เรื่องเล่าค่ายอาสา: แครอทผัดเกลือที่อร่อยที่สุดในชีวิต
ตอนสมัยมัธยม โรงเรียนเราชอบจัดค่ายอาสากับนักเรียนประเทศสิงคโปร์ทุกๆ ปี เราไปมาสามครั้ง เยอะนะ จนครั้งสุดท้ายอาจารย์บอกว่า เธออีกละนะ! เธอจะเป็นคนสุดท้ายที่เรียก ถ้าไม่มีใครอยากไปจริงๆ 

จนในที่สุด ก็ไม่มีใครไป เพราะมันตรงกับสงกรานต์ จนอาจารย์มาเรียกให้เราไปร่วมในที่สุด (เย่ะ)

ค่ายอาสาทั้งหมดสามครั้งนี้ เราไปตอน 

ม. 2 
(10วัน สร้างฝายบนดอยอินทนนท์ กับเผ่าม้ง)

ม. 3
(12วัน สร้างห้องน้ำ ต่อท่อประปา ดอยอินทนนท์กับเผ่ากะเหรี่ยง)

ม. 6
(14วัน สร้างห้องน้ำ ต่อท่อประปา สอนเด็กแม้ว ดอยอินทนนท์ เผ่า... ลืม)

เราจะขอเขียนถึงค่ายที่สาม ค่ายที่เราไปล่าสุดตอน ม. 6 ละกันนะเพราะทีมงานที่พาเราไปค่ายอาสา เป็นทีมงานเดิม พี่คนเดิมๆ
เพราะฉะนั้นรูปเเบบค่ายทั้งสามรอบจะเหมือนกันหมดเลย

พอนักเรียนสิงคโปร์มา ก็ไปรับที่สนามบิน พร้อมพาไปกินขันโตก
วันถัดมาพาไปทัวร์โรงเรียน มีกิจกรรมร่วมกัน ตอนเย็นพาไปนอนที่บ้าน
วัดถัดไปมี orientation เเจกสมุดตารางงาน

เด็ดสุดตรงนี้ ระทึกสุดตรงนี้

การจัดกลุ่มคือนักเรียนสิงค์โปร์เค้ามีกลุ่มกันตั้งเเต่ก่อนมาเเล้ว
เรานี่จะได้เข้ากลุ่มใน ระบบสุ่ม? ไม่รู้สิ หรืออาจารย์จับให้ก็ไม่รู้

การได้อยู่กลุ่มไหนกับใคร นี่มันชี้ชะตาชัดๆ เลยนะ
การที่เราจะต้องทำงานหนักๆ ร่วมกับใครเกือบสองอาทิตย์อะ

จำได้ มี ผช สิงค์โปร์คนนึง สปอร์ตๆ หล่อๆ หน่อย นี่เล็งไว้ละ
เเม่งพลาด 5555 

ในกลุ่มนึง มีนักเรียนคนไทย 2 คน 
สิงคโปร์ 4 คน
ผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 4 คน เเบบนี้เเทบทุกกลุ่ม

วันออกเดินทาง

แต่ละรอบคือนั่งรถกระบะขึ้นไปบนดอย จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เวลาประมาณ สามถึงสี่ชั่วโมง นานเหมือนกันนะ คือตอนเเรกอะ ฟินมากๆ ลมเย็นๆ
นั่งไปนั่งมา คือมันนานมากๆ อะ 
ร้อนเเบบเเเดดเผา
ขึ้นไปบนดอยอินทนนท์ ตอนเเรกๆ ก็อยู่ทางหลัก อยู่ดีๆ เลี้ยวเข้าทางที่ไม่มีถนน
เฉยเลยอะ เเล้วก็ฝ่าเขา ขึ้นเขา คือถ้าไม่มีคนในหมู่บ้านมาด้วยนี่ไม่มีทางรู้ว่า
หมู่บ้านอยู่ตรงนี้เเน่ๆ เลยอะ

พอไปถึงหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็ออกมาต้อนรับ
ที่ๆ เราพัก คือโรงเรียนเล็กๆ โรงเรียนเดียวใจกลางหมู่บ้่าน
นอนในศาลาเล็กๆ ด้านบนโปร่ง 
ก็มีเเค่หลังคา กับผนังบางส่วน 
ปูถุงนอนนอนเอา

