ย้อนเวลา เกริ่นบท
นายสิบแม็กยืนต่อหน้าโต๊ะของผู้พัน ในมือของผู้พันนั้นเป็นแฟ้มขอลาออกของแม็ก บรรยากาศในห้องเงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกา จนกระทั่งผู้พันวางแฟ้มลงบนโต๊ะ และพิงผนักเก้าอี้ไป

"ผู้พันไม่่อนุญาตให้เอ็งลาออก จนกว่าเอ็งจะอายุห้าสิบ ถึงจะมีสิทธิ์ได้เกษียณก่อน"

ความฝันจบลงตรงนั้น ต่อให้เขาได้ทำงานอื่น แต่ก็ต้องเป็นข้าราชการต่อไป เวลา ครอบครัว ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีอิสรภาพใดๆ 

"ถ้าวันนั้น ชั้นตัดสินใจเรียนป.ตรีต่อ ตอนนี้คงได้เป็นครูสอนดนตรีนานแล้ว.." แม็กกอดเฟิร์น แฟนของเขาที่หน้าบ้าน น้ำตาซึม เสียดายกับชีวิตตัวเอง

"เป็นข้าราชการทหารมันดีแล้วนะแม็ก สวัสดิการอะไรก็โอเคนะ.."

"แต่ชั้นไม่มีโอกาสได้ดูแลครอบครัว" แม็็็็็็กแทรกขึึ้น "เงินเดือนก็ไม่พอใช้ น้องชั้นก็กำลังจะเรียนป.ตรี แต่แม่ชั้นไม่มีเงินแล้ว ชั้นไม่อยากกู้ ถ้าข้าราชการดีจริง ทำไมไม่สามารถดูแลครอบครัวให้ดีกว่านี้ได้เลยวะ!"

เฟิร์์นเงีีียบไป ไม่พูดอะไรอีก ถึงต่อให้พูดอย่่่่่างไร แม็็็็กก็็ไม่ฟังอะไรอีกแล้ว สภาพจิตใจตอนนี้เขาแย่่่่มาก

เช้าวัันต่อมา แม็กนั่งซึมที่โต๊ะกินข้าว ข้าวไม่ลดเลย เฟิร์์นก็จิตตกเช่นกัน เธอเองก็รู้สึกเป็นห่วงเขามากๆ ขณะเดียวกันกระต่ายน้อยฮอลแลนด์์์์ลอป กะทิ ก็มาดมฟุดฟิดๆ ที่่่่่่ต้นขาของแม็ก

เขาก้มตัวลงไปลูบหัวมันทีนึง "พ่อไปเข้าเวรก่อนนะลูก หนูอยู่กับแม่ไปก่อนนะ กะทิ.." 

ช่วงตีหนึ่ง เขายืนเวรอยู่หน้้าประตูใหญ่ ด้วยความรู้้้้สึกที่ง่วงและอ่อนล้า กระทั่งเสีียงเครื่องบินแผ่วมาบนฟากฟ้า เขาเงยหน้ามองเห็นแสงแว๊บๆ เครื่องเพิ่งบินขึ้นออกจากสนามบินดอนเมืองไม่ใกล้ไม่ไกล ในใจเขาคิดว่่่า ชาตินี้คงไม่มีีีโอกาศได้้พาครอบครัวไปเที่ยวที่ไหนได้แล้ว

เช้ารุ่งขึ้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แม็กออกเวรมาได้ไม่นาน เมื่อถึงห้องกำลังจะกอดเฟิร์นที่หน้าประตู แต่เขากลับผลักเธอออกและ อาเจียนออกมาพร้อมทั้งล้มลง เขาไม่ได้ดื่มเหล้า แต่เป็นเพราะเขาพักผ่อนไม่เพียงพอรวมทั้งเครียดอะไรหลายๆ อย่าง 

"ให้เขาพักอยู่ที่นี่สักสองสามวันก่อนนะ.." คุณหมอบอกเฟิร์นแบบนั้น ก่อนเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป

เฟิร์นจับมือของแม็กที่ตอนนั้นเขากำลังนอนหลับรับน้ำเกลือเป็นที่เรียบร้อย เธอสงสารเขามาก ที่ผ่านมาเธอรู้ดีว่าเขาอยากลาออกมากแค่ไหน และคอยแต่โทษตัวเองที่น่าจะเรียนให้จบป.ตรีก่อน ตอนนี้คงชีวิตคงสบายไปนานแล้ว..

