ฉันมัวเเต่เล่าเรื่องยืดยาวให้คุณๆ ฟัง, กาเเฟดำในถ้วยเย็นชืดหมดเเล้ว
มื้อเช้า
ในวันจันทร์
ที่บ้าน

มื้อเช้าวันนี้คือกล้วยน้ำว้าอบ กาเเฟดำ เเละนมถั่วเหลือง
กล้วยน้ำว้าสุกห่ามๆ ฝานเป็นเสี้ยวๆ หนึ่งลูกจะหั่นออกมาได้สี่ชิ้น
เอาเข้าเตา  ใช้ไฟอ่อนสลับเเรง เเละพลิกกลับไปกลับมา
กาเเฟดำ ตักกาเเฟใส่เเก้วหนึ่งช้อนชา รินน้ำเดือดลงไป
กาเเฟดำร้อนของฉัน ไม่ใส่น้ำตาล
เเละนมถั่วเหลืองรสธรรมชาติไม่เติมน้ำตาลทราย

เช้าของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 
มื้อเช้าของฉันคือกล้วยตาก กล้วยตากพลังเเสงอาทิตย์สองผล โดยปราศจากกาเเฟดำ 
กล้วยตากเเละน้ำเปล่าคือมื้อเช้าก่อนที่เวลาปล่อยตัวจะมาถึง

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาคือการรับหน้าที่เป็นเพซเซอร์อาสา ณ เมืองตรัง
จริงๆ เราเดินทางไปถึงตรังตั้งเเต่วันเสาร์เเล้ว 
งานตรังมาราธอนคืองานวิ่งต่างจังหวัดครั้งเเรก
เราเริ่มออกเดินทางกันตอนบ่ายสอง โดยใช้เส้นทางพัทลุง-ตรัง
ผ่านเขาพับผ้า ผ่านชุมชน ผ่านหมู่บ้าน ใช้เวลาไม่นานเราก็เดินทางไปถึงเมืองตรัง

วันเสาร์คือวันที่นักวิ่งจะต้องไปรับเบอร์วิ่งเเละเสื้อวิ่ง
ซึ่งเราจะต้องไปรับเสื้อวิ่งเเละเบอร์วิ่งเหมือนกับนักวิ่งคนอื่นๆ 
จุดรับเสื้อเเละเบอร์วิ่งคือที่โรงเเรมเรือรัษฎา

จุดกลับตัว ซุ้มเเตงโม 
จุดกลับตัว ซุ้มเเตงโม 
ยินดีต้อนรับนักวิ่งทุกคน

มีซุ้มเเตงโมให้เห็นอยู่เกือบทุกๆ สองกิโลเมตร 
ผลเเตงโมนอนเเอ้งเเม้งอยู่หลายสิบลูก
เเละข้อความบนป้ายไวนิลสีส้มลูกพีชขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนสะพานลอย
ข้อความที่เราเห็นเมื่อรถเคลื่อนที่เข้าสู่จุดหมาย
ฉันอมยิ้มพร้อมกับหัวใจที่อิ่มเอิบ

เราจอดรถ ณ ลานจอดรถของโรงเเรม เจ้าหน้านับร้อยชีวิตเดินกันขวักไขว่
บางส่วนกำลังช่วยกันทำซุ้มปล่อยตัว 
บางส่วนช่วยกันกางเต็นท์ เตรียมถ้วยรางวัล 
เเละอีกนานาหน้าที่ 

ตามกำหนดการเเล้วผู้ที่เป็นเพเซอร์จิตอาสาจะมีนัดประชุมทีมกันตอนสี่โมงเย็น
เเต่เนื่องจากเรามาถึงกันก่อนเวลาเลยไปเดินดูบรรยากาศในงานกัน
ร้านขายอุปกรณ์วิ่ง ตั้งเเต่ถุงเท้า ยันหมวก มีครบในที่เดียว
ใกล้จะสี่โมงเเล้ว ก็ไปรอทีมเพเซอร์อีกส่วนที่เดินทางมาจากกทม. 
งานนี้เป็นงานวิ่งที่มีตั้งเเต่ 4 กิโลเมตรยัน 42.195 กิโลเมตร
จำนวนเพเซอร์จึงมีทั้งหมดเกือบร้อยชีวิต

