สาเหตุของความไม่มั่นใจ (2): แม่
แม่ในความทรงจำวัยเด็กของฉันเป็นคนที่เข้มแข็งและเท่มาก แม่ทำงานหนักอยู่เสมอ เราไม่ค่อยได้เจอกัน
เวลาน้อยนิดที่ฉันได้อยู่กับแม่ มักจะเป็นเวลาที่ฉันป่วย หรือต้องการความช่วยเหลือ
ฉันคิดว่าบางทีนั่นอาจเป็นสาเหตุให้ฉันกลายเป็นเด็กขี้โรค เพราะว่าเมื่อฉันป่วยฉันรู้ว่าแม่จะอยู่กับฉัน ความทรงจำแสนหวานปนขมครั้งหนึ่งที่ฉันจำได้ คือเมื่อฉันอยู่ประถม 1 หรือ 2 ฉันเป็นโรคกระเพาะรุนแรง ปวดท้อง กินอะไรไม่ได้ วันนั้นแม่ลางานเพื่อไปทำซุปแล้วมาป้อนฉันที่โรงเรียน ฉันมีความสุขมากจริงๆ

นอกจากนั้นภาพที่จำได้ก็คือภาพแม่ขี่มอเตอร์ไซค์พาฉันไปโรงพยาบาลเพราะผื่นขึ้นบ้าง ตาอักเสบเฉียบพลันบ้าง ป่วยกะทันหันบ้าง มีครั้งหนึ่งที่ฉันเกือบหยุดหายใจ บางครั้งฉันก็เป็นขึ้นมากลางดึก ครั้งหนึ่งในวันสงกรานต์
ไม่ว่าเมื่อไร แม่จะขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าลมฝ่าฝนพาฉันไปโรงพยาบาลเสมอ
แม่เป็นคนไม่ค่อยพูด เข้ากับใครไม่เก่ง จึงแทบไม่มีเพื่อนเลยในชีวิต แม่มีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้นตลอดชีวิต แต่เพื่อนคนนี้ย้ายไปต่างประเทศและไม่ได้เจอกันอีก พอเป็นอย่างนี้แล้วมันก็เลยยิ่งยากที่แม่จะหาเพื่อนในที่ทำงาน 
แม่เป็นคนเก่ง เก่งมาก ทำอะไรได้ด้วยตัวคนเดียวเสมอ และไม่เคยง้อใคร จึงไม่แปลกเลยที่ใครต่อใครจะหมั่นไส้และพากันเกลียดขี้หน้า
แม่ต้องทำงานคนเดียวอยู่บ่อย ๆ  บางครั้งแม่ก็พาฉันไปอยู่เป็นเพื่อนในที่ทำงานตอนเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง บางครั้งฉันก็ช่วยแม่พิมพ์เอกสารบ้าง ทำงานบ้าง บางครั้งก็เล่นคนเดียว นอกห้องทำงานทุกอย่างมืดและวังเวง บางครั้งระหว่างที่ฉันพิมพ์งานให้แม่ แม่ก็หายไปจัดการงานที่ห้องอื่น ฉันเกลียดความวังเวง ฉันกลัว แต่พอแม่กลับมาฉันก็โล่งใจ นั่นเป็นหนึ่งในความสุขเล็ก ๆ ของฉัน

แม่แทบจะไม่พูดเลย แม้กระทั่งกับคนในครอบครัว และคำพูดอันน้อยนิดที่ออกจากปากแม่ก็มีเพียงสองประเภทคือคำบ่นและคำต่อว่า 
ไม่ว่าฉันทำดีแค่ไหน พยายามเท่าไรก็ไม่เคยได้รับคำชม แม้แต่คำว่าขอบใจก็น้อยเหลือเกินที่จะได้ยิน
ฉันทำทุกอย่างตามที่แม่ต้องการ ฉันย้ายโรงเรียน สอบเข้าโรงเรียนใหม่ด้วยคะแนนเกือบสูงสุดในรุ่น สอบผ่านโครงการพิเศษของประเทศที่ในเมืองฉันมีคนสอบได้แค่สองคน เข้ามหาวิทยาลัยที่แม่ต้องการ คณะที่แม่ต้องการ ทิ้งความฝันตัวเอง เสียน้ำตา เจ็บปวดไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เพียงเพื่อที่อย่างน้อยแม่จะได้บอกฉันว่า แม่ภูมิใจในตัวฉัน แม่รักฉัน แต่ฉันก็ไม่เคยได้รับมัน 
ดูเหมือนว่า ไม่ว่าฉันทำดีแค่ไหน ฉันก็จะไม่มีวันได้รับการยอมรับ
เมื่อขึ้นม.ปลาย ฉันต้องย้ายไปเรียนที่ต่างจังหวัด ฉันยุ่งได้คุยกับพ่อแม่น้อยลง หนึ่งหรือสองอาทิตย์ครั้งเท่านั้นที่จะได้คุยกับแม่ และทุกครั้งบทสนทนาก็จะมีเพียง "กินข้าวรึยัง ทำการบ้านรึยัง" ตามด้วยคำสั่งและสิ่งที่แม่คิดว่าฉันควรจะทำเท่านั้น

ฉันเคยทะเลาะกับแม่เมื่อฉันกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ฉันอยากเรียนในสิ่งที่ฉันชอบ แต่แม่อยากให้เรียนเหมือนที่แม่เคยเรียน ฉันอดทนทำความต้องการของแม่ไม่ไหวแล้ว ฉันอึดอัด ทำไมไม่ให้ฉันเลือกตัวเองบ้าง นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่เราทะเลาะกัน 
เรื่องมันจบลงตรงที่แม่ร้องไห้ 
ฉันแพ้ แล้วฉันก็เลือกในสิ่งที่แม่ต้องการ สองอันดับแรกคือสิ่งที่แม่ต้องการ อันดับที่สามคือความฝันที่แท้จริงของฉัน ฉันคำนวณดูแล้วว่าฉันไม่มีทางหลุดจากอันดับสองแน่นอน คะแนนฉันเกินค่าเฉลี่ยปีที่แล้วมาก แต่ถ้าหลุดจากสองอันดับแรกจริง ๆ อย่างน้อยฉันจะได้มีข้ออ้างกับแม่ว่าฉันเลือกตามที่แม่บอกแล้ว แต่มันหลุดจริง ๆ ฉันปล่อยอันดับสี่ว่างไว้ เพราะฉันหมดหวังแล้วกับความฝันของฉัน

และ...แน่นอน...ฉันสอบติดคณะและมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งที่ฉันเลือกไว้ เรียนจบด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และแน่นอน...แม่ไม่เคยชมฉันเลย
SHARE
Written in this book
ไดอารี
Writer
Anatta11
Writer, Story-teller
บันทึกเรื่องราว อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด เล่าเรื่องในชีวิต

Comments

Eyeinworld
3 months ago
ขอเป็นกำลังใจจากมุมเล็กๆ
Reply