อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีคนที่ดูเเล
เหนื่อย มันเป็นคำที่ฉันพูดออกจากปากทุกวันโดยที่คนรอบข้างของฉันได้เเต่กรอกตาบนทุกครั้งเมื่อได้ยิน
อาจเพราะฉันพูดบ่อยเกินจนรำคาญ
เเต่ฉันไม่ได้สนใจอะไรอะไรพวกเขา
เพราะฉันเหนื่อยจริงๆ งานมีเยอะเท่ากองภูเขา ไหนจะภาระกิจต่างๆนาๆที่ต้องทำ
เเละต้องมาเห็นสภาพคนมีคู่มานั่งกินข้าวจู๋จี๋ต่อหน้าโดยที่ตัวเองโสดสนิท

ฉันวนเวียนอยู่กับการใช้ชีวิตที่มีเเต่งาน งาน เเละงาน
นั่นมันทำให้ฉันเบื่อหน่าย กับการทำอะไรซ้ำเเบบเดิมๆ
มันไม่มีอะไรร้าวใจ
จนคิดไปว่าเมื่อไหรตัวเองจะมีเเฟนสักที
ถ้าหากมีคนเข้ามาคงจะดีไม่น้อย

เเต่ก็ทำได้เเค่คิด
ชีวิตจริงมันมีที่มีมาง่ายขนาดนั้นที่ไหนกันล่ะ
จึงทำได้เเต่ถอนหายใจมองดูเพื่อนของตัวเองที่ต่างมีคู่เเล้วหวานเเววกันต่อไป เเล้วก็ได้เเต่บ่นในใจ

"เมื่อไหรฉันจะมีเเฟนกับเขาบ้าง"


มันเป็นวันวันนึงที่ฉันกลับบ้านเร็วกว่าปกติ
เปิดประตู ถอดร้องเท้า เเล้วเดินไปหาพี่ที่อยู่ในครัวโดยที่ไม่วายวางกระเป๋าอุปกรณ์สารพัดไว้บนโต๊ะ
พี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่นั้นฉันไม่รู้หรอก
รู้เเค่ว่าตอนนั้นฉันหิวมากๆ
"พี่ทำกับข้าวให้กินหน่อย"
"ทำเอง"
"ทำไม่เป็น"
"หัดทำ"
"ไม่อยากกินไข่เจียวไหม้อีก"
พูดไปเเบบนั้นพี่ชายก็เงียบสนิทก่อนจะบ่นพึมพำอะไรไม่รู้
ถ้าให้ฉันเดาก็คงบ่นถึงฉันอยู่เเน่ๆเลย
เเต่ถึงจะพูดไปเเบบนั้นสุดท้ายก็ทำกับข้าวให้ทุกทีนี่นา เเล้วจะบ่นทำไม
ฉันยิ้มกรุ้มกริ่มในใจกับกลิ่นหอมที่กระทบเข้าจมูกตัวเอง

มันไม่กี่นาทีหรอกที่ฉันต้องนั่งฟังเสียงผัดฟู่วๆที่ดังไม่มากนัก อย่างน้อยมันก็คุ้มค่าที่ได้กินอะไรๆเวลาหิวหรือเซ็งๆจากงานที่ทำ
ทำไมฉันทำกับข้าวไม่เป็น?ขอผ่าน ความเป็นกุลสตรีไม่เคยมีเลยทั้งที่ตัวเองก็เรียนมาจากโรงเรียนหญิงล้วนเเท้ๆ
เเต่มีอยู่ครั้งนึงที่ขอให้พี่ช่วยสอนให้ เพราะจะทำไปอวดใครสักคนเเต่ลืมไปเเล้ว
'พี่ สอนหนูทำกับข้าวหน่อย'
ตอนนั้นพี่เลิกคิ้วใส่มองฉันเเบบอึ้งๆไปเลยเเหละ
เเละเขาก็สอน เริ่มเเรกฉันบอกว่าจะทำข้าวผัดเเบบหรูๆ

เเต่พี่บอกว่ายากไป
เเล้วสอนฉันทำไข่เจียวเเทน บอกตามตรงว่าตอนนั้นจุดเเก๊สยังจุดไม่เป็น
ผลสรุปออกมาคือไข่เจียวไหม้เกรียม
มันจึงทำให้ฉันรู้ตั้งเเต่ตอนนั้น
การทำกับข้าวช่างยากเย็น

