไหวความรักที่เขามีให้มันก็หมดลงได้เหมือนกัน เหมือนที่ฉันเคยถูกซากุระทำร้ายจิตใจจนทนไม่ไหวนั่นแหละ"

"..."

"ฉันรักอึนบี.. อึนบีเป็นคนรักที่ดีในแบบที่ชีวิตนี้ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ ฉันยอมทำอะไรก็ได้เพื่อไม่ให้เสียเขาไป ฉันมาคิดดูแล้วถึงความสำคัญระหว่างงานที่ทำอยู่กับอึนบี งานน่ะต่อให้มันจะยากเย็นแค่ไหนฉันก็หาใหม่ได้แต่ไม่มีใครจะมาแทนที่อึนบีของฉันได้หรอก"

ก็คงจะรักมากจริง ๆ ล่ะนะ คนบ้างานอย่างกาอึนถึงกับบอกว่าจะยอมลาออกเพื่อให้ความสัมพันธ์กับแฟนดีขึ้น

“แล้วแกบอกน้องรึยังเรื่องที่คิดจะลาออกน่ะ”

“ยัง.. ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไง ฉันไม่อยากให้อึนบีคิดว่าเป็นเพราะเขาฉันถึงตัดสินใจแบบนี้ อึนบีคงรู้สึกไม่ดี”

“เขาอาจจะรู้สึกดีก็ได้นะ ที่รู้แกให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้น่ะ”

“ไม่หรอก คนอย่างอึนบีน่ะต้องรู้สึกผิดแน่ ๆ น้องต้องคิดว่าเพราะตัวเองฉันถึงต้องย้ายงาน”

“ที่แกมีแนวทางการแก้ปัญหาแบบนี้ฉันก็ว่าดีกว่าที่แกไม่คิดจะแก้ไขอะไรเลย แต่ฉันขอถามหน่อยว่าถ้าเกิดซากุระตามแกไปที่ทำงานใหม่ล่ะ แกจะลาออกเพื่อหนีเขาอีกเหรอเปล่า”

“เขาจะทำขนาดนั้นเลยเหรอ”

“โอ๊ยย ฉันว่าเผลอ ๆ ถ้าเจอแกที่ทำงานไม่ได้ เขาจะย้ายบ้านไปใกล้ ๆ แกแทนน่ะสิ แกว่าเขามาทำงานที่นี่ทำไมกันล่ะถ้าไม่ใช่จะมาหาแก ซากุระน่ะบ้านเขามีเงินไม่ใช่เหรอ แกว่าลูกสาวคนมีตังค์จำเป็นต้องมาทำงานให้มันลำบากที่ต่างประเทศมั้ยล่ะ”

“…”

“กาอึนอา ฉันว่าที่น้องต้องการคืออยากจะเห็นว่าแกตัดซากุระออกไปได้จริง ๆ แล้วที่เขาร้องไห้น่ะแกก็รู้ว่าเขาไม่ได้ร้องไห้เพราะแกกับซากุระทำงานด้วยกัน ที่เขาเสียใจก็เพราะเขาคิดว่าแกยังมีเยื่อใยกับแฟนเก่าต่างหากฉันพูดถูกมั้ย”

“...”

“แกเคยพลาดไปแล้วน้องก็ให้โอกาส ตอนนี้เขายังไม่เชื่อใจแกเท่าไหร่ แกต้องทำให้เขาเชื่อใจแกให้ได้สิ แกต้องพิสูจน์ให้น้องเห็นว่าแกไม่มีวันหวั่นไหว แกต้องทำให้เขารู้ว่าแกรักเขามากแค่ไหน เริ่มจากแสดงความจริงใจก่อนเป็นไง บอกเรื่องที่แกคิดกับเขาไป เรื่องลาออกนี่แหละ ให้เขาได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วย แล้วหาข้อตกลงดี ๆ ว่าจะทำยังไง”

“จริง ๆ ฉันคุยกับอึนบีไปแล้ว ฉันบอกน้องว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับซากุระ แล้วฉันก็จะมีเขาแค่คนเดียว”

“แค่ลมปากบางทีมันก็เชื่อไม่ได้มั้ย แกทิ้งเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดระแวงให้เติบโตในใจอึนบีนานเกินไป พอน้องพยายามจะฆ่ามันแกก็ทำให้มันงอกงามขึ้นใหม่ โดยการตอบแชทซากุระหลังเลิกงาน ไปส่งเขาถึงห้อง แถมเขายังฝากหลักฐานกลับมาเป็นของขวัญให้แฟนแกอีก.. เมื่อก่อนแกก็เคยเจอไม่ใช่เหรอ ที่ซากุระบอกกับแกว่าไม่มีอะไร ๆ แล้วสุดท้ายเป็นไง เขาคบกับผู้ชายคนนั้น แกน่าจะเข้าใจสิว่าอึนบีจะรู้สึกยังไง”

“แต่ฉันไม่ได้โกหกอึนบี ฉันกับซากุระไม่ได้มีอะไรเกินเลยกัน”

“ถามจริง ๆ เถอะนอกจากที่ฉันรู้ยังมีอะไรที่แกทำให้อึนบีคิดมากเรื่องซากุระอีกรึเปล่า”

“ฉัน.. เคยไปเฝ้าไข้ซากุระที่โรงพยาบาลครั้งนึง”

“อ้าว ทำไมต้องไปละ”

“ก็เขาไม่มีใครเลยที่นี่”

“นอนห้องพิเศษเหรอ”

“อือ”

“ทำไมเขาไม่นอนห้องรวมล่ะ จะได้ไม่ต้องมีคนเฝ้า”

“ฉันเลือกให้เองแหละ”

“แกเลือก?”

