กุญแจที่ชื่อว่าความพยายาม
ตอนที่เรายังเป็นเฟรชชี่วัยใส 
สิ่งที่เด็กบ้านนอกตัวดำๆอย่างเรามุ่งมั่นทำอย่างเต็มที่ในช่วงเทอมแรก
คือการอ่าน Gen chem อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง
เราจำได้ว่าเราทำแบบฝึกหัดเล่มสีฟ้าที่หนาหนึ่งนิ้วนั้นจนถึงหน้าสุดท้าย
(พูดถึงตรงนี้บางคนอาจจะเดาออกแล้วว่า'มหาลัย'อะไร)

Gen chem ถือเป็นวิชาปราบเซียนที่มีคนดรอปมากที่สุดวิชาหนึ่ง
และคนเกือบ 30% จะหายไปจากคลาสอย่างไร้ร่องรอย หลังคะแนนมิดเทอมประกาศ

เราไม่ใช่คนเก่งอะไร มอปลายก็เรียนแบบผ่านๆมาตลอด
แต่เหตุผลหลักที่เราตั้งใจเรียนขึ้นมาเพราะอะไรหน่ะหรอคะ
เพราะเราอยากให้รุ่นพี่คนหนึ่งจำเราได้
เพราะเรารู้ดีว่าไม่มีรุ่นพี่คนไหนจะจำชื่่อรุ่นน้องที่ได้คะแนนtopไม่ได้อย่างแน่นอน

แล้วเราก็ทำได้ ! 
ถึงจะไม่ได้ top แต่เป็นคะแนนที่ทำให้เค้าจำชื่อเราได้ ! ถือว่าเราทำสำเร็จแล้ว

-
เมื่อผ่านไปเรียนคลาสถัดไป
มีประโยคหนึ่งที่อาจารย์ผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นในคลาส เมื่อใกล้ถึงช่วงสอบว่า
"การเรียนมันเป็นfact คุณอ่านคุณก็ทำได้ คุณไม่อ่านคุณก็ทำไม่ได้ แค่นี้เอง"
เป็นประโยคง่ายๆ ที่ทำให้เราฮึกเฮิมได้อย่างประหลาด

ตั้งแต่ Gen chem คลาสนั้้น จนผ่านมาเรียนคลาสนี้ และคลาสต่อๆไป
ทำให้เราเริ่มหลงรักการเรียนมากขึ้น
เราสนุกกับการทำคะแนนให้สูงขึ้น
เราทำแบบฝึกหัดทุกข้อที่หามาได้ จำทั้งส่วนที่เน้น และส่วนที่ไม่เน้น

เรากลายเป็นคนที่มั่นใจมากขึ้น
'การเรียนมันไม่ได้ยาก'
รู้สึกว่าทุกอย่างในโลกนี้ ถ้าพยายามไม่มีอะไรที่เราหามาไม่ได้

-
หลังจากนั้นเราใช้ 'ความพยายาม' กับทุกอย่าง กับทุกเรื่อง

แล้ววันหนึ่ง
เราดันไปใช้มัน
กับความรัก

มันเหมือนไปใช้น้ำมันเบนซิน กับรถดีเซล
แทนที่มันจะวิ่งได้ มันกลับพัง

กุญแจที่เราเชื่อว่ามันสามารถไขประตูได้ทุกบาน
ความพยายามที่เราเคยเชื่อว่ามันแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง
ความพยายามที่เราเคยคิดว่ามันเป็นหนึ่งในข้อดีของเรา

วันหนึ่งมันกลับรู้สึกว่างเปล่า 

แล้วเราก็พบว่ามันมีเรื่องที่ยากกว่าGen chem เป็นพันเป็นล้านเท่า
ต่อให้เราทำแบบฝึกหัดสักสิบเล่ม มันไม่ได้รับประกันเลยว่าเราจะไม่ "สอบตก"
ความรักมันไม่ได้เป็นfactเหมือนการเรียน

ความพยายาม อาจจะทำให้รุ่นพี่คนนั้นจำชื่อเราได้
แต่มันก็แค่นั้น

-
จากนี้เราจึงบอกกับตัวเองว่า 
จงมีกุญแจอีกหลายๆดอก 
และใช้มันไขให้ถูกบาน 

จงมีอีกหลายอย่างที่มากกว่า ความพยายาม

SHARE

Comments