เด็กปั้น
พูดถึงการปั้น หลายๆ คนอาจจะนึกถึงกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะแขนงหนึ่ง ซึ่งต้องใช้เทคนิค ความรู้ ความเชี่ยวชาญสูง ถึงจะได้ผลงานดีดีออกมาให้ชื่นชมกัน

แต่วันนี้ฉันจะมาพูดถึงเรื่องการปั้นเด็ก...เด็กที่เดินได้มีชีวิตนี่ล่ะ

ตอนนี้ในชีวิตฉันมีเด็กวัยใกล้เคียงกันอยู่ 3 คน
คนแรก เกิดก่อนคนอื่นเขานิดหน่อย ตอนกำลังหัดเดินใหม่ๆ เป็นเด็กดูแล้วฉลาด แต่เอาแต่ใจ ชอบร้องไห้งอแงเวลาไม่ได้ดั่งใจ ติดไปทางดื้อ (มากก็ว่าได้ล่ะนะ) แต่นิสัยก็เริ่มเปลี่ยนอีกครั้งช่วงก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล ช่วงนี้เองที่เด็กได้เริ่มดูยูทูปเนื่องจากพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลา เด็กสนุกกับการฟังเพลงและเต้นตามเพลงที่มีการ์ตูนหน้าตาเหมือนคนและสัตว์ต่างๆ ในคลิปวิดีโอ แต่เมื่อเวลาผ่านเลยไปหลายๆเดือน ผลที่เห็นได้ชัดคือ เด็กพูดไม่ได้เป็นปกติเหมือนคนธรรมดาพูดกัน พูดเร็วจนฟังไม่รู้เรื่อง เหมือนเวลาร้องเพลงตามในคลิปที่เปิดดูทุกวัน ใครจะคิดล่ะว่ามันจะส่งผลกระทบออกมาเห็นได้ชัดขนาดนี้ ซึ่งน่าเสียดายที่พ่อและแม่ของเด็กไม่ได้มองเห็นถึงความผิดปกตินี้ ยังไม่นับถึงการที่เด็ก ไม่มีสมาธิจะทำอะไรได้นานๆ ซึ่งน่าจะยิ่งส่งผลเสียในอนาคตอันไม่ไกลนี้แน่นอน

คนที่สอง เกิดมาในครอบครัวข้าราชการ พ่อเป็นขรก.ทางหลวง ต้องเดินทางไปทำงานไกลบ้านทุกวัน ส่วนแม่ก็เป็นครู ต้องไปสอนทุกวัเช่นกัน หน้าที่เลี้ยงดูแต่เล็กแต่น้อยตีนเท่าฝาหอยก็ตกเป็นของตาและยาย เด็กคนนี้เลี้ยงในชนบท มีป่า มีนา มีทุ่งหญ้า และมีลำธารให้เห็นเป็นปกติ ของเล่นที่เล่นทุกวันคือตะกร้าผ้า รถของเล่น และของที่สามารถหยิบจับได้ภายในบ้าน ไม่มีการให้ดูโทรศัพท์หรือโทรทัศน์เลยแม้ว่าจะอายุจะครบ 2 ขวบแล้วก็ตาม ทุกๆ กิจกรรม การร้องเพลง การหัดพูด เกิดจากการชี้ชวนและการสอนของผู้ใหญ่รอบตัว เพลงเก่าๆ อย่าง ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ เป็ดอาบน้ำในคลอง หรือ ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือปล่าว เด็กสนุกสนานเพลิดเพลินกับการดูนก วิ่งไล่สุนัข การได้เล่นดิน เล่นทราย เดินบนหญ้า สุขภาพแข็งแรง ยิ้ม ร่าเริง พูดตามเกณฑ์อายุที่ควรจะเป็น ชัดถ้อยชัดคำ แม้จะดื้อบ้าง แต่ยังจัดว่าพูดรู้เรื่อง กินเก่ง นอนเยอะ และโตไว พัฒนาการถือว่าดีเมื่อเทียบกับเด็กละแวกใกล้เคียง

คนที่สาม เกิดมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่กำลังตกต่ำ แม่เป็นหนี้เยอะ จนต้องทำงานทุกอย่างและทุกเวลาที่ว่างก็คิดแต่จะหาเงิน ในขณะที่พ่อเป็นพนักงานบริษัทที่ต้องทำงานเช้าเลิกเย็น ทุกวันหากแม่ไม่ว่างต้องออกไปข้างนอก ยายจะมีหน้าที่เลี้ยงเด็กคนนี้ให้เติบโตแข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น แต่น่าเสียดายที่เมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน เด็กคนนี้ถือว่ามีพัฒนาการที่ค่อนข้างช้า สาเหตุหลักนั้นก็มาจาก แม่มีความเชื่อว่าการให้ลูกกินนมแม่นั้นดีที่สุด (มันก็ไม่ผิดนั่นล่ะนะ) แต่เมื่อเด็กโตขึ้นถึงวัยหนึ่ง นมแม่เพียงอย่างเดียวก็ดูจะไม่เพียงพอ แต่แม่ก็ไม่ได้ตระหนักถึงในจุดนี้ ยงคงไม่เสริมด้วยนมอื่นๆ และกำหนดเวลากินอาหารให้เด็กที่หิวไม่เป็นเวลา ทำให้เด็กมีร่างกายที่ผอม และไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เดินช้า และพูดช้า แม้ว่าเด็กจะมีแววฉลาด มีสมาธิจดจ่อกับการทำบางสิ่งบางอย่างได้ในระดับหนึ่ง สามารถจดจำการกระทำที่ได้เห็นซ้ำๆ แล้วทำตามได้ แต่การเลี้ยงแบบตำราทางเฟสบุคดูเหมือจะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ช้ากว่าที่ควรจะเป็น แม่หลีกเลี่ยงการเลี้ยงดูแบบเก่าๆ ที่คุณยายเคยได้เลี้ยงตนมา เพราะเชื่อว่าไม่มีประสิทธิภาพมากพอ แต่ไม่ได้สังเกตุว่า วิธีการเลี้ยงเด็กของตนนั้นก็ไม่มีประสิทธิภาพที่สูงพอเช่นกัน

หากอ่านมาถึงจุดนี้ หลายคนคงจะสังเกตุเห็นว่า การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนให้โตขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย กินทั้งพลังกายและพลังใจเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่ส่งผลให้กับเด็กมากที่สุด คือพฤติกรรมของพ่อแม่ที่ปลูกฝังให้เห็นในทุกๆ วัน หากพ่อแม่ตื่นสาย ลูกก็จะกลายเป็นเด็กตื่นสาย หายพ่อแม่ตื่นเช้า แล้วพาลูกออกมาเดินสูดอากาศ เด็กก็จะตื่นเช้าและมีร่างกายแข็งแรงสดชื่นแจ่มใส แม้กระทั่งท่าเดิน ก็คงจะเหมือนพ่อหรือแม่สักคนหนึ่งแน่นอน

เด็กที่พ่อและแม่ปั้นแต่งขึ้นมาให้กลายเป็นคนหนึ่งคนนั้น จะดีหรือแย่ ก็ย่อมขึ้นอยู่กับมือผู้ปั้นทั้งสิ้น การสั่งสอนนั้นก็สำคัญพอพอกับการเป็นแบบอย่างที่ดี น่าเสียดายที่พ่อแม่มือใหม่หลายคน ไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งนี้ เพียงแค่เลี้ยงลูกในแบบที่สะดวก หรืออยากจะเลี้ยงเท่านั้น เด็กทุกคนมีธรรมชาติที่ต่างกัน แม้ว่าเราจะมาเทียบวัดไม่ได้ว่าใครเก่งกว่าหรือด้อยกว่าในตอนเด็กกำลังพัฒนาศักยภาพ แต่ในอนาคตนั้น ผลงานของพ่อและแม่จะปรากฏชัดแน่นอน ว่าท่านปั้นเด็กขึ้นมาเป็นผลงานที่สมบูรณ์หรือเป็นผลงานที่ล้มเหลว

น่าเสียดายเหลือเกิน ที่หลานของฉัน มีอนาคตที่เหน็ดเหนื่อยกับการต้องอดทนกับสิ่งที่แม่ของเขานั้นวาดหวังไว้ให้

ช่างโชคดีเหลือเกินที่หลานของฉันเติบโตมาในครอบครัวที่เป็นแบบอย่างที่ดีและเอาใจใส่

ส่วนตัวฉันนั้นช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่ <3




SHARE
Written in this book
Biiyaa
Writer
BiiYa
reader
like to read and like to write like to share and like to cheer --ชอบถ่ายรูป//อยากเขียนนิยาย แต่ไม่เริ่มเขียนซักที//ชอบกิน//ชอบเที่ยวมากๆ//ชอบคนน่ารัก//ชอบดูอนิเมะ//ชอบอ่านมังงะ//ติดซีรีย์เป็นพักๆ//อ่านหนังสือเป็นพักเหมือนกัน//น่าจะหมดละ--

Comments