ความจริงเกี่ยวกับพีระมิดของ Maslow
Who Created Maslow’s Iconic Pyramid? - ใครเป็นคนสร้างพีระมิดของ Maslow? 
พีระมิดของ Maslow คือหนึ่งในสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ของการศึกษาทางวิชาการจัดการ(management studies) โดยพื้นฐานของพีระมิดคือความต้องการทางด้านร่างกายและจุดสุดยอดของพีระมิดคือการเข้าใจในตอนเองอย่างแท้จริง (self-Actualization)

ซึ่งการจะเติมเต็มทั้งหมดได้จะต้องมีการเติมเต็มความต้องการให้ครบในแต่ละขั้นโดยเริ่มจากขั้นพื้นฐานเสียก่อน คือความต้องการทางด้านร่างกาย , ความปลอดภัย , การเป็นเจ้าของ ความรัก การเป็นที่ยอมรับ

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะไม่ได้คำนึงถึงว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาในชีวิตของ Maslow เขาเชื่อว่าการก้าวข้ามตนเอง (Self-Transcendence) อยู่จุดสูงสุด ไม่ใช่การเข้าใจในตอนเองอย่างแท้จริง (Self-Actualization) เหมือนที่เคยอยู่จุดสูงสุดอย่างที่เคยเป็นมา มันมีอะไรมากกว่านั้น และมันก็ยากที่จะหาหลักฐานว่า เขาเป็นคนที่ใช้พีระมิดเป็นสัญลักษณ์และลำดับขั้นในทฤษฎีนี้จริง ๆ

ในทางกลับกัน มันก็ชัดเจนตั้งแต่ที่เขาเขียนไว้แล้วว่าเขาไม่ได้ให้ภาพทฤษฎีนี้เปรียบเสมือนการเล่นเกมที่เราจะเติมเต็มในแต่ละขั้นเพื่อที่จะได้ไปสู่ขั้นต่อไป ที่จะคล้ายกับว่าคุณไปได้ในระดับหนึ่งแล้วคุณจะสามารถปลดล๊อคระดับต่อไป และไม่สามารถลดขั้นของตัวเองลงได้ 
เขาบอกไว้อย่างชัดเจนเลยทีเดียวว่า คนเราก็ยังจะวนเวียนอยู่กับ 4 ขั้นแรกนี้ และคนเราก็สามารถมีความต้องการหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกันได้ 

ถ้าหากว่า Maslow ไม่เคยสร้างพีระมิดนี้ขึ้นมาแล้วใครที่เป็นคนทำ 
 
ในงานวิจัยล่าสุดหัวข้อ Who Built Maslow’s Pyramid? A History of the Creation of Management Studies’ Most Famous Symbol and Its Implications for Management Education โดย Todd Bridgeman, Stephen Cumming และ John Ballard

ได้ติดตามต้นกำเนิดของพีระมิดในตำราวิชาการจัดการและโครงร่างของความหายสำหรับการขยายความทฤษฎีของ Maslow ในคำถาม & คำตอบต่อไปนี้ผู้เขียนบทความก็ได้พูดคุยกับผู้เขียนงานวิจัยเกี่ยวกับงานที่เขาศึกษาและการสืบค้นข้อมูลของเขา
*****คำว่า ผม ในบทความแทนชื่อ Soctt B Kaufman***** 

ทำไมคุณถึงถามคำถามที่ดูเหมือนมันจะมีคำตอบของมันอยู่แล้ว? 

เพื่อนร่วมงานของผม Stephen Cumming และตัวของผมเองได้มีความสนใจวิธีคิดพื้นฐานของทฤษฎีนี้ในวิชาการจัดการที่มีในตำรา บ่อยครั้งที่ตำราได้นำเสนอแนวคิดที่ต่างออกไปจากต้นฉบับ 
ดังนั้นเราจึงมีความสนใจใคร่รู้ที่จะทำความเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไม เราถูกสอนในเรื่องของทฤษฎีนี้มาหลายปีและก็รู้ว่าพีระมิดก็ไม่ได้ปรากฏให้เห็นดังเช่นที่ถูกเล่าต่อกันมา

ดังนั้นก็เลยต้องขุดให้ลึกลงไปอีกว่าแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไร เราติดต่อ John Ballard ผู้ที่รู้การทำงานของทฤษฎีนี้ดีกว่าพวกเราและเป็นคนที่สามารถบอกเราได้ถึงการบิดเบือนของทฤษฎีนี้ และเขาก็ยินดีที่จะช่วยเหลือเรา ด้วยการเช้าร่วมโครงการนี้  
คุณคิดว่าความนิยมของลำดับขั้นความต้องการของ Maslow นั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการที่พีระมิดมีความโดดเด่นดูน่าสนใจจนทำให้มันกลายเป็นส่วนที่สัมพันธ์กันรึเปล่า? 

