SPE: Sense's Birthday (FULL)




ก๊อกๆ

"เมล.. ทำไมใส่ชุดนี้"

ทันทีที่เมลเดินไปเปิดประตู เซ้นส์ที่ได้เห็นแฟนสาวตัวเองในชุดคลุมอาบน้ำที่บางเหลือเกินก็ไปต่อไม่เป็น เหงื่อที่เหมือนจะตกเพราะภาพตรงหน้ามันช่างไม่อ่อนโยนต่อใจเธอเสียจริง

และทันทีที่ประตูห้องถูกปิด เซ้นส์ก็ถึงกับตกใจอีกครั้งเมื่อแฟนสาวของเธอเดินเข้ามาจูบลงตรงปากเธอเบาๆ ก่อนส่งแขนมาโอบรอบคอของเซ้นส์ไว้ มันเป็นไม่กี่ครั้งที่เมลเป็นคนเริ่มจูบก่อนและมันเป็นอันตรายต่อใจของเซ้นส์ทุกครั้ง

"..."

"อย่าให้เมลต้องพูดได้มั้ยคะ.. เมลเขินเป็นนะ"

ทันทีที่เมลพูดจบสมองของเซ้นส์ก็เหมือนจะกลับมาทำงานพร้อมกับความอดทนอดกลั้นที่สะสมมานับปีก็หมดลง

เธอพร้อมเปิดของขวัญชิ้นสุดท้ายแล้วแหละ...

เซ้นส์ที่เหมือนสติจะหลุดลอยไปไกลก็ดึงเอวของเมลเข้ามาให้แนบชิดกับตัวเอง พร้อมกดจูบลงบนปากสวยเบาๆก่อนเริ่มจะร้อนแรงขึ้น เสียงหายใจของทั้งสองคนดังขึ้นเรื่อยๆในห้องที่เงียบสงบ เมลหลับตาตอบรับจูบของเซ้นส์ได้เป็นอย่างดี มือที่คล้องคอเซ้นส์อยู่ก็เปลี่ยนมาลูบแก้มของคนรักเบาๆก่อนนำไปพักไว้ที่ไหล่ของเซ้นส์ สัมผัสอ่อนโยนจากเมลยิ่งทำให้เซ้นส์ควบคุมตัวเองไม่ได้ ลิ้นร้อนถูกส่งเข้าไปสัมผัสกันและกันโดยไม่มีช่วงที่ริมฝีปากทั้งสองคนห่างกันเลย มือที่เริ่มจะซุกซนของเซ้นส์ก็เริ่มลูบวนตามสะโพกและเอวของเมลโดยใช้มืออีกข้างขึ้นมาลูบหัวและเลื่อนลงมาตรงหูตามด้วยคอของเมล การกระทำดังกล่าวทำให้เมลรู้สึกแปลกใหม่แบบที่ไม่เคยเป็น สัมผัสของเซ้นส์ที่เหมือนจะอ่อนโยนแต่ทำให้เธอรู้สึกหวิวและรู้สึกดีแปลกๆ

ทั้งสองคนจูบกันอย่างร้อนแรงแบบที่ไม่มีใครยอมใครตามแรงอารมณ์ที่เกิดขึ้น จนเซ้นส์เริ่มทนไม่ไหวประคองเมลเดินไปยังเตียงนุ่มในห้องสวีทหรูโดยที่ปากก็ยังไม่ละออกจากปากของเมล เสียงหอบหายใจของเมลทำให้เซ้นส์รับรู้ว่าควรให้เมลได้พักหายใจก่อนที่จะทำอะไรไปมากกว่านี้

"ป..ปิดไฟได้มั้ยคะ"

เซ้นส์เอื้อมตัวไปปิดไฟที่หัวเตียงตามที่เมลขอ ทันทีที่ไฟดับลงเหมือนร่างกายของทั้งสองคนก็ดึงดูดเข้าหากันอีกครั้ง จูบที่ร้อนแรงเกินที่เมลจะรับไหวทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ จนเซ้นส์ละปากออกและเปลี่ยนเป้าหมายไปขบเม้มตามหลังหูและไรผมก่อนที่จะเลื่อนลงมาที่ซอกคอขาวของคนรัก กลิ่นครีมอาบน้ำของเมลและกลิ่นหอมประจำตัวของเมลทำให้เซ้นส์แทบบ้า แต่ด้วยเหตุผลที่เธอไม่อยากให้เมลเป็นรอยเธอจึงแค่จูบและสูดกลิ่นหอม ใช้จมูกคลอเคลียไปมา ซึ่งนั่นก็มากพอที่ทำให้เมลกลั้นเสียงแห่งอารมณ์ไม่ไหวจึงมีเสียงหลุดเล็ดออกมาบ้าง

