Hi Girl : THE REAL WORLD :
ยิ่งโตขึ้น ความสัมพันธ์แบบเด็กๆจะเริ่มหายไปหมด เพื่อน ครอบครัว ความรับผิดชอบ หน้าที่ จะเข้ามาแทนที่สิ่งเหล่านั้น 

ทุกอย่างจะทำให้เราต่างคนต่างเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามสภาพแวดล้อม ที่ล้อมให้ตัวเราเป็น 


เพื่อนที่เคยสนิท อาจจะกลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก 
เพื่อนที่เคยเก่งที่สุดอาจจะหยุดอยู่กับที่ที่เขาพอใจ 
แต่ขณะเดียวกันเพื่อนที่ธรรมดาอาจจะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็ได้


 
การโตขึ้นถึงจุดของการยอมรับว่า ตัวเราไม่ใช่เด็ก แต่เราคือผู้ใหญ่และเข้าสู่วัยของคนทำงานและคนมีอายุ(มากขึ้นจริงๆ) สภาพแวดล้อมแปรผันตามกันไปหมด ประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ 

"พี่อายุมากแล้ว จะเปลี่ยนงานก็ต้องรีบอัพสกิลตัวเอง แล้วหางานสุดท้ายที่มั่นคง และวางแผนเรื่องการเกษียณ" 


ด้วยสภาพแวดล้อมที่เราอยู่มาตั้งแต่เรียน จนกระทั่งทำงาน โลกสอนให้เรารู้จักเรียนรู้ พยายาม ฝึกฝนให้มาก ยอมรับความแตกต่าง และตามให้ทันโลก เศรษฐกิจ โลกดิจิตอล การตลาด ตลาดแรงงาน กระแสที่จะเป็นไปในอนาคต ทุกอย่างล้วนแล้วแต่รวมกันแล้ว คือคุณภาพชีวิตของเรา ณ ปัจจุบัน และอนาคตนั่นเอง 


ระหว่างที่อ่านหนังสือ - ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา : Mindset - เราได้พบว่าทุกอย่างที่เราคิดนั้นมีสิ่งสนับสนุน(นั่นคือเนื้อหาต่างๆในหนังสือเล่มนี้นั่นเอง)


แต่ในขณะเดียวกัน คนอื่นไม่ได้สนันสนุนแนวคิดของเราเท่าไหร่(พ่อแม่ พี่น้อง ต่างๆ ชอบบอกว่าเราคิดมาก คิดเกินไป ขวางโลกบ้าง จริงๆเราป่าวนะ เราคิดตามกลไกของสิ่งที่คิดว่ามันอาจจะเป็นเท่านั้น)


ยกตัวอย่างจากหนังสือมาบางเรื่อง สรุปๆนะคะ 

คนรวยและมีการศึกษาที่ดี จะประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนที่มีแค่การศึกษาดีแต่ไม่รวย
----------------------------------------------------------------------
คนรวยและมีการศึกษาที่ดี และมีสังคมที่ดี(connection ที่คอยสนับสนุน)จะประสบความสำเร็จได้เร็ว
----------------------------------------------------------------------
และ คนที่กล่าวไปสองข้อด้านบน พวกเขาไม่ต้องเสียเวลาในการพยายามมากมายเท่าไหร่นัก ถ้าเทียบกับ คนจนแต่มีการศึกษาที่ดี เขาต้องพยายามนับร้อยนับพันครั้ง หรืออาจล้มเหลว

หรืออีกหนึ่งเรื่อง ที่ครูท่านหนึ่งตัดสินใจเลือกไปสอนในโรงเรียนที่ ใครๆก็บอกว่าที่นั่นมีแต่เด็กที่โง่ พัฒนาไม่ได้ แต่ครูท่านนี้ใช้วิธีการปรับวิธีคิด ทำให้เด็กๆสามารถพัฒนาตัวเองได้ และไม่ได้ถูกเรียกว่าเด็กที่โง่ 