ใช่ครับ แน่นอน Maslow ไม่ใช่นักจิตวิทยาคนแรกที่พัฒนาทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ Walter Lancer ก็ได้นำเสนอทฤษฎีในลักษณะนี้ด้วยเช่นกัน
แต่ด้วยความเข้าใจว่า “ความต้องการทางด้านกายภาพ สังคม และต่อตัวเอง เป็นทฤษฎีที่มาคู่กับ Maslow และทฤษฎีของ Maslow ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มที่ จากงานวิจัยเชิงประจักษ์

ในความจริงแล้วทฤษฎีของ Maslow ก็ขาดการสนับสนุนเชิงประจักษ์ด้วยเช่นกัน หนึ่งในคำวิจารณ์หนักของทฤษฎีนี้ก็มาจากผู้เขียนตำราพีระมิดที่ว่านี้ เราได้รู้จากการสอบในคอร์สการจัดการมา 20 ปี สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเรียนจำได้จากคอร์สพื้นฐานนนี้คือพีระมิด มันคือสิ่งที่ค่อนข้างโดดเด่น น่ามอง สามารถจดจำได้ง่าย และดูดีใน Power Point อีกด้วย นักเรียนชอบมันและเพราะว่ามันเป็นพีระมิดนั่นแหละ คนเขียนตำรา ครู อาจารย์ จึงชอบใช้มัน

แล้วปัญหาที่คุณมีเกี่ยวกับพีระมิดมันคืออะไรกัน? 

มันถูกอธิบายว่าเป็นพีระมิดของ Maslow “ในเมื่อเขาไม่ได้สร้างมันขึ้นมา และมันไม่ได้เป็นตัวแทนของทฤษฎี Maslow มันยังทำให้ช่วงเวลาของข้อครหาเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ยืดยาวออกไปอีก ตัวอย่างเช่น “คนเรามักมีแรงจูงใจที่จะตอบสนองความต้องการของตัวเองเพียงแค่หนึ่งอย่างเท่านั้นและจะต้องถูกเติมเต็มจากครบ 100% ก่อนจะไปขั้นนถัดไปและเมื่อความต้องการได้บรรลุแล้วจะไม่ส่งผลต่อพฤติกรรมอีกต่อไป

นอกเหนือจากนั้นคือทุกคนมีความต้องการเดียวกัน อาจถูกกระตุ้นหรือปรับเปลี่ยนในเวลาเดียวกัน งานเขียนในปี 1943 ในวารสาร Psychological Review ได้คาดหวังว่า คำวิจารณ์เหล่านี้จะสร้างภาพพจน์ที่ผิด ๆ ของทฤษฎีนี้ออกมา

Maslow เชื่อว่าบุคคลมีการเติมเต็มความต้องการในบางขั้น และในบางขั้นก็ยังไม่ถูกเติมเต็มในเวลาเดียวกัน หมายความว่าในขั้นที่ต่ำกวาอาจถูกเติมเต็มเป็นที่เรียบร้อยและก่อนขั้นที่สูงกว่าจะมีการปรากฏ และการเกิดลำดับความต้องการก็ไม่ตายตัวอีกด้วย 
 การบิดเบือนทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการกลายมาเป็นตำราวิชาการจัดการได้อย่างไร ? 

Douglas Mcgregor คือกุญแจสำคัญเพราะเขาคือคนที่ทำให้ทฤษฎีการจัดการเป็นที่พูดถึงในเชิงธุรกิจและการจัดการ โดยที่เขาเองมองเห็นถึงศักยภาพของลำดับความต้องการของ Maslow ที่สามารถนำไปปรับใช้กับบุคลากรในองค์กรได้ แต่เพื่อความง่ายในการแปลความหมาย เข้าใจข้อแตกต่างและคุณสมบัติที่ Maslow ได้มีการพูดถึงไว้อย่างชัดเจน ทฤษฎีในรูปแบบเขานั้นดูเหมือนจะง่ายกว่า คือทฤษฎีที่ปรากฏให้เห็นในตำราวิชาการจัดการและคำวิจารณ์ส่วนใหญ่ของทฤษฎี Maslow นั้นมาจากตัวเขาเอง
ถ้าอย่างนั้น Mcgregor เป็นคนสร้างพีระมิดหรือเปล่า ? หรือใครเป็นคนทำ ? 

