ความทุกข์มาจากมุมมองและความสัมพันธ์ที่เรามีต่อมนุษย์ด้วยกันเอง
สิ่งที่ฉันค้นพบระหว่าง
การยืนโหนรถสองแถว
---
ความทุกข์โดยส่วนใหญ่ในชีวิตคนอาจมาจากมุมมองและความสัมพันธ์ที่เรามีต่อมนุษย์ด้วยกันเอง
.
การเหยียดหยาม แก่งแย่ง แข่งขัน ต่อสู้เพื่อสถานะทางสังคมจอมปลอม ความหยิ่งผยองหลงอยู่ในสถานะ ดีกว่า เก่งกว่า รวยกว่า มีความสุขกว่า
.
การฝึกใจที่ดีอย่างหนึ่งคือการโยนตัวเองเข้าไปโลก ไปในฝูงชนที่แตกต่างหลากหลาย สูงต่ำดำขาว ยากดีมีจน ต่างชาติต่างศาสนา ต่างคุณค่าที่ยึดถือ
.
จากนั้นลองเงี่ยหูฟังเสียงกระซิบกระซาบอันน่าเกลียดที่เรามีต่อผู้คนเหล่านั้น
.
เราไม่เคยต้องเกร็งจนตัวหงอเมื่อสนทนากับคนดังหรือคนรวยเพียงเพราะสิ่งสมมุติที่เราคิดว่าเขามีมากกว่า
.
เราไม่ต้องยืดอกผายไหล่ผึ่งเพียงเพราะรู้สึกเหนือกว่าคนบางกลุ่มคน เป็นความรู้สึกหลงประเภทนี้ที่ก่อเป็นความทุกข์ในท้ายที่สุด
.
ชีวิตคือสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร เราถูกจับโยนเข้ามาในโลก ในชีวิตผ่านการเกิด ในสังคมที่เราไม่อาจแม้เลือกได้อย่างเสรี เราได้รับพร่ำสอน หล่อหลอมว่านี่คือโลก โลกก็เป็นเช่นนี้ แล้วเราก็เป็นบ้า เสียสติ คลั่งไปกับมัน เราเป็นทุกข์แต่ตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร
.
เพื่อนร่วมยุคสมัยจึงเป็นเพื่อนร่วมชะตา มีความป่วย ความเจ็บ ความต้องการ ความบกพร่องเว้าแหว่ง ความหวัง ความฝันไม่ต่างจากเรา
.
มองให้ทะลุเข้าไป ฝึกใจให้มีเมตตา ไม่เพียงแต่ผู้อื่น แต่เป็นตัวเองด้วยเช่นกัน
.
หายใจเข้าลึกๆ ใจเย็นๆ โลกอาจดูยากเย็นเมื่อเราวางใจผิดที่ผิดทาง เราคนเดียวอาจไม่ช่วยให้โลกดีขึ้น แต่เราสามารถปลดปล่อยตัวเองออกจากความเป็นพิษเหล่านี้ อย่างน้อยก็ไม่ไปปล่อยพิษแห่งความโลภ โกรธ หลง สร้างความแปลกแยก แปลกแปร่ง ข่มขื่น ให้โลกนี้มากขึ้นไปมากกว่าเดิม
.
เป็นสิ่งที่น่าเศร้าเมื่อได้ตระหนักว่า
ลึกลงไปข้างในของความเป็นมนุษย์
ที่มีความสามารถที่จะมีรักมีเมตตา
แต่เรายังคงเลือกที่จะมอบพลังงานลบให้แก่กัน
SHARE
Writer
Nui_Napat
so many role to play
ใกล้เรียนจบแล้ว กำลังแสวงหาโอกาสและคุณค่าของสิ่งที่ทำอยู่และกำลังจะทำต่อไป (ปัจจุบันเรียนจบ รับปริญญามา 2 ปี 8 เดือนแล้ว)

Comments