ความสมดุลของกำไร สวัสดิการและความก้าวหน้าทางวิทยาการ
Henry Ford คือ นักธุรกิจคนแรกของโลกก็ว่าได้ ที่สามารถหาความสมดุลระหว่าง ผลกำไร การกระจายความก้าวหน้าด้านวิทยาการ และ สวัสดิการของแรงงาน
นวัตกรรม ไม่ใช่การสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ นวัตกรรมคือการสร้างรูปแบบใหม่ๆในการพัฒนา ทั้งในเชิงความคิด การกระทำ รูปธรรม นามธรรม กระบวนการ สร้างบรรยากาศให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ตัวอย่างนวัตกรรม เช่น นวัตกรรมการบริหารจัดการองค์กร นวัตกรรมการจัดการทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาผู้นำและทรัพยากรบุคคล นวัตกรรมนอกจากเป็นสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ ยังเป็นการแก้ปัญหา เพื่อสร้างประสิทธิผลที่ดีที่สุด
Henry Ford ได้เป็นผู้วางรากฐานสำหรับนวัตกรรมการจัดการความสมดุลระหว่าง กำไรของเขา กับสวัสดิการของแรงงาน และ ความก้าวหน้าของวิทยาการ
เมื่อพูดถึงความก้าวหน้าด้านวิทยาการ Henry Ford คือนักธุรกิจคนแรกที่มองวิสัยทัศน์ในเทคโนโลยีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า รถยนต์ เขามองว่า สิ่งนี้ควรจะเป็นสิ่งที่อเมริกันชนคนธรรมดา สามารถที่จะมีรถส่วนตัวได้ จากสมัยก่อนรถเป็นของชนชั้นธุรกิจที่ผูกขาดโดย ALAM หรือ สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ ที่จดสิทธิบัตรรถยนต์ Henry Fordมองวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้รถยนต์ ใครๆก็ซื้อขับมาใช้ได้ แต่เขาต้องต่อสู้กับกลุ่มทุนผูกขาด อย่าง ALAM เขาเผชิญหน้ากับ ALAM ในศาลเมืองดีทรอยต์ที่Ford โดน ALAM ฟ้องในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรรถยนต์ เนื่องจาก Ford ปราถนาอยากจะเปลี่ยนแปลงโลก และ ต้องการให้เทคโนโลยีเหล่านี้ สามารถเข้าถึงคนในทุกสังคม ทุกระดับชั้น โชคดีของFord ที่ศาลเมืองดีทรอยต์พิพากษาว่า ALAM ไม่มีสิทธิที่จะถือครองหรือจดสิทธิบัตรรถยนต์ และ Ford ก็ได้ผลิตรถยนต์Ford Model T รุ่นแรงที่ออกมาสู่ตลาดของชนชั้นกลาง และแม้แต่ชนชั้นแรงงานในปัจจุบัน การกำเนิดของรถยนต์ในเวทีสาธารณะช่วยเปลี่ยนระบบการขนส่งและโลกจิสติกส์ ของโลกไปตลอดกาล เขาทำให้เทคโนโลยีและความก้าวหน้าได้มาถึงมือของผู้บริโภคและประชากรอเมริกันชนทุกคน เขาทำให้โลกของเราเปลี่ยนแปลง
ในด้านสวัสดิการและกำไรของFord เขาทำให้เกิดการปฏิวัติการทำงานในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เรียกว่า ‘ระบบสายพานการผลิต’ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการรถยนต์จำนวนมากจากความสำเร็จของ Ford Model T ทำให้สามารถลดระยะเวลาการผลิตเดิมจาก 12 ชั่วโมงเหลือเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งนอกจากนี้ Ford ยังเสนอค่าแรง 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อการทำงาน 8 ชั่วโมงจากเดิมที่คนงานในโรงงานทั่วไปในสหรัฐต้องทำงาน12ชั่วโมงต่อวัน Ford สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสวัสดิการแรงงาน เขาสร้างความมั่นคงในองค์กรด้วยค่าตอบแทนที่สูงรวมถึงสวัสดิการอื่นๆ นอกเหนือจากกำไรแล้ว วิสัยทัศน์ของเขาพลิกโฉมอุตสาหกรรมจากการผลิตยานยนต์ราคาไม่แพงด้วยแรงงานฝีมือที่มีรายรับมั่นคง สร้างฐานการผลิตคุณภาพโดยเริ่มตั้งแต่พื้นฐานความเป็นอยู่แรงงาน 
เมื่อพูดถึงสวัสดิการแก่ผู้ใช้แรงงานในปัจจุบัน บริษัททุกบริษัท นักลงทุนทุกคน ต้องคำนึงถึงสวัสดิการของแรงงาน ไม่เฉพาะค่าแรงขั่นต่ำ แต่ยังรวมถึงสิทธิการรักษาพยาบาล และสิ่งสำคัญที่สุด ที่Henry Ford กล่าวถึงคือ ความปลอดภัยในการทำงาน นอกจากนี้ยังรวมถึงเวลาการทำงานที่ต้องเหมาะสมพอดี รวมถังวันหยุดอันถือว่าเป็นสวัสดิการในการพักผ่อนท่องเที่ยว และ แน่นอนอีกตัวหนึ่งก็คือ เงินสำหรับการพักผ่อนท่องเที่ยว ที่เรียกว่า เงินเดือนๆที่13 ไม่ใช่เฉพาะเพื่อการท่องเที่ยว แต่เพื่อให้แรงงานสามารถที่จะมีความสามารถในการสำรองเก็บเงินได้อีกด้วย ซึ่งสวัสดิการเหล่านี้กว่าจะได้มา มันมาจากเหงื่อของสหภาพแรงงาน กับ นักธุรกิจที่มีคุณธรรม จริยธรรมและศีลธรรม ซึ่งถือว่าหากยากมาก แม้แต่ในยุคสมัยของFord หรือยุคสมัยปัจจุบันเอง