----------------------------------------------------------------------
การมีสังคม ที่คอยสนับสนุนนั้นดี ไม่ว่าเราจะจนหรือรวย ไม่จะอะไรก็ตาม สิ่งที่เราทุกคนควรมีในตัวเองคือ วิธีคิดแบบ growth mindset. ในการพัฒนาตัวเองได้
----------------------------------------------------------------------

เราให้คำแนะนำกับรุ่นน้องเสมอๆว่า การเลือกเรียนคือการเลือกทางเดินตลอดชีวิตของตัวเอง(เพราะคนที่เรียนแต่ไม่รวย ไม่ได้มีโอกาสมากนักที่จะวนกลับไปเรียนอะไรใหม่) คุณต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต อย่างที่สองคือ สิ่งที่จะเรียนรักและชอบมันจริงหรือไม่ อย่างที่สามสิ่งที่เรียนคือสกิลเฉพาะทางในตลาดแรงงานหรือไม่(เพราะบางงานขาดคนมาก คนเรียนน้อย การแข่งขันจะไม่สูง แต่เงินเดือนสูง) หลายๆอย่างพวกนี้ที่เคยบอกน้องๆไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เราเชื่อว่าไม่มีใครฟังเราหรอก แต่เราแค่คิดว่า เราได้แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดตามประสบการณ์ของเราแล้ว


แนะนำหนังสือเล่มนี้นะคะ อยากให้คนที่อนาคต จบไปแล้วเป็นครูได้อ่านค่ะ อยากให้คุณ เปิดใจอ่านดูก่อน
----------------------------------------------------------------------

โลก X ความจริง X วิธีคิด

เอาจริงๆแล้ว เราเป็นที่มีคติ หรือเรียกว่าอะไรดีละ ความเชื่อแล้วกัน ของตัวเองอย่างหนึ่งมาตลอดคือ 
ไม่มีใครโง่จริงๆหรอก มีแต่คนที่ยังไม่รู้ต่างหาก วันไหนที่คนเหล่านั้นได้เรียนรู้ เขาก็จะเป็นคนที่ไม่ถูกเรียกว่าโง่ 

เราเชื่ออย่างนั้นมาตลอด เพราะเราเติบโตท่ามกลางพี่น้องที่เก่ง เขาไม่ต้องพยายามมากนัก แต่เขาก็สอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดได้ สอบได้เกรดที่ดี สอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับต้นๆของประเทศ สิ่งที่เราคิดตอนเด็กๆคือ เราไม่มีทางไล่ตามทันพี่ๆได้หรอก แต่สิ่งที่เราทำได้คือ "พยายาม"

พยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้มีความเข้าใจ และสามารถแก้ไขโจทย์ปัญหาต่างๆเองได้ จะได้ไม่ต้องวิ่งไปขอให้พี่ช่วยสอนการบ้านตลอดเวลา 

โดยพื้นฐานเราไม่ได้เป็นเด็กหัวไว ไม่สามารถฟังหนึ่งครั้งแล้วจำได้หรือเข้าใจไปทุกเรื่อง สิ่งที่ทำได้คือ การทำโจทย์ซ้ำๆ อ่านหลายๆรอบ และเขียนความเข้าใจในแต่ละเรื่องออกมาให้ได้

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยสอบได้คะแนนโดดที่สุดของคลาส คะแนนเต็ม 45 เราทำได้ 44 ในวิชากฏหมายวิชาชีพ(พวก พรบ คอมพิวเตอร์ เป็นข้อสอบข้อเขียน 100ข้อ) ครั้งนั้นเราฟังเสียงที่อาจารย์สอนในทุกๆครั้งซ้ำ แล้วพยายามโน๊ตส่วนที่สำคัญออกมาให้ได้ สุดท้ายเราก็เอาโน๊ตมาสรุปอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เราเขียนตอบได้ทุกข้อแบบไม่ต้องคิดอะไรมากมายนัก เพราะเราจำได้หมดแล้ว ยกเว้น 1 ข้อที่เราตอบไม่ได้คือ ข้อมาตรา ที่ต้องตอบว่า มันคือมาตราที่เท่าไหร่? เป็นช่องเดียวที่เราเว้นไว้