บ่อยครั้งได้ยินหลายคน พูด หรือโพสท์ ให้ได้เห็นหรือให้ได้ยิน 
ว่าวิ่งเเล้วมีลูกโป่งติดอยู่เท่ห์จัง
อยากติดลูกโป่งบ้าง ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ฉันเคยคิดเช่นนัั้น 
ลูกโป่งมีความสดใส น่ารัก ฉันเห็นด้วย ตอนเด็กฉันชอบลูกโป่งมาก
เเม้เเต่ตอนนี้ที่อายุ 25 ฉันก็ยังคงชอบลูกโป่ง

เเต่ก่อนหน้าที่เพเซอร์หนึ่งคนจะติดลูกโป่งได้ 
เขาล้วนผ่านการฝึกซ้อมร่างกาย
ฝึกซ้อมตามความเร็วเฉลี่ย/กม. 
เเละระยะทางที่เขาต้องรับผิดชอบ
ก่อนงานวิ่งจะมาถึง 
พวกเขาต้องผ่านการซ้อมวิ่ง ด้วยความเร็วสม่ำเสมอ 
ซ้ำเเล้วซ้ำเล่า
นอกจากร่างกายเเล้ว เรื่องของจิตใจ ก็เช่นกัน 
การให้ทั้งกำลังใจ เเละคำพูดที่ทำให้นักวิ่งคนอื่นๆ ก้าวต่อไปได้ 
คืออีกหนึ่งหน้าที่สำคัญเเละเป็นคุณสมบัติที่เพเซอร์คนหนึ่งๆ ควรเเละต้องมี

หัวหน้าทีมเพเซอร์ชี้เเจงหน้าที่ เเละอุปสรรคต่างๆ ที่เหล่าเพเซอร์ควรจะต้องรับรู้
ทั้งเรื่องของสภาพอากาศ ฟ้าฝน ถนนหนทาง จุดให้น้ำ จุดปฐมพยาบาล หรือห้องน้ำ
เเละการปฏิบัติตัวต่อนักวิ่งในขณะอยู่ในสนามเเข่งขัน

เสื้อที่เราจะต้องใส่ในวันรุ่งขึ้นคือเสื้อทีม เป็นสีน้ำเงินเข้ม มีรูปลูกโป่งอยู่ด้านหลัง
เรารับเสื้อตามขนาดของไซส์เสื้อที่ได้เเจ้งกับพี่ทีมงานไว้ล่วงหน้าเเล้ว

ผู้คนยังคงเดินทางเข้ามารับเบอร์วิ่งกันอย่างไม่ขาดสาย
มีรถเข้า-ออกตลอดตั้งเเต่ช่วงเช้ายันค่ำ
เราออกจากโรงเเรมเเล้วก็กลับเข้าที่พัก

"เราไปหาอะไรกินกันก่อน เเล้วค่อยกลับเข้าที่พักดีมั้ย"
พี่ฟ้า ผู้เป็นพลขับพูด

"ได้หมดค่ะพี่" ฉันตอบ

นี่เป็นการมาเยือนตรัง ครั้งเเรกของฉัน ในเมืองตรังมีคนไทยเชื่อสายจีนอยู่เยอะ 
มีมุสลิมบ้างประปราย อาหารเย็น เรียกว่าอาหารค่ำน่าจะเหมาะกว่า 
อาหารค่ำวันนี้ของพวกเราคือข้าวต้มกุ๊ย ข้าวกล้องต้ม ข้าวสวยต้ม มีให้เลือกทานได้
ส่วนกับก็จะมี ไข่เค็ม ยำไข่เค็ม ปลาหวาน ยำไข่เยี่ยวม้า ปลาเค็ม คะน้าปลาเค็ม 
ผัดผักบุ้งไฟเเดง เอาล่ะฉันขอยกมาเท่านี้ก่อน 
ที่นี่เขาจะให้ลูกค้าเลือกหยิบใส่ถาด เเล้วนำไปชำระเงินได้เลย 