“อือ เขาป่วยแล้วก็เป็นลมตอนทำงาน ฉันพาไปส่งโรงพยาบาล ช่วงนั้นเราทำงานหนักกันมาก แล้วซากุระก็เป็นคนหลับยาก ฉันอยากให้เขานอนหลับได้ ก็เลยเลือกห้องเดี่ยวให้น่ะ”

“แล้วแกไปนอนเฝ้าเขาอึนบีว่ายังไง”

“ก็ต้องไม่พอใจสิ ฉันโทรไปบอกอึนบี ฉันถูกอึนบีโกรธเพราะวันนั้นเรานัดกันไว้ และตอนนั้นฉันกับอึนบีก็ไม่ได้เจอกันพักใหญ่เพราะฉันงานยุ่ง แต่ตอนดึก ๆ อึนบีก็เอาเสื้อผ้ากับขนมมาให้ฉันที่โรงพยาบาล สรุปวันนั้นก็กลายเป็นทั้งฉันทั้งอึนบีนอนเฝ้าไข้ซากุระอยู่ที่โซฟาโรงพยาบาล”

“เฮ้อ.. แกก็เป็นซะอย่างนี้ แกไปใจดีกับแฟนเก่าแบบนั้น อึนบีก็ต้องคิดมาอยู่แล้วสิ”

“ฉันไม่ได้ใจดี ก็เขาป่วยหนิจะให้ทำยังไงล่ะ”

“เขาป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แกพาไปหาหมอก็ถูกแล้ว แต่เหตุผลที่เลือกห้องพิเศษเพราะเขาหลับยากน่ะมันเป็นสิ่งที่แกรู้เพราะแกกับเขาเคยเป็นคบกัน มันแสดงให้เห็นว่าแกไม่เคยลืมรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับเขาเลย ตอนนี้แกเป็นแค่เพื่อนร่วมงานนะกาอึน เพื่อนร่วมงานไม่จำเป็นต้องรู้ลึกถึงขนาดนั้นหรอก”

“…”

“แกเผลอใส่ใจซากุระไปโดยไม่รู้ตัวด้วยนิสัยชอบจำรายละเอียดของแกนี่แหละ ให้ฉันเดานะแกต้องกินข้าวกับซากุระบ้างเพราะทำงานด้วยกัน แล้วเขาเป็นต่างชาติแกก็คงจะช่วยสั่งให้ใช่มั้ย”

“อืม”

“แล้วแกก็คงจะสั่งแต่อะไรที่เขาชอบโดยที่เขาไม่ต้องบอก แกทำแบบนั้นใช่มั้ย”

“ช.. ใช่”

“ก็เป็นซะแบบนี้ใครเขาจะไปเชื่อวะ ว่าแกลืมเขาได้แล้ว”

“ก็ฉันจำได้หนิ ฉันไม่ได้รักเขาแล้วแต่ไม่ได้ความจำเสื่อมสักหน่อย”

“ก็แกล้งทำเป็นลืมบ้างเถอะ ไม่ใช่ปากบอกว่าไม่แต่การกระทำมันไม่สอดคล้องกันแบบนี้”

“ฉันไม่รู้ต้องทำยังไง ยุนจินอา.. ฉันทำตัวไม่ถูกไม่รู้ต้องห่างไปแค่ไหน หรือเข้าใกล้ได้เท่าไหร่ถึงจะปลอดภัยกับฉัน ฉันแค่คิดว่าเขาก็ควรได้กินอิ่มนอนหลับเหมือนคนทั่ว ๆ ไปก็เท่านั้น มันเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ควรจะได้รับไม่ใช่เหรอ”

“ไม่.. ไม่ใช่หรอก แกอาจจะไม่รู้ตัวว่าแกน่ะชอบเวลาเห็นคนอื่นพอใจ แกอยากให้คนอื่นมีความสุข ขนาดวันนี้ที่แกมากินข้าวกับฉัน แกมาถึงก่อนแกยังสั่งของที่ฉันชอบรอไว้เลย เพราะแกจำได้ว่าฉันชอบกินอะไรและอยากให้ฉันมีความสุข”

“ก็แกเป็นเพื่อนฉัน แค่นี้มันแปลกตรงไหนล่ะ”

“กาอึนอา การจำรายละเอียดเกี่ยวกับคนรอบตัวได้น่ะเป็นเรื่องน่ารักดีนะ มันแสดงให้เห็นว่าแกใส่ใจคนอื่นแค่ไหน อย่างวันนี้พอฉันมาถึงเห็นว่ามีของที่ฉันชอบตั้งรออยู่บนโต๊ะฉันก็มีความสุขนะ แต่ช่วยใส่ใจเฉพาะรายละเอียดของคนสำคัญในชีวิตแกเถอะนะ ของคนที่ไม่ควรใส่ใจก็ไม่ต้องไปจำไว้ให้รกสมอง ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะคู่ควรได้รับการใส่ใจจากแก ผู้หญิงคนนั้นเขาเคยทำกับแกยังไงจำได้ใช่มั้ย”

“...”