ถ้าถามอยู่โรงเรียนฉันผ่านชั่วโมงที่ต้องเข้าครัวมาได้ยังไงเเถมได้เกรดดีไม่น้อย ฉันเเค่เตรียมวัตถุดิบเเล้วที่เหลือก็ปล่อยให้เพื่อนที่ทำเก่งนั้นทำไป
ก็เเฟร์ดี อย่างน้อยก็ได้คะเเนนเเละไม่ได้เอาเปรียบเพื่อนด้วยนะ รู้สึกโชคดีมากๆที่มันเป็นงานกลุ่ม

"เอาไป"
"ข้าวผัดอีกเเล้วเหรอ"
"จะกินไหม"
"กิน"
พูดไปเเบบนั้นเเต่สุดท้ายฉันก็ตักซวบเข้าปากด้วยความหิว โดยมีพี่ชายที่นั่งมองหน้าฉัน
ฉันไม่รู้ว่าพี่มองหน้าฉันเเบบไหน เพราะฉันสนใจอาหารตรงหน้ามากกว่า
เราเงียบกันนานมาก ฉันนั่งกิน ส่วนพี่นั่งมอง
มันเป็นเรื่องปกติในเเต่ละวันนั่นเเหละ พี่มองฉันเเต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ถ้าพี่อยากถามก็ถามไปนานเเล้ว
บางทีก็ไม่เข้าใจพี่ตัวเองเหมือนกันว่าคิดอะไรของเขาอยู่

ฉันนั่งกินข้าวไปได้ครึ่งจานกว่าๆเสียงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงก็ดังมาขัดจังหวะการกิน
ก็ไม่ได้อยากรับหรอกเเต่พี่ชายเล่นจ้องหนักสะขนาดนั้นเหมือนกับรู้ว่ามีงานเข้ามาให้ฉันทำอีกเเล้ว
สายตาดีจริงๆเลยให้ตายสิ

ฉันรับโทรศัพท์ จำเนื้อหาได้ไม่มาก รู้เเค่ว่างานเกี่ยวเอกสารอะไรสักอย่างจำได้เท่านั้น จากนั้นฉันก็อืมหึ อ่าฮะ ตอบรับไป คุยกันยาวนานพอสมควรเเล้วต่อด้วยประโยคจบสนทนาคือการกล่าวลาว่าขอบคุณค่ะ

ฉันปิดเครื่องเเล้ววางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ พี่ที่หายไปไหนไม่รู้ตอนฉันคุยโทรศัพท์เสร็จก็เดินกลับมานั่งโต๊ะใหม่

"เป็นไร"
ฉันยังไม่ตอบ เเต่ใช้มือทั้งสองของฉันดันจานข้าวไปหาพี่
"อิ่มเเล้ว"
"กินให้หมด"
"ไม่อยากกิน"
"กิน ข้าวอุตส่าห์ทำ กินให้หมดอย่าให้เหลือ ทีหลังไม่ทำอีก"
"บ่นเป็นเเม่"
"นี่ก็เถียงเก่งเกินไป"
ฉันเบะปากงอเเงอย่างเอาเเต่ใจ โตป่านี้เเล้วยังทำตัวเป็นเด็กนี่เเหละฉันเอง อาจเพราะโตมามีเเต่คนตามใจเลยเป็นนิสัยเเบบนี้
เเต่ก็โทษใครไม่ได้
ต้องโทษตัวเองที่ทำตัวให้มีนิสัยไม่รู้จักโต

ถึงเเบบนั้นก็เถอะ เเต่ก็รู้สึกดีถึงเเม้จะบ่นเก่งไปหน่อยสุดท้ายก็ทำให้อย่างที่ขอ จนรู้สึกว่าอยากเป็นเเบบนี้ต่อไป ถึงเเม้ตัวเองจะโตเเล้วก็ตาม
ดูเหมือนงี่เง่าที่ทำตัวเอาเเต่ใจ
เเต่ในใจลึกๆก็อยากได้ความเป็นห่วงจากใครบางคนจนกลายเป็นนิสัยติดตัวที่เเก้ไม่เคยหาย