ไม่มีการพูดถึงพีระมิดของ Mcgregor โดยตำราของ Keith Davis นั้นถูกเขียนขึ้นและเป็นที่นิยมใช้กันเป็นที่กว้างขวางในปี1957 ที่แสดงตัวอย่างของทฤษฎีด้วยการใช้รูปสามเหลี่ยมและแข่งมันออกเป็นลำดับขั้น 
โดยขั้นสูงสุดแสดงให้เห็นว่ามีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถไปถึงมันได้ แต่นี้ไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวอย่างของทฤษฎีนี้ เราได้ติดตามพีระมิดที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับลำดับขั้นความต้องการ เริ่มแรกมันปรากฏในบทความของ
Charles Mcdermid ในปี 1960 ในวารสาร Bisiness Horizon ในหัวข้อ How money motived men

ซึ่งเขาเองก็ให้เหตุผลว่าพีระมิดสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างแรงกระตุ้นแบบสูงสุดได้แบบในต้นทุนที่ต่ำที่สุดด้วยเช่นกัน “เราคิดว่า Charles ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวอย่างของ Keith Davis แต่รูปภาพของ Charles นั้นได้ถูกนำออกไปและถ้ามีทฤษฏีพีระมิดที่ว่านี้จริง ๆ เราคงเจอมันไปแล้ว แต่เราไม่ 
ถ้าเป็นอย่างนั้นมันถูกใช่มั้ยถ้าคุณไม่พบร่องรอยที่ว่า Maslow เป็นคนสร้างทฤษฎีของเขาขึ้นมาด้วยภาพของพีระมิดจริง ๆ คุณมองจากตรงไหนและคุณรู้ได้อย่างไรว่าการค้นหาของคุณนั้นครอบคลุมเป็นอย่างดีแล้ว ?  

มันถูกต้องแล้ว การค้นหาเป็นไปอย่างครอบคลุมและรอบคอบ Maslow คือนักเขียนฝีมือดีที่มาผลงานมากมาย เราได้ตรวจสอบทั้งหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมดและทุกงานวิจัยของเราด้วย และเราสามารถระบุได้เช่นเดียวกับไดอารี่ส่วนตัวของเราที่ถูกเขียนออกมา
John Ballard หมกตัวเองอยู่กับห้องเก็บเอกสารของ Maslow ที่ศูนย์กลางประวัตศาสตร์ของจิตวิทยา ณ มหาวิทยาลัย Arkon ในรัฐ Ohio

เขาได้ตรวจสองค้นหาทั้งเอกสารของ Maslow จดหมาย แม้กรทั่งกระดาษจดเล็ก ๆ ของ Maslow เองด้วยเช่นกัน ผลออกมาคือเราไม่พบร่องรอยการมีอยู่ของพีระมิดในงานเขียนของ Maslow เลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ John ก็ยังค้นลึกลงไปอีก ผ่านตำราจิตวิทยาปีก่อนหน้า 1960 สำหรับการกล่าวถึงของ Maslow โดยหนังสือส่วนใหญ่ก็ไม่ได้พูดถึง Maslow เลยแม้แต่น้อยด้วยเช่นกัน
ทำไม Maslow ถึงไม่แย้งเรื่องพีระมิดถ้าครั้งนึงเขาได้เห็นเขาน่าจะออกความเห็นอะไรสักหน่อยใช่มั้ย ? และเคยได้ยินจากใครสักคนที่รู้มาว่าจริง ๆ แล้ว Maslow คิดค้นพีระมิดได้จากด้านหลังธนบัตร 1 ดอลล่าซึ่งมันน่าจะยุติธรรมสำหรับการเป็นตัวอย่างในทฤษฎีของเขาและหนึ่งในนักเรียนของเราที่ได้ลงเรียนในมหาลัยก็บอกว่า เมื่อเขาอธิบายทฤษฎีเขาเอาพีระมิดมาใส่ใน Slide การสอนในคลาสของเขาด้วย ดังนั้นบางที่เขาก็พอใจกับการที่สัญลักษณ์พีระมิดเป็นที่นิยมแม้ว่าเขาเองจะไม่ได้เป็นคนที่คิดค้นให้มันเป็นภาพที่สื่อความของเขาก็ตาม ? 