“อย่าให้อึนบีต้องมาเจ็บเพราะคิดว่าแกยังมีใจให้คนอื่น อย่าให้คนที่รักแกต้องมาทุกข์ทรมานแบบที่แกเคยเจอเลยนะ เป็นคนใหม่ซะ ใจแข็งเข้าไว้ ฉันว่าถ้าแกทำได้นี่ไม่ต้องลาออกไปหางานใหม่ให้มันวุ่นวายนะ เดี๋ยวซากุระก็ทนไม่ไหวถอยไปเองแหละ อาจจะนานหน่อยเพราะเขาเป็นคนที่แบบ.. เอ่อ.. นั่นแหละ แต่ฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้แกเอง”

“อืม ขอบใจนะ”

“แล้วถึงฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ รู้ใช่มั้ยว่ามีอะไรแกก็ยังคุยกับฉันได้”

“อืม แล้วจะโทรไปหา ฉันสัญญาไว้แล้วไง”

“เฮ้อ.. มา ๆ ชนแก้วกันหน่อย เดี๋ยวฉันก็กลับแล้ว คงอีกนานเลยกว่าจะได้มาดื่มด้วยกันแบบนี้อีก”

“ฉันนั่งเป็นเพื่อนแกกินได้ แต่ฉันเมามากไม่ได้นะพรุ่งนี้ทำงาน”

“เมามากไม่ได้เพราะพรุ่งนี้ต้องทำงานหรือคืนนี้ต้องทำการบ้าน?”

“ก็ทั้งสองอย่างแหละ แต่ถ้าเมาเป็นหมากลับไปน้องคงให้นอนโซฟากรุณาเห็นใจเพื่อนด้วย”

“ชิ! พวกคนมีคู่นี่มันน่าหมั่นไส้จริง ๆ”




อึนบีเดินออกจากร้านเครื่องประดับด้วยอารมณ์หลากหลาย เธอรู้สึกแปลก ๆ เพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เธอเพิ่งสั่งแหวนคู่สำหรับเธอและพี่กาอึน ในชีวิตนี้เธอไม่เคยใส่แหวนคู่กับแฟนคนไหนพอจะใส่จริง ๆ ก็ไม่ใช่แหวนที่หนุ่ม ๆ ซื้อให้ แต่เป็นเธอเองที่ซื้อไปให้ผู้หญิงของเธอใส่ อา.. คิดแล้วก็เขิน ๆ เหมือนกันนะเนี่ย

วันนี้พี่กาอึนออกไปกินข้าวกับพี่ยุนจินคงจะกลับดึก อยากจะส่งข้อความไปถามเหมือนกันว่าให้ไปรับมั้ย แต่ก็ไม่อยากไปขัดจังหวะเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน เดี๋ยวจะคิดว่าไปกดดันให้รีบกลับ ปล่อยพวกเขาคุยกันให้สบายใจแล้วเธอไปรอพี่กาอึนที่บ้านดีกว่า

“กลับมาแล้วค่ะ”

“กลับเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย”

“ก็มีเด็กรอกินมาการองอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”

กาอึนเดินเข้าไปกอดน้องจากด้านหลังก้มหน้าจูบขมับน้องเบา ๆ ขณะที่น้องยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว

“กินเลยมั้ย”

“อยากชิมอะ หยิบให้ชิ้นนึงสิ”

กาอึนแกะกล่องแล้วสุ่มหยิบมาการองมาป้อนให้อึนบีชิ้นนึง อึนบีกัดครึ่งนึงเธอจึงกินอีกครึ่งที่เหลือ มาการองชิ้นนั้นเป็นรสชาเขียว

“หน้าตาอารมณ์ดีเชียว ชอบล่ะสิ”

“อือ อร่อยดี พี่ว่าไม่อร่อยเหรอ”

“ก็อร่อยดีค่ะ แต่ว่าหวานไปหน่อย”

หวานมากเลยต่างหากล่ะ.. หวานขนาดนี้นี่ยุนจินมันกะให้อึนบีน้ำตาลขึ้นเลยหรือไง ซื้อมาซะกล่องใหญ่เลย

“แล้วนี่อยากกินแอปเปิ้ลเหรอคะ ถึงซื้อมาตั้งหลายลูก”

“อือ กำลังปอกให้เป็นรูปกระต่ายอยู่ เห็นในทีวีเขาทำมันน่ารักดี”

“ที่บอกว่าวันนี้จะไปซื้อของก็คือตั้งใจไปซื้อแอปเปิ้ลเหรอคะ”

เปล่า.. ฉันตั้งใจไปสั่งทำแหวนให้พี่แล้วขากลับเห็นแอปเปิ้ลพอดีก็เลยซื้อกลับมา

“นี่ไง ๆ พี่ดูสิน่ารักมั้ย”

อึนบีหยิบชิ้นแอปเปิ้ลที่ปอกเสร็จแล้วขึ้นมาอวด จะไม่น่ารักได้ยังไง เธอมองแล้วหุบยิ้มไม่ได้ด้วยซ้ำ เจ้ากระต่ายปอกแอปเปิ้ลรูปกระต่าย อา.. น่ารักจะตายอยู่แล้ว

“ไม่น่ารักเหรอ”