มื้อคำ่ก่อนเวลาที่เราจะต้องวิ่งในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ทำให้เราอิ่มหนำสำราญ อิ่มพอประมาณ ไม่เเน่นท้องจนเกินไป
ค่ำนี้ยังคงมีฝนตกอยู่ประปราย เป็นหยาดฝนเม็ดเล็กๆ เล็กมาก ขนาดเท่าปลายเข็มเห็นจะได้
เเต่ก็ยังไม่มีวี่เเววว่าจะหยุดตก
เราเเวะซื้อของใช้ที่จำเป็นกันที่ร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ก่อนที่จะกลับเข้าที่พัก
น้ำเปล่า ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร กล้วยตาก ขนมปัง (พลังงานสำหรับมื้อเช้าของพรุ่งนี้)

ที่พักอยู่ไกลจากจุดปล่อยตัวพอสมควร ราวๆ สิบกิโลเมตรเศษๆ 
เป็นบ้านพักที่มีห้องนอนสามห้อง ห้องน้ำสามห้อง เเละครัวเล็กๆ โต๊ะบาร์ขนาดจิ๋ว
เเละห้องรับเเขกอยู่ตรงกลางบ้าน
การมาเยือนตรังครั้งนี้ของเราทั้งหกคนกำลังเริ่มขึ้นเเล้ว
เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย มีให้ได้ยินมาไม่ขาดสาย ก่อนที่จะเเยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่า
เเละนอนหลับให้เพียงพอเพื่อเตรียมพร้อมกับการเป็นเพเซอร์จิตอาสาในวันรุ่งขึ้น

ก่อนจะปิดไฟเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทรา 
พี่ฟ้าผู้เป็นพลขับ เเละเป็นเพเซอร์จิตอาสาในระยะฟูลมาราธอนเดินมาบอกเราว่า
พรุ่งนี้รถจะออกจากที่นี่ตอนตีสาม 
เเละไม่ลืมที่จะบอกว่าราตรีสวัสดิ์

01:00 น.
เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือฉันดังขึ้น
เรามีเวลาจัดการทำธุระส่วนตัวสองชั่วโมง
สิ่งเเรกที่ฉันทำหลังจากตื่นนอนคือการกินน้ำเปล่า กินเข้าไปสองสามอึก
เพื่อให้ขับถ่าย อาบน้ำ เเต่งตัว เเละหากาเเฟดำเข้มๆ ไม่ใส่นมหรือน้ำตาลสักถ้วย กินกับกล้วยตาก
กาเเฟช่วยให้ฉันตาเบิกโพล่ง เเละกล้สยตากคือพลังงานที่ฉันเก็บเอาไว้ใช้สำหรับ 21 กม. ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

"ตื่นเร็วจังน้องอิม" ฉันยิ้มปนหัวเราะเเห้งๆ
นั่นเป็นเสียงทักทายของพี่น้ำ ผู้เป็นเพเซอร์ระยะ 21 กม. เหมือนฉัน

รถออกจากที่พักเวลาตีสามเป๊ะ นี่เราตรงเวลากันมากๆ เลยนะเนี่ย
ไม่กี่นาทีเราก็ถึงจุดปล่อยตัว จุดปล่อยตัวจะอยู่ที่เดียวกับจุดที่เรามารับเบอร์วิ่ง
ก็คือที่โรงเเรมเรือรัษฎา นักวิ่งระยะฟูลมารอเพื่อที่จะปล่อยตัวในเวลาตีสี่ 
จำนวนนักวิ่งระยะฟูลมาราธอนประมาณเกือบหนึ่งพันคน
เตรียมพร้อม ยืดเหยียด อบอุ่นร่างกาย สำหรับมาราธอนของเขา