เป็นคำถามที่น่าสนใจ Maslow มีชีวิตอยู่ไปอีกสักพักหลังจากที่ Mcdermid ได้นำเสนอทฤษฎีพีระมิดออกไป
เราไม่พบหลักฐานว่า Maslow มีปฏิสัมพันธ์กับพีระมิดเลยสักครั้ง เราไม่คิดแบบนั้นเพราะว่าเขายอมรับว่าพีระมิดเป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างถูกต้องแม่นยำ

คำอธิบายที่ดูน่าจะทำให้ดูมีเหตุผลมากขึ้นงั้นมาจากการวิเคราะห์บันทึกส่วนตัวของเขาอีกแง่มุมหนึ่งของชีวิตการเป็นมืออาชีพถูกเปิดเผยออกมาเขาดูซิว่าเขาก็ให้ความสำคัญกับมันพอสมควรแต่มันก็ไม่ได้ส่งผลดีกับชีวิตเขาสักเท่าไหร่งานวิจัยหลักในจิตวิทยาถูกควบคุมด้วยการทำวิจัยแบบทดลอง ซึ่งทำให้ความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้ของ Maslow ลดลง

เขายังมีความกังวลมากขึ้นและและทุกข์ทรมานจากปัญหาสุขภาพและการเงิน แต่คนสําคัญในวงการการจัดการกลับมองเห็นเขาเสมือนผู้ที่มีการต้อนรับด้วยพรมแดง และพวกเขาให้การยอมรับอย่างที่ Maslow ควรจะได้
ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วเราจะเปลี่ยนชื่อในตำรารุ่นใหม่ ๆ มั้ย?
 
เราก็แนะนำว่าควรจะเป็นเช่นนั้นแต่บางอย่างก็ควรมีไว้เพราะมันจะนำไปสู่ภาพที่ดีกว่าในลำดับขั้นความต้องการของ Maslow ที่ทำเป็นพีระมิดนั้นแสดงให้เห็นชัดเจนโดยการแบ่งทุกอย่างชัดเจนด้วยการตัดเป็นลำดับขั้น
แต่มันก็ยากเหมือนกันเมื่อลองจินตนาการว่าบุคคลไม่ว่าใครก็ตามเกิดความต้องการหลาย ๆ ระดับพร้อมกันเมื่อแต่ละขั้นเปรียบเสมือนขั้นบันไดและหลาย ๆ ขั้นก็มีผลลัพธ์โดยความต้องการที่แตกต่างกันไปขั้นอื่น ๆ ก็อาจจะได้เรียนรู้ด้วยในแต่ละขั้นมันก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดแนวคิดของ Maslow ได้อย่างดี และ Maslow ก็บอกไว้เช่นกันว่าเราสามารถขึ้นลงในแต่ละขั้นได้ตลอดเวลา

งานอันโดดเด่นของนักประวัติศาสตร์ที่ชื่อว่า Daniel Wren อธิบายทฤษฎีของ Maslow ว่าลำดับขั้นความต้องการคือหนังสือรุ่นก่อนหน้าของเขาเองชื่อ the evolution of management thought ที่ในท้ายที่สุดพีระมิดก็หลุดออกไปแต่เราเชื่อว่าการเอาพีระมิดออกไปและนำขั้นบันไดเข้ามาคือการพัฒนาของเรา 
Maslow ไม่เคยเสนอแนวคิดผู้ที่มีความภาคภูมิใจในคุณค่าของ self actualization ใช่หรือไม่ที่คุณบอกว่าทุกคนมีความสามารถที่จะไปถึง self actualization ได้แต่ถูกปิดกั้นด้วยข้อบกพร่องในแต่ละข้อของความต้องการในแต่ละขั้น 

จริง ๆ แล้วก็ขึ้นอยู่กับมันด้วย ชีวิตส่วนใหญ่และงานเขียนของเขาที่เกี่ยวกับ Maslow ค่อนข้างกระจ่างแจ้งว่าทุกคนที่เกิดมามีศักยภาพที่จะไปถึง self actualization ได้ ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช่แต่เขารู้สึกว่ามีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถไปถึงขั้นนั้นได้และความเชื่อนั้นก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ปีสุดท้ายของชีวิต Maslow เขาสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ไหมที่จะขึ้นอยู่กับพันธุกรรมที่เป็นส่วนประกอบที่ทำให้ไปถึงจุดนั้นได้มากกว่าคนอื่น 
เขาวิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะมียีนที่ถูกเรียกว่า "สิ่งมีชีวิตชั้นยอด" อยู่ไหนบุคคล ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะไปถึงขั้น self actualization ได้
สิ่งแวดล้อมที่ใช่คืออะไร? 