กำไร ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่นักธุรกิจในปัจจุบัน ต้องคำนึงถึงการที่เขาจะต้องจำกัดรูปแบบความอยากได้ทางจิตใจของเขา เพื่อให้เขากลับมามอง ผลกระทบในการหากำไรของเขาต่อสวัสดิการและความก้าวหน้าด้านวิทยาการ บ่อยครั้งที่กำไรอาจจะขัดขวางเส้นทางสองเส้นทางที่กล่าวถึง
ตัวอย่างของปัญหาความไม่สมดุลของกำไรกับความก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยี: ความต้องการกำไร กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้บริษัทน้ำมันในปัจจุบัน ไม่สามารถยอมรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้กลายมาเป็นสิ่งที่คนธรรมดาสามัญกระทำได้ นั้นคือรถพลังงานไฮโดรเจน ที่เราพูดมาถึง20ปี แต่ไม่สามารถออกสู่ตลาดได้ ปัญหามันก็เหมือน Ford กับ ALAM นั้นคือ เรื่องลิขสิทธิและสิทธิบัตร ที่รถไฮโดรเจน ตกเป็นของบริษัทน้ำมัน แม้ปัจจุบันความพยายามต่อสู้กับบริษัทน้ำมันจะเกิดขึ้นกับการมาของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ทุกคนก็รู้ดีว่า รถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่ความต้องการด้านพลังงานมหาสารในการขนส่งได้หรอก นั้นคือเหตุผลที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถขายตามท้องตลาดได้ เพราะมันแทบไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทน้ำมัน แต่รถยนต์ไฮโดรเจน จะทำให้บริษัทน้ำมัน ต้องอาจเผชิญหน้ากับการขาดทุน จากการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน
ตัวอย่างของปัญหาความไม่สมดุลของกำไรกับสวัสดิการแรงงาน : ในช่วงที่บริษัทเหล็กกล้าของแอนดรูว์ คาร์เนกี้รุ่งเรือง คาร์เนกี้ต้องการที่จะเป็นบุคคลที่ร่ำรวยมากกว่า ร็อกกี้เฟลเลอร์ สองคนนี้แข่งขันในการมีกำไรมากกว่ากัน คาร์เนกี้มองว่า หากเขาต้องการที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เขาต้องเร่งการผลิต ในโรงงานเหล็กกล้าที่ไม่ปลอดภัย เขาบังคับให้คนงานทำงาน 12 ชั่วโมง และ รายได้ค่าแรงที่แสนต่ำ ไม่สามารถทำให้แรงงานมีชีวิต หรือ มีช่องหายใจต่อการดำรงชีวิตต่อไปได้ ในที่สุดเกิดอุบัติเหตุจากแรงงานที่เหนื่อยล้ากับการทำงาน ระหว่างทำงานกับเครื่องจักร ส่งผลให้เกิด การประท้วง และ ลุกลามกลายเป็นการจลาจล ที่กลายเป็นฝันร้ายของบริษัท US Steel ไปตลอดกาล
ปัญหาเหล่านี้ ต้องจัดการในการจัดการให้ผู้ลงทุนมีจริยธรรม ในการจัดการนวัตกรรมการบริหารจัดการระหว่างสามสิ่งที่กล่าวมา หากเราไม่สามารถหาความสดดุลของสามสิ่งนี้ได้ บริษัท ประเทศ และ สังคม รวมถึงสภาพเศรษฐกิจก็มิอาจที่จะสามารถที่จะเดินหน้าต่อไป เหมือนสังคมปัจจุบัน ยกตัวอย่าง ประเทศไทย ที่ติดหลุมกับความยากจนของชนชั้นแรงงาน ขณะที่บริษัทและนักลงทุนรวยขึ้น แรงงานกลับมีค่าแรงขั้นต่ำที่ต่ำมาก แทบที่จะไม่พอกินพอใช้ให้ชนเดือน นอกจากนี้ นักประดิษฐชาวไทยที่ผลิตรถที่ใช้พลังงานน้ำเปล่าของ คนไทย อย่างเช่น สุมิตร อิศรางกูร ไม่สามารถที่จะสร้างรถพลังงานน้ำเปล่า หรือรถไฮโดรเจนออกมาขายสู่ตลาดโลก มันก็มาจากความล้มเหลวในการไม่คำนึงถึงความสมดุลของสามสิ่ง และการกระหายที่จะหากำไรให้มากขึ้นจนลืมการพัฒนาของโลก นี้คือเหตุผลที่เราต้องพูดถึงนวัตกรรมการบริหารจัดการของHenry Ford
 


SHARE
Writer
NakvatHakimov
Istiklal Futurist.
Science,Physicist,Futurist,Educated,Economist and Politician in Istiklal Organization. นักวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ นักอนาคตศึกษา นักการศึกษา นักเศรษฐศาสตร์ และ นักวิชาการอิสระ

Comments