พี่มองหน้าถอนหายใจอย่างปลงตก มันทำให้ฉันรู้สึกสะใจที่เถียงชนะพี่
ถึงเเม้ว่าจะเถียงชนะตลอดก็เถอะนะ
ฉันมองพี่หยิบช้อนเเล้วตักข้าวเเล้วเอามาจ่อที่ปาก  ฉันไม่รู้ว่าฉันทำสีหน้ายังไงเพราะความรู้สึกตอนนั้นคืองง
"กิน"ฉันส่ายหน้า
"อย่าเเต่ใจ กินเข้าไป เซ็งเรื่องงานก็อย่ามาพานใส่กับข้าว"รู้ดีไปหมด
"กิน"
สุดท้ายฉันก็อ้าปากงับข้าวเคี้ยวๆเเล้วก็กลืนลงคืน
พี่เขาพึมพำให้ฉันได้ยิน'ก็เเค่นั้น'

บ่นอีกเเล้ว
ฉันหงุดหงิดใส่พี่นะที่เขาชอบบ่นนู่นบ่นนี่เหมือนเป็นเเม่คนที่สอง เลยเเย่งช้อนในมือมาตักข้าวกินเองให้หมดๆไปซักที จะได้ไม่บ่นมาก
พี่ก็หัวเราะคิกคัก เเล้วทำหน้าล้อเลียนฉันจนไม่มีอารมณ์กินต่อเลย

บอกให้กินเองเเท้ๆเล่นทำหน้าเเบบนั้นใครจะไปมีอารมณ์กินกันเล่า
เเละอยู่ๆฉันก็นึกอะไรขึ้นมาได้สะงั้น
"พี่"
"ไรอีก"
"อยากมีเเฟน"
เเล้วเขาก็ขำพรูดออกมาชนิดที่ไม่มีกั๊ก ส่วนฉันก็นั่งเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ มองพี่ชายตัวเองอย่างเอื่อมระอา
เป็นบ้าอะไรของเขา?
จำไม่ได้เหมือนกันว่าพี่เริ่มต้นประโยคต่อยังไง เเจ่กลับจำเเต่ประโยคที่เจ็บจึกๆกลับมาได้เเทนสะงั้น

"ทำกับข้าวไม่เป็น"อืม
"ความเป็นหญิงก็ไม่ค่อยจะมี"อืม
"เอาเเต่ใจ ไม่รู้จักโต เเถมเตี้ยอีก"อืม...เดี๋ยว เตี้ยนี่หมายความว่าไง(อารมณ์ตอนนั้นก็ประมาณนี้)
จากนั้นก็ไม่รู้ว่าพี่เขาสวดอะไรต่อเพราะยาวเหยียดจนฉันฟังเเบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

ไปๆมาๆมันก็ทำให้รู้สึกว่าปวดหูเลยไม่คิดจะสนใจอะไร ฉันเลยเมินเเล้วก้มหน้ากินข้าวต่อที่เหลือบนจานอีกไม่กี่คำ
"เฮ้ย ฟังอยู่ไหมเนี่ย"
"อืม"
"..เฮ้อ"
"ไม่ต้องมีเเฟนก็ได้"
"หา เเล้วเมื่อกี้บอกอยากมี?"
"โดนพี่เทศเเล้วตรัสรู้ได้ว่าไม่มีเเหละดีเเล้ว"
"งั้นเหรอ"
"จะอยู่กับพี่ ไม่ต้องมีเเฟนก็ได้ เเต่ช่วยทำกับข้าวให้กินทุกวันเลยนะ"
ฉันมองพี่ที่มองฉัน ตอนนี้ฉันกินข้าวในจานเสร็จเเล้วเเหละ พี่ไม่พูดอะไรต่อเเค่ส่งเสียงตอบรับในลำคอ จากนั้นฉันลุกไปล้างจาน

พอคิดดูดีๆอยู่เเบบนี้ก็ดีเเล้วเหมือนกัน

__อย่างน้อยตอนนี้ก็มีคนดูเเล__

SHARE
Writer
Your_Smile
Star
"ชอบเฝ้ามองดวงจันทร์ในทุกๆวัน เหมือนกับว่าได้ระบายบางอย่างภายในใจอย่างไม่รู้ตัว"

Comments