จนกว่าจะหมดไฟ




     อยู่ๆก็รู้สึกหมดกำลังใจ.... 

    เด็กว่างงานจิตใจห่อเหี่ยว​ ใบหน้าหมองคล้ำและคิ้วขมวดเป็นริบบิ้นแม้จะได้รับการดูแลด้วยสกินแคร์แดนโสม​ หลังจากพักอยู่บ้านสองชั้น​ต่างจังหวัดมาได้สองเดือนกว่า​ เหมือนจะได้พักผ่อนเต็มอิ่มตรงข้ามฉันกลับมาที่บ้านต้องอ่านตำราเตรียมสอบ​ นิ้วสไลด์ดูก้าวความสำเร็จทีละขั้นของเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ​ทั้งฝึกงาน​ สอบวิชาชีพผ่าน​ได้งานประจำหรือแม้แต่ศึกษาต่อ​ ฉันก็แสดงความยินดีไปตามธรรมเนียม​ แต่สิ่งที่ได้กลับมา​ กลายเป็นกลุ่มก้อนคำถามร้อยแปดข้อที่ต้องเผชิญ

1.เรียนจบแล้วไปไหน
     ฉันไม่คิดจะเรียนต่อโททันที​เพราะรู้สภาพจิตใจไม่แข็งแรง​มากพอ​(รู้ตัวตอนเรียนปี3หลังจากป่วยจิตใจเรื้อรัง)​ เลือกที่จะขอพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูจิตใจก่อนปีนึงแล้วหางานทำ และมันก็ไปสู่คำถามที่2

2.ทำงานอะไร
     เป็นเรื่องน่าปวดใจมาก​เฉพาะคนที่ไม่สามารถทำตามสิ่งที่ตัวเองเมื่อครั้นก่อนเป็นเฟรช​ชี่​ ฉันอยากเป็นครู.. 
     แต่พอได้ศึกษาแก่นแท้ของภาษาแม่​ ในบรรดาทักษะต่างๆ​ ฉันขี้อายเวลาพูด​ ชอบขีดๆเขียนๆ​ วิเคราะห์พอได้แต่ไม่เซียน​และถ้าพูดเร็วๆจะฟังไม่ค่อยทัน​ มันเหมือนกับมนุษย์คนหนึ่งในหลุมห้วงอวกาศ​ ฉันท้อแท้ไม่รู้จริงๆตัวเองชอบอะไร.. 
2.1 ราชการ... ความใฝ่ฝันจากมนุษย์Gen.X
     ตอนแรกฉันชอบสายอาชีพนี้เพราะถูกปลูกฝังแต่เด็ก​ ครอบครัวฉันทำงานราชการยกบ้าน​มันไม่แปลกหรอกที่ต้องเก็บช้อยส์นี้เป็นหลัก​ และไม่รู้หรอกว่ามันมีอะไรบ้าง​ ที่นอกเหนือจากได้ง่ายเพราะใช้เส้น​ และสวัสดิการที่ดี่​ จนกระทั่งได้ฝึกงานที่หน่วยงานหนึ่งย่านบางลำภู ฉันชอบงานเอกสารและคอม​ ทุกครั้งที่ได้รวบรวมข้อมูล​เรียบเรียงใหม่ด้วยตนเอง​ แน่นอนว่าต้องใช้สกิลที่เรียนมาตลอด​4ปีให้เกิดประโยชน์​ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นฟีตแบคดีๆ​ นั่นทำให้ฉันเปลี่ยนมุมมองว่า... เป็นพนักงานหน่วย​ราชการน่าจะเหมาะที่สุด
2.2 อยากเป็นนัก(ลอง)​เขียนซักครั้งหนึ่งในชีวิต
     ตั้งแต่เรียนมหาลัยมาได้สัมผัสกับกองหนังสือในห้องสมุด​ ฉันชอบอ่านนิยายแปล  นิยายเก่าๆ(ไม่ใช่ย้อนยุค​ แนวนักเขียนเก่าๆเลย)​ หนังสือแนวให้กำลังใจ​ และการ์ตูนเล่ม​ ฉันชอบกลิ่นหมึกพิมพ์มันทำให้รู้สึกผ่อนคลาย​ ฉันชอบเขียนระบายความรู้สึก​ มันเหมือนได้ปลดปล่อยความคิดบางอย่าง​ ลึกๆ​ แล้วฉันอยากเขียน..แค่ได้ลองซักเรื่อง​หรือเล่าประสบการณ์​ แม้คนติดตามจะไม่มาก​ แต่ถ้าได้ฟีตแบคฉันก็โล่งใจ​ 