“น่ารักมากเลยล่ะ”

“เนอะ ๆ ๆ”

“แล้วทำไมปอกเยอะจังล่ะคะ กล่องนั้นก็แอปเปิ้ลเหรอ”

“ก็ปอกให้พี่เอาไปกินพรุ่งนี้ที่บริษัท แล้วก็ปอกเผื่อเยนากับยูจินด้วย”

“สรุปว่าประเด็นหลักคืออึนบีอยากจะลองปอกแอปเปิ้ลเป็นรูปกระต่าย ที่บอกว่าจะปอกให้พี่เอาไปกินที่บริษัทนี่แค่ผลพลอยได้ใช่มั้ยคะ”

“ทำไมรู้อะ”

“ฮ่า ๆ ๆ แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะ”

กาอึนหอมแก้มอึนบีเป็นการขอบคุณ

“แล้วทำไมกระต่ายตัวนั้นมันหูแหว่งล่ะ”

“ก็ตอนแรกยังกะไม่ถูกอะ”

“พี่ก็นึกว่ามันโดนตัวอื่นงับหูซะอีก”

“พวกกระต่ายของฉันใจดี มันไม่กัดกันหรอก”

“แต่ว่ายีราฟกัดกระต่ายนะ”

“ยีราฟกัด?”

“อื้อ ยีราฟกัดเพราะจริง ๆ ยีราฟมันเป็นสัตว์ดุร้าย ตอนแรกมันก็จะกระซิบอ้อนให้กระต่ายตายใจก่อน อย่างคืนนี้มันจะกระซิบบอกว่า ‘อึนบีอาคืนนี้เล่นกันนะ’ ”

อึนบีเริ่มรู้ตัวว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น พี่กาอึนของเธอกระซิบข้างหูทำให้เธอขนลุกไปหมด

“พอกระต่ายตายใจแล้ว เจ้ายีราฟก็จะงับลงไปแบบนี้”

“อื้ออ”

กาอึนใช้ริมฝีปากงับเบา ๆ ที่ใบหูของอึนบี ทำให้อึนบีครางออกมาเพราะสัมผัสที่ได้รับโดยไม่ทันตั้งตัว งับไปงับมากาอึนก็เริ่มโลมเลียใบหูของอึนบี อึนบีสะท้านไปทั้งร่างกาย

“พอมันงับเสร็จแล้วมันก็จะเลียปลอบใจแบบนี้เพราะมันได้ยินเจ้ากระต่ายร้อง เจ้ากระต่ายกลัวใช่มั้ยถึงร้อง ไม่ต้องร้องนะไม่ทำให้เจ็บหรอก”

อึนบีรู้สึกว่าตัวเองกำลังฉ่ำแฉะทั้งที่พี่เขาแค่สัมผัสเธอเบา ๆ เคล้ากับเสียงกระซิบเท่านั้น เธอพยายามเก็บแอปเปิ้ลรูปกระต่ายที่เหลือใส่กล่องให้เร็วที่สุดแต่พี่กาอึนไม่ให้ความร่วมมือเท่าไหร่

“พี่.. ขอเก็บแอปเปิ้ลก่อนนะ เดี๋ยวมันดำหมด”

“ก็เก็บไปสิคะ พี่ไม่ใจร้ายขนาดไม่ให้เจ้ากระต่ายช่วยเหลือพวกพ้องตัวเองหรอกนะ”

กาอึนเลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นสูงจากเอวของอึนบี ตอนใกล้จะนอนแบบนี้ภายใต้เสื้อกล้ามตัวบางอึนบีคงไม่ได้ใส่อะไรตามเคย เธอจึงเริ่มหยอกล้อกับยอดอกผ่านเสื้อกล้ามบาง ๆ จนยอดอกนั้นชูชันสู้มือ แล้วจึงสอดมือเข้าไปในเสื้อเพื่อสัมผัสหน้าอกอวบอิ่มของน้องโดยตรง และยังคงโลมเลียใบหูเล็ก ๆ ของอึนบีไปพร้อม ๆ กัน พอเธอทำแบบนั้นอึนบีก็เท้าแขนกับเคาน์เตอร์ครัวเพื่อทรงตัว

“ยืนไม่ไหวแล้วเหรอคะคนดี”

กาอึนเห็นอึนบียังพยายามจะปิดฝากล่องสุญญากาศที่ใส่แอปเปิ้ลให้ได้แล้วเอ็นดู

“แอปเปิ้ลนี่มันยังไงฮึ? ดูเป็นห่วงจัง”

“ฉันปอกให้พี่ อืออ.. เดี๋ยวมันสีไม่สวยแล้วพี่ไม่อยากกิน”

“อึนบีปอกให้ยังไงพี่ก็กินค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยปิดให้นะ”

กาอึนกระแทกสะโพกใส่ดันอึนบีให้ติดเคาน์เตอร์เธอละจากหน้าอกของน้องเอื้อมไปกดปิดฝากล่องแอปเปิ้ลให้ปิดสนิท

“คราวนี้เล่นกันได้ยังคะ”

พอน้องเอี้ยวหน้ามาหาเธอก็จูบน้องทันที ลิ้นของเราสัมผัสเกี่ยวรัดกัน ปากของอึนบียังมีรสชาติของมาการอง ตอนแรกที่ได้ชิมเธอคิดว่ามันหวานเกินไป แต่พอความหวานนั้นมาจากปากอึนบีเธอกลับคิดว่ามันหวานกำลังดี เธอเลื่อนมือลงต่ำสอดมือเข้าในกางเกงขาสั้นของอึนบี