ห้องน้ำหรอ หึ ไม่มีมะ
ต้องเอาลังปีโป้ มากั้นกับไผ่ เป็นห้องน้ำ 
ที่มีเเค่คอห่านอะ
น้ำประปาก็ไม่มี ใช้น้ำฝน น้ำลำธารเเทน 
มีวันนึงฝนตก น้ำขุ่นมากเลย จนเราคิดว่า ไม่อาบยังจะสะอาดกว่า

มิชชั่นทั้งหมดในสองอาทิตย์นี้คือ


สร้างเเทงค์เก็บน้ำ
สร้างห้องน้ำ
สอนหนังสือเด็กชาวเขา
โฮมสเตย์ ช่วยชาวเขาทำไร่
ต่อท่อน้ำมาจากเเม่น้ำเพื่อมาเก็บในเเทงค์


โอเค งานเยอะ 
เเต่มีสี่กลุ่ม ก็จะวนๆ ไปเป็นตารางว่า วันนี้กลุ่มไหนมีหน้าที่อะไร
เค้ากำหนดมาให้หมดเเล้ว ที่เหลือก็เเค่ลงมือทำ

ในทุกๆ วันจะมีกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ต้องออกไซต์ไปทำงาน เเสตนบายที่เเคมป์ ทำอาหารเช้า อาหารเที่ยง อาหารเย็น รอเพื่อนๆ ทุกคนกลับมา
เหมือนจะสบายนะ เเต่เเบบ นั่งหั่นผักทั้งวันเลยอะ 
กับข้าวรองรับคน 20 กว่าคน สามมื้ออะเนอะ 
เเต่เราชอบนะ วันนั้นนั่งหั่นผักไป คุยกับเพื่อนทั้งวันเลย

ส่วนงานอะหรอ

สร้างเเทงค์เก็บน้ำ ต่อท่อ สร้างห้องน้ำโอเค มันเริ่มตรงที่ เราขนปูนซีเมนต์มาจากตัวเมืองเชียงใหม่
เเต่ประเด็นคือ 

ไม่มีทราย

บนเขา บนดอย ไม่มีทราย
เอ้า ละทำไงอะ

วันเเรกๆ ประมาณสามวัน ต้องลงไปที่ท้ายน้ำ ที่ริมเเม่น้ำ
ใช้กระบะหอบทรายขึ้นมา เอามากรอง 
เอาดินออก ตากแห้ง
ทำอย่างงี้สามวัน ไม่งั้นไม่พอที่จะสร้างเเทงค์ สร้างห้องน้ำ

เเบบ เหนื่อยโคตร หนาวโคตร 
นิ้วก็ชา ล้างทรายจนลายนิ้วมือหายหมดเเล้วอะ

พอก่อรูปได้ ก็เพนท์เป็นรูปต่างๆ 
ห้องน้ำกับเเทงค์ที่โรงเรียนอะเนอะ ขอน่ารักๆ ให้เด็กหน่อย
พวกเราเพนท์เป็นรูปอควาเรี่ยม 
เพราะคิดว่าน้องๆ คงอาจจะไม่มีโอกาสได้ไปทะเล หรือเห็นสัตว์ทะเล

สอนหนังสือเด็กชาวเขาอันนี้เเค่วันเดียวเอง เราสอนวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ  ก็ยังดีที่น้องๆ ยังพูดภาษาไทยได้เยอะกว่าผู้ใหญ่ในหมู่บ้านนะ

อันนี้ก็สบาย เล่นกับเด็กทั้งวันเลย
เว้นเเต่ว่า เด็กชาวเขาจะมีความขี้มูกย้อยนิดนึง 5555

โฮมสเตย์ ช่วยชาวเขาทำไร่

อันนี้เเหล่ะ ที่มาของหัวเรื่อง
เรามีโอกาสได้ไปนอนหนึ่งคืน

ที่บ้านเจ้าของฟาร์มสตอเบอรี่ กับเเครอท
พอไปถึงก็ค่ำๆ เเล้ว เค้าก็ให้ทำตัวตามสบาย 
เดินเล่น
ในบ้านมีไก่อยู่หนึ่งตัว ก็เล่นกับน้อง น่ารักดี
พอเรากลับมาจากเเม่น้ำ กลับมาที่บ้านปุ้บ
เค้าก็เอาอาหารมาเสิร์ฟ กินข้าวเย็น คือเเบบ ภาชนะใส่ข้าว
ใส่ซุป คือกาละมังอะ .... 

