ฤดูที่ฉันเหงา.




‘ทำไมฤดูฝนถึงเป็นฤดูที่เหงาขนาดนี้วะ’




เสียงในหัวดังขึ้นมาดื้อๆทันทีที่เข้าเดือนกรกฎาคม หญิงสาวนั่งลงที่เก้าอี้หน้าบ้านแต่เป็นบริเวณที่อยู่ใต้ชายคา


มีบ้างที่ฝนจะกระเด็นโดนเท้าของเธอ แต่เธอไม่ได้กังวลมากนัก


ชาพีชในมือยังคงร้อนอยู่จึงทำให้เธอไม่กล้าดื่มโดยไม่เป่า





บรรยากาศแบบนี้มันสุดยอดไปเลย


และไม่ใช่ว่าเธอเกลียดฤดูฝนหรืออะไร แต่เธอพึ่งอกหักมาต่างหาก


อกหักวันฝนตกเลยแหละ






“เดี๋ยวจะป่วยเอานะลูก”


เสียงหญิงชราดังขึ้นจากด้านหลัง เธอหันไปยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะลุกไปลากเก้าอี้ตัวโปรดของคุณยายมาไว้ข้างเก้าอี้ของเธอ







ใช่แล้วตามสูตรเลย


อกหักแล้วหนีกลับต่างจังหวัด


โคตรอินดี้


หนังจีดีเฮชจัดๆ








“ยายค่อยๆนั่งนะ”


“ไม่หนาวหรอลูกมานั่งตากลมตากฝนเนี่ย”


“เฉยๆนะยาย”


“แล้วดีขึ้นไหม”


หล่อนเงียบไปพักนึงก่อนจะตอบไปตามความรู้สึก


“หนูว่าเฉยๆ แต่คงเกลียดฤดูฝนไปอีกนานเลย555”


สองยายหลานหัวเราะกันเบาๆ ลมยังคงพัดอย่างต่อเนื่องและฝนก็ดูท่าว่าจะไม่ลดความแรงลงเลย


หญิงชราแบ่งผ้าคลุมให้หลานสาว จัดแจงผ้าอย่างดีก่อนจะเริ่มการสนทนาขึ้นใหม่


“ฤดูกาลไม่ได้มีความผิดหรอกนะ”


“หนูก็ไม่ได้โทษฟ้าฝนขนาดนั้นนะยาย เอาจริงก็เป็นที่หนูเองที่เอาความรู้สึกไปผูกกับฤดูกาล”


“ยายเข้าใจ”


หญิงสาวมองยายของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย


ยายคงคิดถึงตาแหละมั้ง









“ทำไมหนูเลิกกับเขาล่ะ เล้าให้ยายฟังได้ไหม”


“ก็มีหลายอย่างที่เข้ากันไม่ได้อะยาย เขาบอกว่าหนูงี่เง่า จะแต่งงานกันอยู่แล้วแต่ยังทำตัวเป็นเด็ก”


“แล้วหนูเป็นแบบนั้นรึเปล่า”


“ก็ใช่นะ หนูพยายามปรับแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่เห็นเลยยกเลิกงานแต่งไป”


“หนุ่มสาวสมัยนี้ก็แปลกเนอะ”


“หนูก็ว่างั้น”






“หรือจริงๆหนูอาจไม่เหมาะกับใครเลยก็ได้”






ยายหันมามองเธอก่อนจะลูบหัวเบาๆ


“เขาไม่ใช่คนสุดท้ายในชีวิตของหนูหรอก”


“แล้วตาใช่คนสุดท้ายในชีวิตยายไหม”


แววตาของยายเปลี่ยนไปอีกแล้ว


“...”


“หนูไม่เคยรู้เรื่องของตาเลย รู้แค่ว่าตาเป็นทหาร”


“รู้แค่นี้เขาก็ภูมิใจแล้วล่ะ”


“ตาเก่งมากเลยหรอยาย”


“เก่งมากๆ ตาของหลานทั้งเก่ง ทั้งเป็นคนดี ขยันด้วยนะ”


สีหน้าของยายดูมีความสุขมากขึ้น ตรงข้ามกับบรรยากาศในตอนนี้


ฝนยังไม่หยุดตก


ลมยังคงพัดแรง


“หนูว่าตาคงหล่อด้วยแน่ๆ แม่ถึงส๊วยสวย”


“อืม อันนี้ยายจำไม่ค่อยได้555”