“อึนบีอา แยกขาออกจากกันหน่อยสิ”

เธอเริ่มคลึงจุดรวมความรู้สึกที่เต่งตึงนั้นทันทีอึนบีทำตามที่เธอกระซิบบอก

“พี่คะ~”

“แฉะมากเลยนะ อึนบีอา”

อึนบีหันมาโน้มคอเธอลงไปจูบอีกที อึนบีจูบหนัก ๆ ตามสัมผัสของเธอที่เร่งให้เร็วมากขึ้น อึนบีงอตัวไปข้างหน้าและขาก็เริ่มสั่นจนเธอที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังรู้สึกได้

“จะไม่ไหวแล้วใช่มั้ยคะ”

“อื้อ”

“งั้นหันหน้ามาหาพี่หน่อยนะ”

เธอจับอึนบีให้หันหลังพิงเคาน์เตอร์แล้วหันหน้ามาหาเธอ เธอดึงกางเกงของน้องลงแล้วเขี่ยมันให้พ้นทางไป น้องโอบรอบคอเธอเอาไว้แล้วโน้มเธอลงไปจูบ พอเธอสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางแสนร้อนระอุนั่น น้องก็เปลี่ยนมาซบไหล่เธอแทน เธอรู้ว่าน้องอยากจะถึงจุดหมายแล้วเธอจึงใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงจุดรวมความรู้สึกด้านนอกให้น้องไปด้วย

“อึนบีอา มองหน้าพี่หน่อยสิ”

ในตาของอึนบีที่คลอไปด้วยน้ำตามองมาหาเธอเหมือนอ้อนวอนให้ช่วย ผิวของอึนบีเปลี่ยนเป็นสีชมพู แขนที่เคยคล้องคอเธอเอาไว้เปลี่ยนเป็นบีบไหล่เธอแน่น ขาของน้องเริ่มสั่นอีกครั้งเมื่อเธอคลึงจุดรวมความรู้สึกด้านนอกของน้องเร็ว ๆ

“อ๊ะ! กาอึนอา~”

“อือ..”

กาอึนเผลอครางเพราะภาพคนรักที่บิดเร่าอยู่ตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกตามไปด้วย เธอเร่งจังหวะกระตุ้นน้องทั้งด้านนอกและด้านใน ไม่ถึงนาทีจุดหมายก็มาเยือนอึนบีของเธอ อึนบีตอดรัดเธอแน่นจนเธอแทบขยับมือไม่ได้ ครางเสียงสั่น ๆ สลับกับเรียกหาเธอเหมือนละเมอ รวมกับสีหน้าตอนเสร็จของอึนบีทำให้เธอมีอารมณ์สุด ๆ ยิ่งตอนน้องขอร้องเธอว่าอย่าเพิ่งเอานิ้วออกเพราะกำลังรู้สึกดี เธอแทบอยากจะทำให้น้องอีกครั้งทันทีแต่ว่าอึนบีของเธอยังเหนื่อยอยู่มาก เธอกอดน้องเอาไว้แล้วลูบหลังน้องปลอบใจ

“พี่พาไปนั่งนะ”

เธอประคองให้อึนบีไปที่โซฟาแต่อึนบีบอกว่าขอไปที่เตียงดีกว่า เธอจึงพาน้องเข้าห้องนอนไป พอถึงเตียงน้องกลับหันมาถกกระโปรงเธอขึ้นแล้วดึงชั้นในเธอลง เธอหน้าขึ้นสีตอนอึนบีมองชั้นในที่เปียกชื้นเพราะความต้องการที่หลั่งไหลออกมาสลับกับมองหน้าเธอ

“เมื่อกี้พี่บอกว่าอะไรนะ”

“คะ?”

“พี่บอกว่ายีราฟมันกัดกระต่ายใช่มั้ย สงสัยยีราฟมันจะอยากตายถึงได้กล้ามากัดกระต่ายน่ะ”

ตายเลยเหรอคะ.. อย่ามองพี่แบบนั้นได้มั้ย กระต่ายอะไรกันนี่มันเสือแล้ว

“พี่จำไม่ได้เหรอกว่ากระต่ายมันดุแค่ไหน”

“อะ..”

“สงสัยต้องย้ำกันหน่อยแล้ว”

“อื้อ!”

แล้วอึนบีก็ทำให้เธอลืมหมดทุกอย่าง ลืมที่ถามว่าวันนี้น้องทำงานเหนื่อยมั้ย ลืมว่าจะกลับมาปรึกษาเรื่องลาออก เธอลืมบอกว่ายุนจินอยากจะมาทำกับข้าวให้อึนบีกิน

ที่เธอรับรู้ได้ตอนนี้มีแค่สายตาของอึนบี ทุกสัมผัสที่คอยปลุกเร้าและความทรมานแสนหวานที่ไม่รู้จะจบลงเมื่อไหร่ ซึ่งเจ้ากระต่ายคงทำต่อไปจนกว่าเธอจะจำได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นนาย หรือจนกว่าเธอจะขาดใจตายอย่างที่เจ้าตัวว่าไว้นั่นแหละ