Maslow มีเงื่อนไขสำหรับการทำงานของลำดับความต้องการซึ่งบ่อยครั้งมันถูกมองข้ามเช่นอิสระในการพูดการเปิดเผยตัวตนการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมด้วยความยุติธรรมสิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของเขากฎระเบียบ ความไม่ซื่อสัตย์ การไร้ความสามารถที่จะไปสู่ความจริง และศักยภาพของปัญญาแม้กระทั่งเขารู้ได้ว่ามีข้อยกเว้นที่ทุกคนจะถูกเลี้ยงดูมานอกเหนือจากสภาพสิ่งแวดล้อมของเขา
คุณคิดว่าหากวิชาการจัดการอัดทำหน้าที่ได้ดีกว่าในอดีตมีความทั่วถึงมากขึ้นแล้วอะไรบ้างคือสิ่งที่คุณเจอในตำราที่มันถูกบิดเบือนไปบ้าง? 

อย่างที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้เป็นผู้ก่อตั้งของเรา Adam Smith , Kurt Lewin และแม้กระทั้ง Douglas McGregor เองบางครั้งก็เป็นการยากในการที่จะเข้าใจในแนวที่ซึ่ง แนวคิดของตำรานำเสนอในหัวข้อ a new history of management โดย Stephen Cumming, John Ballard, Michael Rowinson และตัวผมเอง ได้ลองที่จะค้นหาการสื่อความที่ผิดพลาดแต่ปัญหามันเกินกว่าที่จะเป็นเรื่องของการบิดเบือนความหมายไปแล้วซึ่งเราก็มีความสนใจในการสำรวจผู้คนและแนวคิด

โดยปกติแล้วถ้าไม่รวมจากตำราการจัดการเราต้องสำรวจให้ใกล้ชิดมากกว่านี้เกี่ยวกับแรงจูงใจของผู้หญิง , แรงจูงใจของคนที่ไม่ใช่ชาวตะวันตก และแม้กระทั่งแรงจูงใจของคนที่อยู่ในเชื้อชาติอื่น ๆ

อะไรคือความหมายที่กว้างขึ้นของงานวิจัยเพื่อการศึกษาการจัดการของคุณ?  

เราหวังว่างานวิจัยของเราจะสร้างครอบครัวพลาดหรือการถกเถียงเกี่ยวกับสิ่งนี้ที่จะมาเป็นรากฐานของการศึกษาการจัดการและวิธีการสอนเกี่ยวกับรากฐานนั้นด้วยเราสนับสนุนการเข้าถึงประวัติศาสตร์ที่สำคัญซึ่งจะอยู่ในส่วนของ"ประวัติศาสตร์" 
เช่นเดียวกับการเล่าเรื่องส่วนตัววันที่ 17 ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ถูกสร้างขึ้นโดยมุมมองและคุณค่าของคนที่เขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมา การศึกษาการจัดการมีความมุ่งมั่นในอุดมการณ์เพื่อการทำการตลาดอย่างเสรีในระบบทุนนิยมและบริการการจัดการลำดับขั้นมาอย่างยาวนาน 

การรับรู้ถึงสิ่งนี้เป็นโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการศึกษาการจัดการจากมุมมองที่แตกต่างจากเวลาต่าง ๆ และแนวคิดของบุคคลอื่น ๆ อีกด้วยสิ่งนี้อาจเป็นสิ่งที่ทำให้นักเรียนของเราสามารถรวยขึ้นและเข้าใจสิ่งต่าง ๆ อย่างแท้จริงและสามารถจัดการกับมันได้เป็นอย่างดี
ต้นฉบับ : https://blogs.scientificamerican.com/beautiful-minds/who-created-maslows-iconic-pyramid/

อ่านบทความใหม่ ๆ ก่อนใครได้ที่
FB : Trust.นักจิตวิทยาการปรึกษา
สอบถามเรื่องสุขภาพจิต ปรึกษาปัญหาชีวิต
Line ID : trust.counseling 
Tel : 064-972-1915 

 
SHARE
Writer
Wanchalrem
นักจิตวิทยาการปรึกษา
อธิบายชีวิตผ่านมุมมองจิตวิทยาการปรึกษา : รับปรึกษาปัญหาชีวิตผ่านกระบวนการปรึกษาเชิงจิตวิทยา

Comments

ChocoLize
5 months ago
great
Reply