ยายของเธอไม่ได้ขำไปงั้นๆ แต่เหมือนว่าเธอจะจำไม่ได้จริงๆ


“ตาหายไปไหนหรอยาย”


“ตาไม่ได้หายไปไหนนะลูก เขาแค่ไปทำงาน”


“จนตอนนี้ตาก็ยังเป็นทหารหรอ”


“ใช่ๆ นี่ยายก็รอแกกลับมาอยู่”







เธอยิ้มกลับไปให้หญิงชราด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก


ไม่ใช่ว่าไม่รู้แต่ผลตรวจครั้งล่าสุดพึ่งออกมาว่ายายของเธอกำลังเข้าสู่ภาวะอัลไซเมอร์


ถึงแกจะดูปกติ จำทุกคนได้


แต่เหมือนว่าคนเดียวที่แกทิ้งไว้ในความทรงจำวัยสาวคือสามีของแก







“ยายรอตานานรึยัง”


“ยายจำไม่ได้เลย”


หญิงสาวกลืนน้ำลายก่อนจะพูดในสิ่งที่เธอคิดว่ายายอาจจะพอนึกอะไรได้บ้าง


“ยาย”


“ว่าไงลูก” หญิงชรายิ้มให้เธอด้วยความเอ็นดู


“พรุ่งนี้วันครบรอบของตาแล้วนะ”


“วันอะไรลูก ตาไม่ได้เกิดพรุ่งนี้นะ ตาเกิดเดือนสิงหานู้น”


“หนูไม่ได้หมายถึงวันเกิดหรอก”


“อ่าวหรอ งั้นวันอะไรล่ะ นี่ยายลืมได้ยังไง”


“เอาเป็นว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปทำบุญให้ตากันนะยาย ตาจะได้มีแรงตอนอยู่ในกรมเนอะ”


เธอเลือกที่จะพูดไปแบบนั้นเพราะรู้ว่ายายคงรับไม่ได้ เผลอๆอาจจะไม่เลือกจำในสิ่งที่เธอจะบอกด้วยซ้ำ


“ได้สิลูก แต่ถ้าฝนตกยายไม่ไปนะ ตาไม่ชอบให้ยายตากฝน”


“โอเคค่ะตามนั้นเลย”


สองยายหลานยิ้มให้กันก่อนจะมองไปที่ถนนหน้าบ้าน รถยังสัญจรตามปกติ ฟ้าเริ่มมืดลงแต่ฝนไม่หยุดเลยแม้แต่วินาทีเดียว


ดูท่าพรุ่งนี้เธอคงต้องไปทำบุญคนเดียวแล้วล่ะ


.

.

.

.

.


เดาไม่ผิดแต่ซื้อหวยไม่เคยถูก


วันนี้ฝนตกน้อยกว่าเมื่อวานนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เหงาน้อยลงเลย


ข้อความในโทรศัพท์ถูกส่งมาจากคนคนเดิมในเวลาเที่ยงคืนถูกเปิดอ่านอย่างใจเย็น







‘ไม่มีแกแล้วเราโคตรเหงาเลยว่ะ’







‘เราเข้าใจแล้วว่าไม่ใช่ใครก็ได้’







‘มันต้องเป็นแกแค่คนเดียว’








หญิงสาวเอาลิ้นดุนแก้ม ใช้ความคิดกับข้อความนั้นอยู่สักพัก


ประโยคของยายเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้งที่ว่าเขาไม่ใช่คนสุดท้ายในชีวิตเรา


ไม่แน่ใจอะไรเลย


5ปีที่ผ่านมามันชัดพอรึยังนะ







“หนูเอานี่ไปด้วยลูก”ยายยื่นกรวยใบตองที่มีดอกไม้มาให้ก่อนจะยื่นร่มให้เธอ


“อย่าให้หัวเปียกนะลูก เดี๋ยวป่วย”


“ได้เลยยาย เดี๋ยวหนูกลับมานะ”


“เดี๋ยวยายอุ่นกับข้าวรอ”


“โอเคค่ะ”









การทำบุญผ่านไปด้วยดี ฝนยังตกอยู่บ้าง แต่ไม่ได้แรงจนเดินกางร่มไม่ได้


วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษซึ่งหล่อนก็รู้ดีว่าเพราะอะไร


มันเป็นวันที่ญาติของผู้เสียชีวิตจะมาทำบุญให้กับทหารที่ตายในศึก


เป็นวันเดียวกับที่ตาของเธอเสีย


ซึ่งตอนนั้นแม่พึ่งจะสิบขวบ ส่วนเธอก็เป็นวุ้นอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่งในโลกนี้