ส่วนฉันระยะ 21 กม. จะปล่อยตัวหลังจากระยะฟูลมาราธอน ก็คือเวลา 05:00 น.
เราไปเข้าห้องน้ำกันอีกครั้งก่อนเวลาปล่อยตัวจะมาถึง เเละรีบกลับมาติดลูกโป่ง
ระยะ 21 กม. จะเป็นลูกโป่งสีเขียว
จำนวนนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนน่าจะประมาณพันกว่าคน
ลูกโป่งถูกมัดติดกับสายของสปอร์ตบราเเบบที่เเน่น 
เเน่นจนเเน่ใจได้เลยว่าจะไม่มีการหลุดลอยไปในขณะที่วิ่งเเน่นอน

สัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น 
นักวิ่งหลายร้อยชีวิตก้ามข้ามจุดสตาร์ทออกไปตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ 
เพเซอร์อย่างเราก็เช่นกัน

เวลานี้ในเมืองตรังยังคงต้องอาศัยเเสงสว่างจากหลอดไฟริมถนน
ไฟสีส้มช่วยส่องทางให้พวกเรามองเห็นบ้านเรือน ห้องเเถว ตึกเล็กใหญ่ ที่ปลูกติดกันเรียงราย 
ร้านขายติ่มซำ ร้านขายน้ำชา เริ่มตั้งโต๊ะ เตรียมวัตถุดิบ สำหรับเปิดร้านในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า กลิ่นซาลาเปา กลิ่นปาท่องโก๋ ลอยผ่านสายลมมาสะกิดจมูกฉันเป็นระยะๆ 
บางบ้านก็มีลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย หรือเเม้เเต่น้องเเมว 
ออกมายืนดูนักวิ่งที่วิ่งผ่านไป ผ่านไป

ท้องฟ้าค่อยๆ สว่าง มองเห็นสองข้างทาง 
มองเห็นวิถีชีวิตของผู้คน
มองเห็นเมืองตรังยามเช้าตรู่

กลุ่มน้องนักเรียนโรงเรียนในย่านที่จะมีนักวิ่งวิ่งผ่าน 
ก็ออกมาเล่นดนตรี สร้างความสนุกสนาน
สร้างกำลังใจให้กับเหล่านักวิ่ง
ร้านอาหารบางร้านที่หยุดในวันอาทิตย์ก็ตั้งโต๊ะวางน้ำดื่ม ขนม 
ให้กับเหล่านักวิ่งที่วิ่งผ่านไปได้กิน
โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

นาฬิกาบนข้อมือบอกเราว่าเราวิ่งมาทั้งสิ้น 19 กม. เศษๆ เเล้ว
อีกกิโลเมตรกว่าๆ ก็จะกลับเข้าสู่เส้นชัย
จุดที่เราวิ่งออกมา

ฉันอาจจะจำรายละเอียดที่เกิดขึ้นได้ไม่ครบ
ได้ไม่หมดทุกสิ่งอย่าง
เเต่ที่จำได้ เเละไม่ลืมคือ
ความน่ารักของเมืองตรัง
ไม่ใช่เมืองของเขาน่ารักหรอกนะ
เเต่ประชากรของเมืองตรังต่างหาก
พวกเขาน่ารักมาก

หากมีโอกาสฉันคงได้ไปเยือนจังหวัดตรังอีก

กาเเฟดำในถ้วยเย็นชืดหมดเเล้ว
ฉันมัวเเต่เล่าเรื่องยืดยาวให้คุณๆ ฟัง
ตอนนี้ฉันคงต้องไปเติมน้ำร้อน
ให้กาเเฟดำเขาหน่อยเเล้วล่ะ

/.



SHARE

Comments

niji
7 months ago
น่ารักจัง
Reply