เป็นเวลาช่วงห้้าโมงกว่า พวกพี่ๆ ที่ค่ายทหารก็มาเยี่ยมแม็ก และก็ลาจากไปให้เขาได้พักผ่อน หลังจากนั้นเขาก็เปิดทีวีกดรีโมตหาดูรายการไปเรื่อยๆ มีช่องที่เกี่ยวกับแนวดนตรีปรากฏขึ้น เขาดูสักพักนึงก็ปิดทีวีลงด้วยอารมณ์เศร้าๆ และหันไปมองระเบียงที่วิวภายนอกเป็นตึกราบ้านช่องของกรุงเทพฯ ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร..

ทันใดนั้นก็มีเสียงคนเคาะประตู 

"มาส่งข้าวค่ะ!"

บอกจบ พยาบาลสาวคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาและเดินถือถาดข้าวอาหารเย็นมาเสริฟข้างใน

"ขอบคุณครับ.."

แต่แม็กรู้สึกว่ามันแปลกๆ และตอนที่พยาบาลสาวกำลังรินน้ำให้อยู่ที่ตู้เย็น เขามองเห็นยาเม็ดนึงในถาดอาหาร ซึ่งมีสีเขียวเข้มน่ากลัว ตอนเที่ยงเขายังไม่เห็นยาแบบนี้ แต่คิดอีกที.. คงจะเป็นยาช่วงเย็นก่อนนอนนี่แหละ คิดมาก

เวลาต่อมา เฟิร์นเลิกงานที่โออาร์เสร็จ ก็รีบมาเยี่ยมแม็กก่อนกลับบ้าน 

"พักผ่อนเยอะๆนะคะ พี่แม็ก"

"แม็กรักเฟิร์นนะ.. ยังไงก็รีบกลับไปดูกะทิก่อนเหอะ ชั้นนอนคนเดียวได้.."

เฟิร์นพยักหน้า แต่กลับจับมือแม็กแน่นมาก จนแม็กรู้สึกแปลกใจ หลังจากนั้นพวกเขาก็จุ๊บหัวเหม่งของกันและกัน

"แม็ก.. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมกันนะ"

จู่ๆ เฟิร์นก็พูดอะไรแปลกๆ ออกมา "ทำไมพูดงี้อ่่ะ?"

"ไม่มีอะไรหรอก.."

"เธออ่ะ ชอบทำให้อยากรู้และก็จากไป.."

เฟิร์นเงียบไปสักพัก ก่อนจะยิ้มให้และบอกลา "ไว้เจอกันนะ เค้ารักแม็กที่สุดนะ.. "

"อื้ม รักมากกก ฝากบอกลูกกะทิด้วย พรุ่งนี้เจอกันนะ.."

ก่อนเฟิร์นออกจากห้องก็ปิดไฟให้แม็กและหันมายิ้มให้กันที่ประตู แต่ว่า.. ถ้าเขาเห็นไม่ผิด นั้นน้ำตานี่ เฟิร์นกำลังร้องไห้ เพราะอะไรกัน.. สมองไม่ทันคิดและไม่รู้ว่านานแค่ไหน ประตูก็ปิดไปแล้ว คิดในใจ เมื่อเฟิร์นถึงห้องก็คงจะโทร.มา และเขาจะตื่นขึ้นมารับอีกที ตอนนี้ขอหลับตาลงก่อน ในความมืดเพียงไม่นานนัก เสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น!!

"น้องแม็ก.. จะกินน้ำเต้าหู้มั้ย? เดี๊ยวยายซื้อมาให้"

แม็กลืมตาอย่างงัวเงีย และเผลอพูดออกมา "ยายหรอ?"

เอ๊ะ.. ทำไมรู้สึกว่า ที่นี่มันคุ้นๆ ทำไมถึงรู้สึกอะไรที่มันเดจาวูมากๆ แม็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู นี่ก็ไม่ใช่รุ่นล่าสุดที่เขาใช้อยู่ ดูวันที่เวลาในนี้มัน...

"เฮ้ยยย!!" เขาตะโกนลั่น "ยาย!!"

ยายใหม่ หญิงชราร่างอวบ รีบเดินเข้ามาในห้องอย่างเร็ว "มีอะไรน้องแม็ก ตะโกนอะไรล่ะลูก ยายตกใจหมดดด!!!"

แม็กดูช็อกมากๆ "ยะ..ยาย.. แม็ก มาอยู่ที่นี่.. ได้ไง?"

"อะไรของหนู ฝันรึเปล่าเนี่ย!?" จากนั้นยายก็เดินออกจากห้องไป คิดว่าเกิดอะไรขึ้นซะอีก

"นี่เรา... ถูกย้อนเวลา.. มาได้ไงวะ?" แม็กบ่นกับตัวเอง และมองไปรอบๆห้อง ซึ่งนี่คือหกปีที่เขาเคยอาศัยอยู่นั่นเอง... (ตอนต่อไป)






SHARE
Writer
pianomasnet
Writer
ฉะเชิงเทรา ไทย เอกดนตรี

Comments