ในสวนฉัน...เรื่องราวที่เปลี่ยนไป
มีคนเคยบอกฉันว่า...ต้นไม้สามารถซึมซับความรู้สึกของคนปลูก บางครั้งที่ต้นไม้ดูสดชื่นอาจเป็นเพราะความสุขจากคนปลูกส่งถึงกัน หรือบางครั้งที่ต้นไม้เหี่ยวเฉาอาจเป็นเพราะความทุกข์ที่ส่งผ่านการรดน้ำอย่างไม่รู้ตัว...

ฉันไม่ได้รู้สึกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์
ต้นไม้มันก็ต้องเติบโตเพราะดินดีสารอาหารถึงสิวะ..?

แต่เมื่อจ้องมองตะบองเพชรต้นเดียวที่เหลืออยู่ในครอบครองแล้วก็ทำให้ต้องฉุกคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง..

วันหนึ่งที่แม่มีประจำเดือนยาวนานข้ามเดือน เดือนแล้วเดือนเล่าไม่มีท่าทีจะหยุด ฉันที่ยังมีเรื่องเรียนคาราคาซังอยู่ไม่ได้ฉลาดพอที่จะจัดการปัญหาให้ดีพอ

อันที่จริงก่อนหน้านี้แม่เป็นเนื้องอกที่ก้านมดลูก แค่เนื้อ...ที่งอกออกมาเรื่อยๆไม่ได้เป็นเนื้อร้าย แต่ในทุกวันที่แม่คลำท้องน้อยของตัวเอง บางครั้งแม่จะเรียกฉันให้สัมผัสท้องตรงนั้นเพื่อรับสัมผัสหนักอึ้งภายใน แข็ง...มันแข็งอย่างกับหิน บางครั้งแม่ก็บ่นออกมาบ้างว่ารู้สึกเสียดท้อง

ไม่ชอบ... ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ความรู้สึกปวดร้าวของคนในครอบครัว ในที่นี้ซึ่งมีแค่ฉันกับแม่เพียงสองคนเท่านั้น และมันเป็นอย่างนั้นมาตลอด...

จนถึงวันที่เราตัดสินใจผ่าเอาเจ้าก้อนเนื้อนั้นออก ทุกอย่างเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ความรู้สึกสงสารปนสมเพชชีวิตคละคลุ้งอยู่หน้าห้องผ่าตัด ฉันไม่เคยต้องมารอใครหน้าห้องผ่าตัดมาก่อน นั่นทำให้ฉันได้สัมผัสถึงอารมณ์ที่หลากหลายหมุนเวียนอยู่ตรงสถานที่นั้น ทั้งความรู้สึกดีใจของครอบครัวใหญ่ที่กำลังรอต้อนรับสมาชิกตัวน้อย ความอึมครึมของญาติคนไข้ที่เจ้าของไข้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจไปกับเตียงเข็นผ่านเข้าห้องผ่าตัดอีกห้องไป และความรู้สึกปนเปเหมือนพายุเล็กๆกำลังก่อตัวขึ้นในใจของฉัน ทั้งเครียดที่ไม่มีเงินค่าผ่าตัด และห่วงคนที่อยู่ในห้องผ่าตัด เหมือนตอนนั้นเองที่ฉันบีบมือตัวเองเพื่อให้กำลังใจตัวเอง บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร...เดี๋ยวแม่ก็ผ่าตัดเสร็จพลางๆการขอกับพระเจ้าเพื่อให้มีทางออก จำได้ว่าขณะที่แม่สลบอยู่ในห้องผ่าตัดนั่น นอกจากฉันจะนั่งกลุ้มใจแล้ว ฉันวิ่งวุ่นโทรหาใครสักคนที่พอจะช่วยได้ไม่ว่าจะเป็นคนที่5หรือคนที่10 ต้องมีสักคน... แม้ว่ามันจะเป็นการขายชีวิตให้ซาตานหรือเทวดาในคราบมนุษย์เมื่อภายหลังก็ตาม...

ฉันได้เห็นก้อนเนื้อนั้นเต็มตาของตัวเองแล้ว...เห็นสภาพแม่ที่ไม่ได้สติจากยาสลบเช่นกัน. ฉันพยายามควบคุมน้ำตาให้ได้มากที่สุดต่อหน้าบุรุษพยาบาลและร่างกายไร้สติของแม่แต่เมื่อพวกเขาย้ายแม่ลงเตียงคนไข้ของห้องรวม สีหน้าอิดโรยไร้สติที่อยู่ๆก็เจ็บแปล๊บขึ้นมาทำให้พนักกั้นน้ำตาของฉันใช้งานไม่ได้

โดยในชีวิตปกติ...ฉันไม่ได้เป็นคนเผยมุมอ่อนแอออกมาง่ายๆ ไม่ร้องไห้พอๆกับการยิ้ม ไม่เสียน้ำตากับการจากลาในละคร เว้นเสียจากมันมีเนื้อหาของความสัมพันธ์ในครอบครัวระหว่างแม่กับลูกเท่านั้น

