ลำปาง ณ ริมแม่น้ำวัง
เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน ที่อยู่ๆ เราก็นึกเอ๊ะใจขึ้นมาก่อนเช้าของวันที่จะต้องออกเดินทาง นั่นคือการเข้ากูเกิลกูรูผู้รู้เรื่องราวของโลกทั้งใบที่สามารถหาคำตอบของทุกคำถามได้ในทุกความข้องใจของคุณในเวลาอันฉับไว


'ลำปาง'
หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า 'เมืองเขลางค์นคร' ณ ขณะนั้นสมองประมวลผลและพึ่งจะได้ความรู้ใหม่ ๆ ก่อนจะเดินทาง เราเข้าไปอ่านประวัติความเป็นมาคร่าว ๆ ศึกษาและดูสถานที่ วัฒนธรรม ภาษาของคนจังหวัดนี้ เพราะเราเคยแต่ได้ยิน แต่กลับไม่เคยมีโอกาสได้ไปเยือนเลยสักครั้ง ที่จำได้ล่าสุดคงจะเป็นทางผ่านก่อนจะถึงเชียงใหม่

เมื่อรถเทียบชานชาลาสถานีขนส่งจังหวัดลำปาง เราและน้องสาวก็เกิดอาการมึนงงกันขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เราถามน้องสาวว่า "เราต้องลงเลยหรือเปล่าว่ะ" น้องสาวก็ทำหน้างง ๆ ก่อนจะตอบกลับมาว่า "งั้นเราก็ลงกันเลยพี่หมิว" แล้วเราทั้งสองก็หันไปมองผู้โดยสารทุกคนบนรถ และทุกคนเตรียมพร้อมที่ลงกันทั้งคัน มิฉะนั้นเราทั้งสองคนก็..."ควรที่จะลง"

เท้าแตะพื้นดินลำปางเป็นครั้งแรก เหมือนกับ 'อีสานหลงกรุง' ประมาณนั้นเลยอ่ะ แบบมองหน้ากันงง ๆ แล้วน้องสาวก็ตัดสินใจโดยการบอกกับเราว่า "หนูว่าเราไปเข้าห้องน้ำกันก่อนดีกว่าไหม แล้วค่อยหาทางไปเกสเฮ้าส์กัน" เราก็เออออตามน้องมันไป และก็ถึงเวลาที่จะต้องอ่านรีวิวในพันทิปว่าด้วยเรื่อง 'รีวิวเที่ยวลำปาง' (แต่ไม่ได้มาเที่ยวนะ มาสอบจ้า) สุดท้ายก็ได้คำตอบจากรีวิวในพันทิป แล้วก็ไปกันโลด...

เราสองคนเดินไปยังรถเหลือง (ใช่ไหม😂) ลุงแกก็พูดภาษาเหนืออะไรสักอย่าง (เข้าใจบ่ว่าคนฟังเหนือบ่ฮู้เรื่องมึนตึ๊บ^^) แล้วเราก็บอกลุงแกไปว่า "พอดีว่าหนูจะไปที่ตรงนี้นะคะ พึ่งมาครั้งแรกด้วยค่ะ ไม่รู้ว่ามันไปยังไง" แล้วเราก็ยิ้มอาย ๆ ไป 

ครั้งแรกเนาะ อะไรก็ไม่รู้จัก อ่านรีวิวอะไรมาก็ช่างเถอะ สุดท้ายลุงแกก็บอกให้นั่งรอก่อน สักพักแกก็เดินไปเรียกลุงอีกคนมา ลุงบอกว่าไปที่นี่คิดคนละ 60 บาทนะ เราก็...'ช่างมันว่ะ'...อย่างน้อย ๆ ขอไปถึงที่พักก่อน เรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากัน

แล้วลุงก็พาพวกเราสองคนมาถึงยังที่พักโดยสวัสดิภาพ และพวกเราก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยกล่าวคำขอบคุณลุงแกไป พร้อมทั้งลุงก็อู้อะหยังบ่ฮู้เรื่องเลย 555....เราก็อ๋อ ขอบคุณค่ะ ไม่เป็นไรค่ะลุง พร้อมกับหยิบนามบัตรในมือลุงแกมาก่อนจะส่งยิ้มให้และกล่าวคำขอบคุณไปอีกครั้ง พร้อมทั้งเดินเข้าไปยังที่พัก โดยมีพี่เจ้าของเกสเฮ้าส์เป็นผู้มารอรับพร้อมกับทำเรื่องเข้าที่พักเสร็จสรรพ แล้วเราก็ขอตัวไปชำระล้างร่างกายก่อนจะออกไปหาอะไรรองท้องกัน..