“ไหวมั้ยเนี่ย”

อึนบีถามพี่กาอึนที่ยืนหาวน้ำตาไหลอยู่หน้าร้านขายครัวซองต์

“ไหว ๆ เดี๋ยวพี่ไปซื้อกาแฟหน่อยนะ อึนบีจะเอาอะไรมั้ยคะ”

“ชาก็ได้ค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวพี่มานะ”

อึนบีมองพี่กาอึนที่เดินเหมือนไม่ค่อยมีแรงไปที่ร้านกาแฟแล้วรู้สึกผิดนิดหน่อย ก็ที่พี่เขาดูเพลีย ๆ แบบนี้ก็เพราะเธอนี่แหละ.. ปกติพี่กาอึนมักจะตื่นก่อนนาฬิกาปลุก เขาจะปิดไม่ให้มันดังแล้วปล่อยให้เธอนอนต่อ จนพี่เขาอาบน้ำเสร็จแล้วถึงจะมาเรียกเธอ แต่วันนี้เธอตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก ทั้งที่เสียงนาฬิกาดังมากพี่กาอึนก็ยังไม่ตื่น พอเธออาบน้ำเสร็จถึงมาเรียกพี่เขาไปอาบน้ำ วันนี้พี่กาอึนตื่นยากสุด ๆ เลย

“พี่.. ง่วงมากเลยเหรอ”

อึนบีแอบถามพี่กาอึนระหว่างเดินไปบริษัทด้วยกัน

“ก็เพลีย ๆ แต่เดี๋ยวกินกาแฟก็หายค่ะ รู้สึกผิดเหรอคะ”

“อือ”

“อะไรกัน พี่ชวนอึนบีเองนะจะรู้สึกผิดทำไมล่ะคะ”

“ก็พี่ดูเพลียมาก”

“พี่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เคยบอกไปแล้วไงถ้าพี่ไม่ไหวเดี๋ยวพี่บอกเองค่ะ อย่างคืนนี้น่ะไม่ไหวแน่ ๆ แล้วล่ะ ฮ่า ๆ ๆ ”

อันนี้พี่ไม่บอกฉันก็รู้ วันนี้พี่กลับถึงบ้านก็คงได้หลับเป็นตายแน่ ๆ

“อึนบีอา”

“คะ?”

กาอึนเรียกน้องให้มาใกล้ ๆ เพื่อเธอจะได้กระซิบข้างหู

“เมื่อคืนพี่มีความสุขมากเลยล่ะ ขอบคุณนะคะ”

พี่กาอึนพูดแค่นั้นแล้วก็เดินเข้าบริษัทไปก่อน ปล่อยให้คนฟังยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่คนเดียว

มันใช่เรื่องที่จะมาพูดตอนนี้มั้ยล่ะพี่! ไว้พูดที่บ้านสิ เราจะได้จูบกันสักทีสองทีนี่ทำอะไรไม่ได้เลย หึย!




“ยูจินอา ปากเธอเลอะ”

เยนาหันหน้าหายูจินใช้นิ้วจิ้มริมฝีปากตัวเองเพื่อให้ยูจินรู้ตำแหน่งของเศษครัวซองต์ที่ติดอยู่ พวกเธอกำลังนั่งกินครัวซองต์ที่พี่อึนบีซื้อมาเผื่อ แถมยังมีแอปเปิ้ลที่พี่เขาปอกเป็นรูปกระต่ายมาให้ด้วย พี่อึนบีคนดีที่หนึ่งเลย!

“ตรงนี้เหรอ”

“ล่างอีกนิด”

“ออกยัง”

“ยัง ซ้ายอีกหน่อยสิ”

“ออกยังอะ”

“ยัง หันมานี่มา”

เยนาเอื้อมมือไปหยิบเศษครัวซองต์ออกให้ยูจิน เพราะยูจินเอามือปัดไปทั่วแต่เศษครัวซองต์กลับไม่ยอมหลุดไปซะอย่างนั้น เธอหยิบเศษครัวซองต์ออกให้ยูจินแต่ก็ต้องชะงักเพราะนิ้วไปเผลอลูบริมฝีปากอิ่ม ๆ ของเขาเข้า เธอมองริมฝีปากนั้นก่อนจะเลื่อนสายตามาสบกับยูจิน เธอก็คิดเหมือนกันใช่มั้ยยูจินอา.. ถึงได้มองฉันแบบนี้เพราะเรานั่งข้างกันทำให้หน้าเราอยู่ใกล้กันมากจริง ๆ ถ้าเป็นวันก่อน.. ถ้าเป็นวันที่เรานั่งกันอยู่ที่โซฟาบ้านเธอเราคง..

จูบกันแล้วล่ะสิ

“?!?”

“พะ.. พี่ว่าอะไรนะคะ”

เยนาที่รู้สึกตัวทันทีที่ได้ยินเสียงพี่กาอึน เธอถามพี่เขากลับไปเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดรึเปล่า แต่ที่แน่ ๆ คือพี่กาอึนถูกพี่อึนบีตีไปทีนึง

“เปล่าหนิ ไม่ได้พูดอะไร”

“แต่ว่าเมื่อกี้..”