3.คิดว่าตัวเองดีพอหรือยัง?
    เรียกว่าไม่เคยรู้สึกมองว่าตัวเองดีเลย​.... 
  
    หลังจากเข้าค่าย ฉันพยายามหาแรงบันดาลใจเขียนส่งประกวด(นับตั้งแต่ค่ายyoung writer​ มาก็​ 4งานติดๆ) บางเรื่องได้​ก็ได้รับเกียรติบัตรไว้สะสมผลงาน​  บางเรื่องแม้ไม่ได้​แต่ก็ได้รับคอมเม้นต์มาปรับปรุงพัฒนางานเขียนชิ้นต่อไป​ มีผิดหวังกับตัวเองอยู่หลายครั้ง​ จนกลัวว่างานที่จะเขียนครั้งต่อไปมันจะแย่ลง​ (และมันก็เป็นอยู่สามครั้งติด​ 5555555) จนถึงตอนนี้ต้องส่งอีกฉันยังสลัดความคิดด้านลบไม่อยู่​ มันค่อยๆดับความหวังเล็กๆว่าชิ้นต่อไปอาจจะเป็นวันของเรา​เข้าสักวัน​ แต่ไม่ใช่เรากลับจมอยู่กับความรู้สึกผิดหวังมากเกินจนก่อตัวเป็นหวาดระแวง​ จนลืมคิดไปว่า...ยังมีอีกหลายคนที่ผิดหวังเหมือนกัน​ และพร้อมลุยในสนามรบต่อไปเช่นกัน




     ก่อนที่จะหมดไฟ.... ฉันยังมีเป้าหมายเล็กๆที่ต้องทำให้สำเร็จก่อน​ แม้ไม่ยิ่งใหญ่​แต่ถ้าขึ้นชื่อว่าฝัน​ ดังท่อนนึงที่วงไอดอลวงโปรดได้กล่าว

คำว่าพยายามไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ


      ตราบใดที่ยังศรัทธาในปากกาข้างกาย​ ฉันจะลองเขียนอีกซักครั้ง​ อย่างน้อยต้องมีซักชิ้นที่กรรมการโดนใจบ้างแหละ





       อย่าเพิ่งหมดไฟนะเรานะ...  :) 



     



        
     

SHARE
Written in this book
#บันทึกชั่วขณะของมารูโกะอ๊องๆ
บันทึกจากสิ่งที่พบเจอ สุขทุกข์ปะปนกันไป ผ่านมุมมองของเด็กผู้พยายามจะเติมสีสันในโลกสีเทาที่อยู่ตอนนี้
Writer
Akifallingtone
A Person in Autumn
หากฉันหายไป...ฉันอ่านหนังสือเตรียมสอบ​;-; | แวะมาถามตอบได้ที่Ask.fm​ :molibirado​

Comments

Yangmeso
6 months ago
อ่านเพลินดีค่ะ อย่าเพิ่งหมดไฟเลยนะคะ ❤️ เขียนผลงานมาให้อ่านเยอะๆนะคะ
Reply
Akifallingtone
6 months ago
ขอบคุณค่า​ 😊 จะพยายามหาเรื่องมาเล่าเรื่อยๆน้า