ตกเย็นหน่อยเรากับน้องสาวก็พากันเดินลัดเลาะไปหาอะไรรองท้องใกล้ ๆ  ก่อนจะพากันมองไปเห็นร้านเต้นท์เล็ก ๆ อยู่ข้างทางตรงที่มีแม่น้ำใหญ่ เห็นป้ายเขียนว่า 'แม่่น้ำวัง' ในใจก็เอ๊ะขึ้นมาอีกครั้งว่าแม่น้ำอะไรชื่อแปลก ๆ ความรู้สมัยหนังสือ 'สปช.' ก็ผุดขึ้นมาว่า "อ๋อ ปิง วัง ยม น่าน" นี่เอง ^^

เราเดินตรงไปยังร้านเล็ก ๆ ร้านหนึ่งที่มีป้าขายหม่าล่า มีคนนั่งรอพอสมควร เราและน้องสาวก็พากันเลือกเอาแต่ปลาหมึก น้องมันก็เลือกมาสะเยอะแยะเลยเพราะไม้ล่ะ 5บาท และวันนั้นก็เป็นวันเกิดนางพอดีด้วย ^^ (นางเฉลยก่อนจะถึงลำปางในรถ)

พอเลือกทุกอย่างเสร็จสรรพก็มานั่งรอเขาย่างพักสัก เสียงของพี่ผู้ชายที่ขายนมสดข้าง ๆ ก็เอ่ยพูดแซวน้องผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นเสียงดังเป็นภาษาเหนือ เขาน่าจะสนิทกันมากพอสมควร แต่อยากจะบอกว่าพี่ผู้ชายคนนี้ชวนคุยเก่งมาก ซึ่งตรงข้ามกับเราที่เป็นคนชวนคนอื่นคุยไม่เป็น ถ้าเป็นน้องสาวเราแล้วละก็ ไม่ต้องให้พูดถึงนางเข้าถึงได้กับทุกคน ^^

หลังจากนั้นได้ไม่นานเราก็ได้หม่าล่ากันมาคนละถุง พร้อมกับน้ำคนละแก้วคนละแนวที่อุดหนุนพี่ผู้ชายคนนั้นด้วย เราสองคนต่างก็ตื่นเต้นกับแสงไฟบนสะพานกลางแม่น้ำนั้น ก่อนจะพากันเก็บภาพที่บนสะพานนั้นกันพอสมควร เพราะที่บ้านเราไม่มีไง (บุรีรัมย์ไม่มีสะพานแบบนี้😂)

หลังจากถ่ายรูปเสร็จสรรพ เราก็พากันมานั่งยังขั้นบันไดตรงริมแม่น้ำวังนั้น ก็จะมีคู่รักหนุ่มสาวสามสี่คู่มานั่งคุยกันกระหนุงกระหนิง ส่วนเรากับน้องก็นั่งเล่นกันวนไปตามประสาตามแนวของเราสองคน.. คนละมุม

บรรยากาศของสายลมเย็น ๆ พัดโชยอ่อน บวกกับเสียงเพลงที่คลอเคล้ามาจากร้านอาหารกึ่งร้านเหล้า (มั้ง) หรือเรียกว่าร้านนั่งชิล อันนี้เราไม่รู้เหมือนกันเรียกไม่ถูกไม่ถนัดร้านพวกนี้ (เป็นคนดีเกิน) แสงไฟจากร้านกระทบเข้ากับผิวของแม่น้ำวังในยามค่ำคืนบวกกับบรรยากาศของเสียงดนตรีเพลงสากลประมาณยุค 70-80 ที่ร้านเปิดคลอเรื่อย ๆ วนไป ที่รู้เพราะว่ามีเพลงที่เราชอบฟังอยู่ในนั้นด้วย "More than I can say"

เราชอบบรรยากาศแบบนี้มาก ๆ เลยนะ และพระจันทร์ในคืนนั้นสวยกว่าพระจันทร์ในคืนนี้ ในคืนที่มีดวงดาวสองดวงทอแสงประกายอยู่เป็นเพื่อนข้าง 'ดวงจันทร์' ในคืนนั้น...

ขอบคุณประสบการณ์ ความทรงจำดี ๆ และความน่ารักอัธยาศัยดีของคนลำปาง ^^ 

#อย่าลืมไปอุดหนุนร้านหม่าล่าข้างริมแม่น้ำวัง กันด้วยนะ  อยากบอกว่า #อร่อยมาก 😊



#เล่าไปเรื่อย
#เพียงความทรงจำ
#กูนี่แหละเขียน
#Bantuek28 
SHARE
Written in this book
Bantuek By กูนี่แหละเขียน
คนเรามีทั้งช่วงดีและไม่ดี บางคนทุกข์ บางคนท้อ แต่อย่ารอให้มันนานจนกัดกร่อยใจ ถ้าใจยังบอกว่า 'สู้ไหว' ก็ขอให้คุณจงลุกขึ้นสู้เดินต่อไป แค่เดินต่อไป แต่นั้นจริง ๆ
Writer
Bantuek28
Bantuek28
สวัสดี สบายดีไหม? วันนี้ได้ทำอะไร พักผ่อนบ้างได้ไหม แค่หลับตา

Comments