แต่นี่มันหนักกว่าละครมากนัก ในห้องคนไข้รวม น้ำตาเม็ดอ้วนไหล่อาบแก้มอย่าต่อเนื่องต่อหน้าม่านกั้นเตียงของแม่และทานกำนันจากเตียงข้างๆ ญาติคนไข้จากทุกเตียงมองฉันรางกับกำลังดูหนังดราม่าเรื่องหนึ่งขณะที่ในใจฉันตะโกนก้องว่า...อย่ามองสิโว้ยยย ! คนกำลังร้องไห้! แต่การอยู่ในสังคม สิ่งที่เปลี่ยนแปลงง่ายที่สุดคือตัวเราเอง ฉันจึงเดินหลบไปดราม่าต่อในห้องน้ำเสียให้พอ

เมื่อองค์ประกอบชีวิตหันเหครั้งใหญ่ ฉันเลือกดรอปเรียนเพื่อทำงานใช้หนี้ซึ่งขณะเดียวกันนั้นต้องทำทีสีสไปด้วย ฉันไม่ใช่ลูกหนี้ที่ดีแต่ฉันมุ่งหวังและพยายามจบมันจนถึงที่สุด หากแต่สิ่งที่ฉันเลือกทำมันก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ราบลื่นเอาเสียเลย ฉันเจอปัญหาทั้งในการทำงาน หรือกับคน แต่ก็ใช้ความพยายามหลายเฮือกเพื่อความอยู่รอด รับรู้ความดีหรือความไม่ถูกใจจากมนุษย์หรือแม้แต่ตัวเอง เป็นชีวิตที่เหมือนสวนผักที่วัชพืชแห่กันเติบโต แล้วคนดูแลก็เริ่มไร้หัวใจจะรักษาสภาพดินหรือต้นไม้อีกต่อไปแล้ว...

เราไม่อาจควบคุมสายฝนให้หยุดตกลงมา โดยเฉพาะในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร(รอบนอก) ฉันย้ายบ้านและย้ายงานอีกครั้งและอีกครั้ง เปลี่ยนแปลงต้นไม้ครั้งแล้วครั้งเล่าและบ่อยครั้งที่แปลงนั้นสมบูรณ์มักจะมีเจ้าของบ้านมาบอกว่าให้จัดมันใหม่ จัดแบบนี้ไม่ได้ หรือ...อย่าปลูกตรงนี้. ความชอบเพียงไม่กี่อย่างที่กำลังถูกขวางกั้นมันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด รู้สึกดำดิ่งลงไปกับอีกหลายเรื่องแย่ในชีวิต ฉันรับรู้ว่าไม่อาจดูแลต้นไม้ชนิดไหนได้อีก แม้ว่าฉันจะมีกระถาง มีปุ๋ย มีน้ำรดอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีต้นกล้าใดเติบโตขึ้นมาพ้นวัยออกดอกอีกต่อไปแล้ว ยกเว้นมะเขือเทศ...แต่นั่นก็เป็นเพียงมะเขือเทศเพียงลำต้นและดอก หลังจากนั้นพวกมันก็พากันโรยรา หลายครั้งกำลังใจนั้นหดหายฉันจึงเลือกที่จะไม่รดน้ำมันอีกต่อไป

บางครั้งคนเราก็เลือกวิธีโง่ๆมาประชดชีวิตโดยหวังจะให้คืนวันแย่ๆผ่านพ้นไป แต่วันแล้ววันเล่าเราจะไม่ได้สิ่งใดกลับมานอกจากเพียงเวลาที่เสียไปและบทเรียนพังๆเท่านั้น...

มาถึงตอนนี้วัชพืชเข้ามาแทนทุกพื้นที่ๆฉันเคยปลูกทุกอย่างไว้ มันโตเร็วกว่าลูกน้ำเต้ามากนักราวกับมันเติบโตจากการกระจายตัวของความเศร้า พื้นดินไร้ความชุ่มชื้นแตกระแหง และต่อให้มีน้ำตาหยดลงพื้น ความชื้นนั้นก็ยังไม่พอที่จะช่วยให้ดินแห้งตรงนั้นปลูกอะไรขึ้นมาได้อีก

ตอนนี้ฉันย้ายขึ้นมาพักที่ห้องริมระเบียงชั้นสามพื้นที่ๆสัมผัสแดดก่อนชั้นอื่นๆ สัมผัสลมที่ทำให้ตากผ้าลำบาก สัมผัสฝนที่สามารถผลักประตูเข้ามาหากไม่ปิดไว้ให้ดีพอฉันอยู่ใกล้อากาศมากกว่าดินมีวิวหลังคาและตึกรามให้มองสุดลูกหูลูกตาคล้ายอิสรภาพที่แสนอึดอัด

และฉันเหลือเพียงต้นตะบองเพชรที่ปลูกอยู่ในกระดาษชำระ...แค่เท่านั้น
SHARE
Written in this book
หญิงต่างจังหวัด ผู้ไม่ช่ำชองในอะไรทั้งสิ้น!
หญิงสาวลักษณะห้าวหาญอย่างขี้ขลาด พกเรื่อง(มา)เล่าหลังจากไปเจออะไรมา~ ... เพื่อนบอกหน้าตาเหมือนคนกินเหล้า แต่อ๊าวววว...เรากินแต่นม เนื้อ ผักและผลไม้ !
Writer
Yingtangjangwat
Writer , Mobilegrapher , Food
Just หญิงต่างจังหวัด story

Comments