มันก็เป็นแค่หนึ่งในช่วงเวลาของชีวิตที่ ตอบได้ว่า การพยายาม นำไปสู่ความสำเร็จ และพัฒนาตัวเองได้จริง เพียงแค่ปรับความคิดเรานิดเดียวเองนะ 
แทนที่จะบอกตัวเองว่า "กฏหมายยากว่ะ ข้อเขียนอีก อ่านยังไงไม่ตรง"
ตอนนั้นเราแค่คิดว่า "ทำวิธีไหน ให้เราสามารถสรุปพวกกฏหมายต่างๆพวกนี้ได้และเราจะเข้าใจมันได้มากที่สุด"

มันก็จริงตามหนังสือที่ได้อ่าน เหมือนสิ่งที่ตัวเองคิด วิธีคิดของตัวเองมีตัวตนมาซะอย่างนั้นเมื่อเจอหนังสือเล่มนี้

ทั้งที่คนในโลกความจริง ต่างบอกว่าวิธีคิดของเรา คือคนคิดมาก

แต่เชื่อเราเถอะนะ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่เก่ง ไม่เก่ง เรียนรู้เร็ว เรียนรู้ช้า ยังไงก็ตาม ถ้ามีความพยายาม และตามหาวิธีของตัวเองได้ ทุกอย่างจะดูเหมือนเราใส่รองเท้าที่มีล้อเลยละ


ปีนี้เราอายุ 30 ปีแล้ว เร็วมากเลย เพื่อนๆต่างมีครอบครัว แต่งงาน บางคนลูกโตแล้ว ในขณะที่เรายังโสดและอยู่ในโลกที่ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวไว้เลย

เคยมีความฝัน อยากไปต่างประเทศ แบกเป้เที่ยวในที่ที่มีธรรมชาติ แต่ด้วยภาระแล้วทำได้แค่ให้กำลังใจตัวเองไปวันๆและ  ตอนนี้กำลังฝึกให้อยู่คนเดียวให้เป็น เพราะคงยากที่จะหาแฟนแล้วละ

เพื่อนๆต่างแยกย้ายไปตามภาระหน้าที่ กลายเป็นคนที่นับเพื่อนแล้วนับนิ้วไม่ลงซักนิ้ว เพราะไม่แน่ใจว่า มันยังใช่เพื่อนคนเดียวกับเมื่อก่อนไหม

ตอนนี้เราต้องทำตัวให้เคยชินกับการไม่มีใครและเรียนรู้กับการอยู่คนเดียว

พยายามหาเป้าหมายในชีวิตอยู่ค่ะ เพราะว่าใจจริงๆแล้วไม่ได้อยากจะตายจากโลกนี้ไปเร็วนัก ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่วางแผนไว้คือ จ่ายหนี้ให้หมดภายในอายุ 35 ปี และหลังจากนั้นเตรียมลาจากโลกนี้แล้ว

เป้าหมายคือสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกอยากอยู่ในโลกนี้ต่อ อยากทำตามความฝันตัวเองต่อ อยากเห็นการเติบโตของคนรอบข้าง สิ่งต่างๆคือความสวยงามของการมีชีวิตอยูค่ะ แต่การที่คนเลือกที่จะจบชีวิตนั้นมันมีเหตุผลเสมอ



เรากำลังเดินทางตามหาเป้าหมายให้ยึดเหนี่ยว เพื่อเปลี่ยนแผนเดิมอยู่ค่ะ 
หวังว่าคงจะเจอในเร็ววัน



special​ thank​ for  ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา : Mindset book (K. Nick)​
SHARE
Written in this book
Post It Story By Human Error
เรื่องราว error ต่างๆ ที่ผ่านมาระหว่างทางเดินของชีวิต

Comments

lullably
7 months ago
เชื่อในเรื่องกฎของแรงดึงดูดไหมครับ? ถ้าเราเดินไปเรื่อยๆตามทางที่เราเชื่อคำตอบจะมาในเวลาเหมาะ (ถ้าเราไม่ถอดใจไปซะก่อน) บทความนี้ดีครับอ่านแล้วรู้สึก ชอบครับ
Reply
forbidden403
7 months ago
เชื่อค่ะ เราเชื่อ
lullably
7 months ago
(: