นักปรัชญาหมาข้างถนน, ไดโอจีนีส  (ฮิปปี้ยุคโบราณ)
   If only it was as easy to banish hunger by rubbing the belly as it is to masturbate. -Diogenes (มันคงจะดีถ้าแค่ถูท้องแล้วหายหิว เหมือนที่ถูไอ้นั่นแล้วหายอยาก)   ไดโอจีนีส (Diogenes of Sinope) เป็นนักปรัชญาลัทธิซินนิค (Cynic) เป็นปรัชญาหลังยุคโสเครตีส เขามีชีวิตในช่วง พ.ศ. 100 อยู่ในยุคเดียวกับเพลโต และอริสโตเติล เกิดในซีโนปี ภายหลังโดนเนรเทศมาอาศัยในกรุงเอเธนส์  พวกซินนิคคือพวกที่มีชีวิตแบบ Simple Life-style คือกิน นอน อยู่ อย่างง่ายๆที่สุด จนอาจเลยเถิดไปไกลคล้ายๆกับหมาข้างถนน ส่วนมากที่กิน ที่นอน ที่อยู่ อาบน้ำ มักจะเป็นที่ตามท้องตลาด หรือ ข้างถนน รวมทั้งการช่วยตัวเองก็ทำในที่สาธารณะแบบไม่เกรงใจใคร ไดโอจีนีสถือได้ว่าเป็นซินนิคตัวลือผู้หนึ่งอย่างกับเป็นตัวแทนของปรัชญาสกุลนี้เลยทีเดียว
.
   สำหรับพวกซินนิคแล้วปรัชญาลัทธินี้มิได้มีหลักการ ระบบ ความซับซ้อนอะไรเป็นพิเศษ มิได้มีจุดมุ่งหมายสูงส่งอะไรมากไปกว่าการทำชีวิตให้ง่ายที่สุด อยู่ไปวันๆจนหมดลมหายใจ อยู่ตามมีตามเกิด ไม่แยแสอะไร ไม่สนคำวิจารณ์ใคร พึ่งพาสิ่งภายนอกให้น้อยที่สุด จำกัดกิเลสตัณหาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ ไม่รับค่านิยมของสังคมทุกประการ เป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองโดยแท้ จะเห็นได้ว่าเป็นสำนักปรัชญาที่ทฤษฎีกับการปฏิบัติเป็นเนื้อเดียวกันอย่างยิ่งกว่าลัทธิปรัชญาใดๆที่คนสอนปรัชญานั้นบ่อยครั้งไม่ได้ทำตามสิ่งที่ตัวเองสอนเลย วิถีชีวิตดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ของพวกซินนิคเป็นจุดหมายในตัวมันเอง ทำแบบนี้เพราะจะทำ ทำเพราะเห็นว่าใช่ ไม่ใช่ในฐานะวิถีทางไปสู่สิ่งอื่นๆ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่สูงส่งไปกว่านี้ เช่น เพื่อการเข้าถึงปัญญาที่แท้ หรือการตรัสรู้ใดๆ กล่าวคือ "เป็นหมาเพื่อที่จะเป็นหมา"
.
   จะกล่าวไป พวกซินนิคก็เหมือนกับพวกบุปผาชนหรือฮิปปี้ของอเมริกา ในช่วงราวๆยุคสงครามเวียดนาม ซึ่งก็เป็นพวกอยู่ กิน แต่งตัวง่ายๆตามใจตัวเอง ไว้ผมเผ้ารุงรัง ต่อต้านค่านิยมสังคม ปฏิเสธวัตถุนิยมและบริโภคนิยม ปฏิเสธความรุ่งเรืองแห่งยุคสมัยของตน หนีโลกกระแสหลัก เบื่อหน่ายสังคมไปทุกสิ่ง ฮิปปี้อาจจะแตกต่างจากพวกซินนิคในเรื่องบางอย่างเช่น มีการเน้นในเรื่องสันติภาพและความรัก ซึ่งซินนิคไม่ได้เน้นหนักในเรื่องนี้ แต่อย่างน้อยซินนิคก็มิได้มีความสามารถหรือความต้องการที่จะเบียดเบียนใคร หรือยุยงให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในสังคมแต่อย่างใดแน่ๆ และพวกซินนิคก็ไม่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดเหมือนพวกฮิปปี้
.
   มีเรื่องเล่าโด่งดังสำหรับไดโอจีนีส เมื่อวันหนึ่งพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชซึ่งตอนนั้นน่าจะนับได้ว่าเป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในโลกยุคโบราณ ประพาสมาพบนักปรัชญาผู้นี้เข้าให้ จึงเกิดความสลดเวทนาอย่างยิ่ง พร้อมตรัสว่าถ้าเขาอยากได้อะไรก็จะหามาให้ทุกสิ่งทุกอย่างเลย แต่ไดโอจีนีสต้องการเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น  ไดโอจีนีสบอกพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ว่า "ขอแค่ให้พระองค์หลบไปให้ไกลๆหน่อย เพราะพระองค์กำลังยืนบังแสงแดดที่กำลังให้ความอบอุ่นร่างกายของเขาอยู่" ......นับเป็นการมักน้อยและกล้าหาญอะไรอย่างนี้ .....ภายหลังพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ตรัสว่า "ถ้าข้าไม่ได่้เกิดเป็นข้า ข้าก็อยากเกิดเป็นไดโอจีนีสเนี่ยแหละ"
.
   ถึงแม้ไดโอจีนีสจะเป็นแบบนี้ ดูไม่เอาไหน แต่เขาไม่ใช่คนโง่ เขามีความสามารถคิดปรัชญา เขาเคยหักหน้าเพลโตในการตีความหลักคำสอนของโสเครตีส เขามีอารมณ์ขันและกวนส้นเท้า เช่น ถือโคมเดินในเวลากลางวันโดยอ้างว่าเพื่อตามหาคนที่มีความซื่อสัตย์ทำอย่างกับการละเล่นของอุปรากรตัวตลก เขากล่าวว่า "มีประโยชน์อะไรที่จะเป็นนักปรัชญา ถ้ามิได้ทำร้ายจิตใจผู้อื่น"
SHARE
Writer
Elan_Vital
Wannabe Philosopher
I write in order to console my soul.

Comments