เเม่จ๋า กินไม่ลง เเต่เเบบ ก็ต้องกิน
ซุปเป็นซุปมันฝรั่ง ใส่ไก่ รสชาติหรอ จืดมาก มาก มากกกกก มีเเค่รสไก่ กับเกลือ
กินไปก็อร่อยดีนะ

 เเต่ประเด็นคือ สังเกตุว่าน้องไก่หายไป
อย่าบอกนะว่า ....... 
นั่นเเหล่ะ เค้าบอกว่า เวลาเเขกบ้านเเขกเมืองมา เค้าจะเชือดไก่ ปกติเค้าจะไม่ทำ เพราะเนื้อสัตว์หายาก

โอ้โห ..... เป็นความรู้สึกที่ลืมไม่ลงเลยอะ
ขอโทษนะน้องไก่ เมื่อกี้ไม่น่าไปเล่นด้วยเลยอะ 
รู้สึกผิดโคตรๆ

ตื่นเช้ามา ก็ไปเก็บสตอเบอรี่ เเทบไม่เหลือละ 
เเต่เค้าก็ให้เก็บเอาสนุก ไม่ได้จริงจังอะไร

ของจริงคือตอนสายๆ บ่ายๆ ที่สวนเเครอท
คุณเคยเห็นภูเขาหนึ่งลูกที่มีเเต่เเครอทปะ
คือเเครอทสุดลูกหูลูกตาอะ
เค้าก็ให้เราดึงเเครอทขึ้นมา เเล้วมาวางเป็นเเถวๆ
เอามีดตัดต้นทิ้ง เเล้วกองไว้ตรงกลางเเปลง
สิบนาทีเเรกคือเเบบ สนุกมากกกกก เปิดโลกมาก
เเครอทหัวใหญ่มาก ส้มมาก ฟินมาก
เเต่พอผ่านไปสามชั่วโมง คือจะตายอะ เหนื่อยโคตรๆ ไม่อยากทำเเล้ว ไม่เอาเเล้ว 
เเต่คือต้องอยู่ทำจนบ่ายสาม จนหมดเวลา ให้คนมารับกลับเเคมป์ คือมันนานมากกกกก เพื่อนสิงคโปร์ก็หมดไฟตามกัน

พอเค้าเรียนกินข้าวเที่ยง
เมนูคือ

ข้าว กับ เเครอทผัดเกลือ

มันคือเเครอทอันมะกี้
ผัดกับน้ำมันหมู กับเกลือ เเค่นี้

นี่คิดในใจ
อะไรวะ ใจคอนี่คือจะเรียกว่าอาหารใช่มั้ย

เเครอทเป็นเส้นๆ ฝอยๆ เฉยๆ อะ
เเต่พอกินเข้าไป ตอนนี้ยังจำความรู้สึกนั้นได้อยู่เลยอะ

เเบบ ไม่รู้ทำไม
อร่อยโคตรรรรรร อร่อยโคตรๆๆๆสงสัยเเครอทมันสดมากๆ มั้ง หรือเราเหนื่อย
คือกินจนหมด ขอเติมด้วย

สำหรับเรา มันผ่านมาจะสิบปีเเล้ว เรายังจำรสชาตินั้นได้อยู่เลยอะ
ไม่เคยคิดว่า อาหารง่ายๆ เเบบนั้นมันจะอร่อย

ไม่สิ ถ้าเรากินในตัวเมือง มันคงไม่อร่อยหรอก
มันทำให้เราคิดว่า การที่อาหารจะอร่อยอะ มันไม่ได้อยู่ที่ตัวอาหาร 

เเต่อยู่ที่กินกับใคร มีเรื่องราวยังไง มากกว่า 

เรื่องดีๆ ในเเคมป์อาสา :)
คือเราไปเเคมป์ตอนก่อนสงกรานต์  อากาศด้านล่างคือร้อนมากๆ
เเต่บนดอยคือประมาณ 10-18 องศาเอง
ตอนกลางคืนเเบบ หนาวจนต้องร้องขอชีวิตอะ เวลาอาบน้ำ 
เวรอาบน้ำก็จะประมาณบ่ายสี่โมง เร็วมากๆ เเต่เพราะว่า พอตกเย็น มันจะมืดเร็วมาก เเล้วหนาวมาก เเถมที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ จะใช้ต้องปั่นไฟ