เยนาหันไปหายูจินเพื่อจะถามว่าเมื่อกี้ได้ยินพี่กาอึนพูดอะไรรึเปล่า แต่ยูจินกำลังก้มหน้าและเม้มริมฝีปากแน่นแก้มแดงอย่างเห็นได้ชัด เธอจึงทำได้แค่กินครัวซองต์ต่อไปเงียบ ๆ บรรยากาศตอนนี้เคอะเขินจนรู้สึกได้

“พี่ไปทำงานก่อนดีกว่า ไว้เจอกันนะเด็ก ๆ”

กาอึนบอกลาเด็ก ๆ เพื่อไปทำงาน อึนบีเลยบอกว่าจะเดินไปเป็นเพื่อนเพราะจะไปเข้าห้องน้ำ

“ไปแกล้งน้องมันทำไมเนี่ย เห็นมั้ยยูจินหน้าแดงไปหมดแล้ว”

อึนบีพูดกับพี่กาอึนของเธอตอนแวะเข้าห้องน้ำ หลังจากที่เธอตรวจดูแล้วว่าไม่มีใครในห้องน้ำนอกจากเธอสองคน

“ก็มันน่าแซวมากเลยหนิคะ มองปากกันเคลิ้ม ๆ แบบนั้น เหมือนเด็กมัธยมที่เพิ่งได้จูบกันครั้งแรกอย่างนั้นแหละ”

“แหม ใครจะเจนสนามเหมือนพี่ล่ะ”

“แต่ว่าพี่ก็อยากจูบอึนบีอยู่ตลอดนะคะ อย่างตอนนี้ถ้าอึนบีไม่ว่าอะไร..”

“พอเลย ไปทำงานได้แล้วไป”

กาอึนยิ้มให้อึนบีที่เธอเห็นผ่านกระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำ ดูสิทำเป็นไม่สนใจไม่มองหน้ากันเลยแบบนี้ยิ่งน่าแกล้ง

“อึนบีอา”

จุ๊บ~

“พี่!”

อึนบีถลึงตาใส่เธอที่ฉวยโอกาสตอนเรียกแล้วน้องหันมาหา จูบเร็ว ๆ ไปที่ริมฝีปากของน้อง

“อะไรกัน ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลยนะ ตัวเองก็เคยทำอะ”

พี่กาอึนคงหมายถึงตอนที่เธอจูบแก้มเขาที่หลังตึก

“พี่ไปทำงานแล้วนะคะ วันนี้พี่ต้องเข้าประชุมตอนบ่ายคงไม่ได้กินข้าวกลางวันด้วยกัน แต่พี่สัญญาว่าจะหาอะไรกินไม่ลืมมื้อกลางวันแน่นอน”

พูดแล้วมายิ้มตาหยีใส่แบบนี้เธอจะพูดอะไรได้อีกล่ะ..

“แล้วเจอกันที่บ้านนะคะ”

“พี่อย่าลืมกินแอปเปิ้ลนะ”

“อันนี้ไม่ลืมอยู่แล้วค่ะ ตั้งใจทำงานนะคะอย่ามัวแต่คิดถึงพี่จนเสียงานนะอึนบีอา”

“หลงตัวเอง!”




ยูจินช่วยเยนาเก็บจานไปล้างเงียบ พวกเธอไม่ได้พูดอะไรกันตั้งแต่พวกพี่ ๆ เดินออกไป เธอยังคิดไม่ตกว่าพี่กาอึนรู้ได้ยังไงว่าเธอกับเยนาจูบกันแล้ว มันเห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอ

“ยูจินอา”

“ว่าไง”

“เธอว่าพี่กาอึนรู้ได้ยังไงเรื่อง.. เอ่อ.. ที่เราจูบกันแล้ว”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“เธอว่าพี่เขาแค่เดาเอาแต่ดันเดาถูกรึเปล่า”

“ฉันก็ไม่แน่ใจ”

“ยูจินอา.. เธอไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรใช่มั้ย”

“รู้สึกไม่ดีเรื่องอะไร”

“ก็เรื่องที่โดนพี่เขาแซวน่ะ”

“ไม่หรอก”

“แต่เธอก้มหน้าตลอดเลยนะ”

“ฉันไม่กล้าสู้หน้าพวกพี่ ๆ น่ะ”

“ทำไมล่ะ”

“ก็ฉันน่ะ.. เคยแต่แซวพวกพี่ ๆ เพราะเวลาพวกพี่เขาอยู่กับฉันพวกพี่เขาไม่ค่อยระวังตัวกันเท่าไหร่ ชอบหวานใส่กันอยู่เรื่อย วันนี้โดนแซวกลับบ้างก็เลยไม่รู้จะทำหน้ายังไงน่ะ”

ยูจินพูดขณะที่ช่วยเยนาเรียงจานที่ล้างแล้วไว้บนชั้นวางจาน

“เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจนะเวลาเห็นพวกพี่ ๆ เขามองตากันหวานฉ่ำหรือเวลาเขาอยู่ใกล้ ๆ กัน แล้วทำท่าเหมือนว่าอยากจะทำอะไรมากกว่ามอง ตอนนั้นฉันไม่เข้าว่าทำไมพวกพี่เขาถึงอดใจไว้รอให้ถึงที่ส่วนตัวก่อนไม่ได้ แต่วันนี้ฉันเข้าใจแล้วล่ะ”

“...”

“เวลาที่อยู่ใกล้ ๆ คนที่เรารักน่ะ มันอดใจยากแบบนี้นี่เอง”

“เธออยากจูบฉันเหรอ”

“...”