หลุมศพของคนข้างๆ เต็มไปด้วยดอกไม้และพวงมาลัย


เสียงสะอื้นที่อยู่ทางด้านหน้าก็เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่าคนตายยังคงมีอิทธิพลกับคนเป็น


และรูปผู้ชายในชุดทหารตรงหน้าของเธอก็ด้วย


ช่างมีอิทธิพลกับยายจริงๆ








มือบางลูบรูปนั่นอย่างแผ่วเบาในท่านั่งยอง


กรวยดอกไม้ถูกนำออกจากมาตะกร้าที่เธอถือมาด้วย ดอกไม้สดข้างบ้านที่ยายปลูกไว้ 


ยายบอกว่ามันเป็นดอกไม้ที่ตาชอบ


ตอนนี้ดอกไม้นั่นกลับคืนหาเจ้าของของมันแล้ว







“ตาว่ายายจะลืมตาจริงๆไหม”





“ไม่สิหนูต้องพูดว่ายายไม่เคยลืมตาเลยนะ”





“แกยังออกมานั่งรอทุกวัน”





“แกยังคาดหวังว่าจะเห็นตากลับมาในชุดทหาร”





“หวังว่าตาจะแข็งแรงและคิดถึงแกกับแม่บ้าง”






“ทีแรกหนูคิดว่ายายอาจลืมตาไปแล้วเพราะตอนนี้ยายเริ่มจะจำใครไม่ค่อยได้แล้ว”






“แต่ยายยังจำได้อยู่นะ แกจำได้ว่าตาเป็นทหาร และแกจำได้ว่าตาให้รอ”






“ฤดูฝนปีถัดไปตาจะกลับมา”






หญิงสาวปล่อยให้น้ำตาไหลลงตามแรงโน้มถ่วง


เธอแค่รู้สึกว่าคนคนหนึ่งจะรอคอยอีกคนได้นานแค่ไหนกัน


แล้วการรอคอยแบบที่ว่าใช้ความทรงจำเก่าๆหล่อเลี้ยงจะรอได้นานสักเท่าไหร่






“ยายเหงามากเลยนะตา”





“แกเหงาจริงๆ”





“ถ้าตาว่างก็ช่วยมาหายายในความฝันหน่อยนะคะ”





“จะเป็นฤดูไหนก็ได้ ยังไงยายก็รอตาเสมอแหละ”





เธอเช็ดน้ำตาก่อนจะยิ้มให้


หญิงสาวไหว้หลุมศพแล้วเตรียมตัวกลับบ้าน


แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมกลับดังขึ้น ชื่อที่โชว์เป็นคนเดียวกันกับที่ส่งข้อความพวกนั้นมา


เธอชั่งใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะรับสายนั่น






‘ฮัลโหล’


“อื้อ ว่าไง”


‘เหงาไหม’


หญิงสาวเดินถือร่มไปตามทางพร้อมกับคุยโทรศัพท์ไปด้วย


นี่ต้องประชดชีวิตถึงขั้นไม่ยอมนั่งรถโดยสารกับบ้านเลยนะ


“ถามทำไม”


‘อยากรู้ว่าแกรู้สึกเหมือนเราไหม’


“รู้สึกอะไร”


‘รู้สึกว่าเหงา เหมือนขาดอะไรไป’


“เป็นเพราะฝนรึเปล่า” เธอเดินเตะหินข้างทาง มองฟ้ามองอากาศแล้วพูดไปตามความรู้สึก


‘…’


“ฝนมันทำให้คนเหงาได้ง่ายนะ”


‘เปล่าหรอก’


“…”


‘เราคิดถึงแก”







หยุดนิ่งราวกับโดนสาป


เหมือนความรู้สึกโดนตอบรับในตลอดหลายวันที่ผ่านมา


แต่เรื่องราวในวันนั้นก็ยังวนเวียนมาหลอกหลอน


วันที่ต้องยกเลิกสั่งตัดชุดเจ้าสาวเพราะเพียงแค่คำว่า เราเข้ากันไม่ได้


คบกันมาตั้งกี่ปีมาบอกอะไรวันที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอยู่แล้ว


ยอมรับว่าเธอโกรธ


แต่ที่มากกว่านั้นคงเป็นความเสียใจที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้


เทียบกันไม่ได้เลย






“หรอ”


‘เธอคิดถึงเราไหม’