พอหกโมง มืดๆ ทุกคนก็จะรวมตัวกัน ก่อไฟที่หน้าโรงเรียน ปิ้งมัน ปิ้งข้าวโพด ปิ้งข้าวหลามกินกัน
นั่งคุยกันทุกคืน ดูดาวตก ดาวมันสวยมากๆ เลยนะ ในที่ที่ไม่มีเเสงไฟจากมนุษย์
เราได้เห็นทางช้างเผือกด้วยตาตัวเองก็ตอนนั้นเเหล่ะ ทุกคนนั่งร้องเพลง เล่นกีตาร์
พอสามทุ่ม ก็ไปนอนกัน หนาวๆ ก็นอนเบียดกัน 

เป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขที่สุดเลย

ไม่ต้องมีไฟฟ้า
ไม่ต้องมีมือถือ
ไม่ต้องเล่นเฟซ
ไม่ต้องติดต่อกับใคร

ก็เเค่มีเพื่่อน เอนจอยธรรมชาติ ดูดาว นอนหนาวๆ
เเค่นี้อะ มีความสุขที่สุด เป็นความสุขที่ simple ที่สุดในชีวิตเรา
คิดถึงช่วงเวลานั้นจัง

ลงมาด้านล่าง วุ่นวาย 
เอาจริงๆ อะ ไปอยู่บนดอยให้มันรู้เเล้วรู้รอดเลยก็ดีนะ 55

ส่งท้าย เรื่องที่ลำบากที่สุดคือหนึ่ง ความสะดวกสะบายคือเชี่ยมากอะ
น้ำสกปรก ห้องน้ำวาบหวิวมาก
อาหารคือ ช่วงวันหลังๆ มีเเต่ผัก

เเต่ที่จำได้มากที่สุดคือ 
ตอนลงมาจากดอย วันนั้นฝนตกหนักมาก
เเละเพราะว่าเรานั่งกระบะกลับไง
เลยต้องตากฝนลงมา เป็นเวลาสี่ชั่วโมง

เคยนั่งตากฝนสี่ชั่วโมงปะ

ตอนเเรกๆ ชิวๆ ขำๆ นะ
พอผ่านไปนานๆ กับอุณหภูมิบนดอยที่เย็นมาก 
ฝนตกไม่หยุดเลย มันเเบบ ทรมาณที่สุดในโลกเลยอะ
คำว่าหนาวตาย คือเเบบนี้ใช่มั้ย

ทุกคนคือนั่งกอดกันเป็นวงกลม ไม่พูดอะไร 
เหมือนตั้งสมาธิ

จนในที่สุด ลงมาจากบนดอยได้ น้ำตาจะไหล
ฝนก็หยุดเเล้ว เเต่ประเด็นคือ
ลงมาปุ้บ วันสงกรานต์พอดี
กว่าจะถึงบ้าน ถึงโรงเรียน นั่งหลังรถกระบะให้คนสาดน้ำ
สรุปคือไม่เเห้งอะ จนถึงบ้าน 555


พูดละคิดถึงจัง จบตรงนี้เเหล่ะ
ความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิต :)

เพื่อนสิงคโปร์ทีไปค่ายด้วยกัน จนถึงตอนนี้ก็ยังคบกันอยู่
ปีที่เเล้วเรายังไปหาพวกเพื่อนๆ ที่สิงคโปร์เลย

คบกันไปนานๆ นะ 

ปล. อยากไปค่ายอาสาอีกจัง :)



SHARE
Writer
Hiphop_hippo
On the way_Plant Researcher
My life in Japan and my stories 😃 Phd student Passionate plant scientist

Comments

Traveler_101
1 year ago
สงสารน้องไก่ 5555... ตอนอยู่บนดอย ช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ หิ่งห้อยจะออกมาเต็มเลยนะ ตอนนั้นได้เห็นไหมมมมม...
Reply
Hiphop_hippo
1 year ago
ตอนเราไปไม่มีหิ่งห้อยเลยอะ อยากเห็นบ้างจัง คุณก็ชอบไปค่ายอาสาใช่มั้ยคะ ไว้มาเขียนเล่มให้ฟังด้วยน้าาา