“ว่าไง”

“อ..อืม ก็หน้าเธออยู่ใกล้มาก แล้วก็..”

“ฉันก็เหมือนกันนะ”

“...”

“คือ.. แค่อยากบอกให้รู้ไว้น่ะ”

เยนาพูดแค่นั้นก็รีบล้างมือแล้วเดินออกจากห้องไปเลย ปล่อยให้ยูจินยืนประมวลผลสารที่ได้รับอยู่คนเดียว

พอประมวลผลได้แล้วยูจินก็คิดว่าถ้าเย็นนี้เธอชวนให้เยนาไปที่ห้องโดยให้เหตุผลว่าอยากชวนมาดูซีรี่ส์จะดีกว่าพูดไปตามตรงว่าจะชวนมาจูบกันมันมั้ยนะ.. ถ้าพูดไปตรง ๆ เยนาจะว่าอะไรรึเปล่า หรือถ้าไม่พูดไปตรง ๆ จะเหมือนหลอกเยนามารึเปล่า ในสายตาเยนาเธอจะกลายเป็นลุงหื่น ๆ รึเปล่านะ.. อา.. ยากจังเลยแฮะ..




TBC





มาช้านิดนึงนะคะ (ไม่นิดล่ะ)

พอดีกว่าเราเป็นหวัดตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ถึงวันนี้ก็ยังไม่หายสนิทเลยค่ะ เป็นหวัดนี่มันน่าเบื่อมาก ๆ เลยจริง ๆ สมองก็เฉื่อยกินอะไรก็ไม่อร่อยเป็นเศร้า ;-; ช่วงนี้ฝนตกบ่อยดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะจะได้ไม่ป่วยแบบเรา



ขอบคุณทุกคอมเมนต์และ🧡เรื่องนี้ลงไว้ทั้งในนี้และในรีดอะไรท์ ใครสะดวกที่ไหนก็ให้กำลังใจกันได้ค่ะ :))


ถ้าอยากคุยกันก็มาคุยกันได้นะคะ
@705NCS
#กาอึนบีเชิ้ตสีขาว



ขอบคุณที่ติดตามและรอคอย❤️

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ💋



ป.ล. รักนะคะ 💋






SHARE
Written in this book
White Shirt
แพนเค้กก็อร่อยดี แต่อึนบีอร่อยกว่านะ
Writer
NCS
Storyteller
วิชาการบางวัน ที่เหลือนั้นขี้ชิป #กาอึนบีเชิ้ตสีขาว

Comments

Hao
10 months ago
ค่ะ ถึงช้าก้รอได้ เป้นกำลังใจให้ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ รักไรต์มากค่ะ ขอบคุนค่ะ
Reply
MHEENUM
10 months ago
พิยุนจินก็คือสวดพิกาอึนจนค้บพนทางสว่างอ่ะ แบบ เป๊ะมาก เลิกได้แล้วนะคะนิสัยเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นเรี่ยราดแบบนี้ กระต่ายไม่โอเค กระต่ายดุด้วย ความพิกาอึนอ่ะ ความใส่ใจเป็นเรื่องที่ดีแต่ก็ควรให้ถูกคน เชื่อว่าพิกาอึนให้ความสำคัญของพิอึนบีเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่พื้นฐานเป็นคนใจดีไง(ผัวอบอุ่นอ่อนโยน) ก็เลยคิดว่าทำแค่นั้นไม่เป็นไร แต่ไอ้คนที่ได้รับกับคนที่มองมันคนละฟีลกันเลยนะคะ ดีใจที่พี่เค้ารีบหาทางออกดีกว่าปล่อยปะละเลย เห้อออออออ อิดสา

คู่ลูกน้าาาาาาา เน็ตฟลิกซ์ที่ห้องอีกแล้วน้าาาาา ตะหมูกบาน รู้กแม่อย่าทำให้แม่ผิดหวังนะคะหนู

คิดถึงเสมอค่ะ รอที่ท่าน้ำทุกวัน ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ 💙
Reply
DarikaMai
10 months ago
ร้ายนักนะเจ้ายูจิน😆
Reply
Shallot
10 months ago
โอ้ยๆๆ ลูกๆจะโตเป็นสาวกันแล้ว แม่ตื่นเต้น พี่กาอึนตลกอะไปแซวน้อง เด็กๆเลิ่กลั่กกันหมด บรรยากาศความรักฟุ้งไปทั้งเรื่อง น่ารัก น่ารักที่สุดดดด กระต่ายดุอีกแล้ว ยุนจินนี่พูดดีมากเลยอะ เพื่อนที่ดี ให้คำแนะนำได้แบบว้าวมากค่ะประทับใจ ไรเตอร์ดูแลสุขภาพนะคะ อยากมอบกระเช้าแอปเปิ้ลให้
Reply
nujung
10 months ago
ช้่าก็รอได้! แง้ เค้าติดตามอยู่นะคะ ตอนนี้แบบเขินมากกกก อะไรกันอึนบีจะเป็นเสือแทนพี่กาอึนรึไงเนี่ยยย ฮื่ออออออ เขินอ่ะ เยนายูจินน่ารักมาก แง้ ชอบ อย่าทิ้งเรื่องนี้นะคะไรท์ ㅠ////ㅠ 
Reply