“คิดถึงสิ คิดถึงมาก คิดถึงมาตลอด”


‘…’


“แต่ที่ผ่านมาเหมือนมันไม่เคยถึงเลย…”


‘…’


“ไม่รู้เนอะว่าแกมาพูดอะไรเอาป่านนี้”


‘…ขอโทษ’


หญิงสาวกัดฟันแล้วปล่อยให้ความรู้สึกแล่นไปทั่วหัวใจเช่นเดียวกับน้ำฝนที่ไหลไปตามร่างกายของเธอ


ไม่มีแรงพูดอะไรต่อ แรงกางร่มยังไม่มี ถึงได้ยืนเปียกอยู่แบบนี้


“…ครั้งที่แล้วแกพูด แต่ครั้งนี้เราจะพูดเอง”


‘…’


“ขอโทษเหมือนกันนะแต่อย่าติดต่อมาอีกเลย”


‘…’


“อย่าแม้แต่จะรู้สึกเหงาหรือคิดถึงเราขึ้นมาในวันที่ฝนตกแบบนี้…”


‘…’


“เพราะแกก็รู้ว่าเราจะไม่กลับไป”







ไม่รู้ว่าเสียงร้องไห้ของใครดังกว่ากัน


แต่เธอตัดสินใจดีแล้วกับการเลือกในครั้งนี้


เขาจะไม่ใช่คนสุดท้ายในชีวิต


แต่จะเป็นคนสุดท้ายในความสัมพันธ์แบบนี้


คนสุดท้ายที่เธอจะยอมให้มันจบลงแบบนี้


แบบที่ว่าเรากลับไปจัดการความรู้สึกของตัวเอง


ให้ความผิดพลาดทั้งหมดสอนเราทั้งคู่


ในวันหนึ่งหากเราดีขึ้น


คงกลับมาคุยกันได้ในสักวัน







มือเรียวกดวางสายก่อนจะวิ่งเข้าบ้านด้วยขอบตาที่แดงก่ำ


แต่นั่นคงไม่พ้นสายตาของหญิงผู้เป็นยาย





“ทำไมหนูเปียกแบบนี้ล่ะลูก”


หญิงชราหยิบตะกร้าและร่มออกจากมือของเธอก่อนจะลูบหน้าลูบตาหลานรักอย่างทะนุถนอม


หญิงสาวปล่อยโฮก่อนจะเข้ากอดยายของเธอ





ยายทำได้ยังไงกับการใช้ชีวิตอยู่ด้วยความทรงจำเดิมๆ


คนสุดท้ายที่ตายไปแล้ว


คนสุดท้ายที่คิดถึงและไม่มีวันกลับมา






“ยาย…หนูคิดถึงเขา”






มือสากลูบผมของคนตรงหน้าเบาๆ


มันอบอุ่นจนเธออยากจะร้องไห้อีกสักสิบรอบ







“เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปนะลูก”


“…”


“ความรู้สึกแบบนี้จะจางลงไปเอง”


“…”


“ไม่เป็นไรนะ”


“ยาย…”


หญิงสาวผละออกจากอ้อมกอดแล้วจับมือของยาย มันทั้งอุ่นและสัมผัสได้ถึงความหยาบ แต่ก็เป็นมือคู่ที่ไม่เคยทิ้งเธอไปไหนเช่นเดียวกัน


ทั้งคู่สบตากันก่อนผู้เป็นยายจะพูดอะไรบางอย่าง







“ตาสบายดีใช่ไหมลูก แกไม่เหงาใช่ไหมฝนตกแบบนี้”







และนั่นทำให้หญิงสาวร้องไห้หนักกว่าเดิม


เพราะที่จริงแล้วยายของเธอจำได้มาตลอดว่าตาเป็นใครอยู่ที่ไหน


แค่เพียงบางเศษเสี้ยวของความทรงจำและความรู้สึกแกยังคงหวังว่าตาจะยังคงอยู่


อยู่ที่ไหนสักที่ในโลกใบนี้


และไม่ได้กำลังเหงาอยู่คนเดียวในวันฝนตก


วันที่ฤดูแห่งความเหงาเข้าครอบงำจิตใจจนต้องระบายออกมาเป็นน้ำตา






“ตาสบายดี แล้วก็คิดถึงยายเสมอเลย”













ฤดูที่ฉันเหงา - ฟลัวร์




























SHARE
Written in this book
music book:)
Writer
loyalist
writer
be nice

Comments