เซ้นส์ผละออกจากคอของเมลและส่งมือไปลูบหัวเมลอีกครั้งพร้อมยิ้มให้คนรักอย่างอ่อนโยนที่สุด ก่อนเลื่อนมือข้างซ้ายลงมากระตุกเชือกผูกชุดคลุมอาบน้ำให้หลุดออกเบาๆ ส่วนอีกมือก็ปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตของตัวเอง แต่ก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเมลรั้งตัวเซ้นส์เข้าไปใกล้และดึงมือของเซ้นส์ออกพร้อมเลื่อนมือมาปลดกระดุมเสื้อของเซ้นส์ด้วยตนเอง

"น่ารักแบบนี้จะให้หยุดก็ไม่ไหวแล้วนะ"

เมลส่งยิ้มให้แทนคำตอบ แต่ก็ต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินเมื่อกระดุมเสื้อของเซ้นส์ได้ถูกปลดออกหมด เช่นเดียวกับชุดคลุมอาบน้ำของเธอที่ได้ถูกปลดไปเหลือแต่ชุดชั้นในที่เป็นกำแพงด่านสุดท้ายอยู่ เมลรวบรวมความกล้าหันกลับไปหาเซ้นส์รอยแผลที่พอร์ชได้ทิ้งไว้บนหน้าท้องที่มีกล้ามเล็กน้อยทำให้เมลรู้สึกแย่เล็กน้อยที่ทำให้คนรักของเธอต้องมีแผลเป็น มือสวยถูกส่งไปลูบรอยแผลเป็นนั้นเบาๆ

เซ้นส์ที่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็รู้ว่าเมลกำลังคิดอะไร จึงจงใจเบี่ยงเบนความสนใจโดยการทำกิจกรรมที่พวกเธอได้ทำค้างไว้อยู่ต่อ จะใจเย็นคงทำไม่ไหวอีกแล้วจึงก้มลงไปจูบเมลอีกครั้งพร้อมส่งมือไปปลดสายเสื้อในที่ไม่รู้เมลจะใส่ไว้ทำไม หรือเมลไม่รู้ว่าปกติคนใส่ชุดคลุมอาบน้ำเขาไม่ใส่เสื้อในกันก็ไม่รู้ มือซนเลื่อนมากอบกุมอกของคนรักก่อนจะส่งนิ้วไปหยอกล้อกับยอดอกไปมา ปากที่ได้เป้าหมายใหม่ก็เลื่อนลงมาพรบจูบไล่มาตั้งแต่คอจนถึงเนินอก ก่อนส่งลิ้นตวัดยอดอกของเมล ทำให้เมลถึงกับสะดุ้งกับการกระทำนั้น

มือของเซ้นส์เองก็ทำหน้าที่ได้ไม่แพ้กับลิ้นเรียว มือถูกลงไปลูบตามต้นขาก่อนจะดึงชุดชั้นในตัวจิ๋วของเมลลง ความเปียกชื้นทำให้เซ้นส์รู้ว่าเมลน่าจะทนไม่ไหวแล้ว สังเกตจากปากสวยที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นอยู่เช่นกัน นิ้วเรียวถูกส่งไปยังจุดอ่อนไหวกลางตัวของเมล สัมผัสที่แปลกใหม่ที่รู้สึกดีเมื่อเซ้นส์ขยับนิ้วไปมาทำให้เมลกลั้นเสียงน่าอายของตัวเองไว้ไม่อยู่

"อย่ากัดปากตัวเองสิคะคนเก่ง ไม่ต้องอายหรอก"

เซ้นส์ที่รู้ทันก็ส่งมืออีกข้างไปจับมือเมลที่กำลังจับไหล่เธออยู่พร้อมลูบเบาๆเพื่อเป็นการปลอบ โดยที่อีกมือก็ทำหน้าที่ของมันไปอย่างดี เมลที่เห็นเซ้นส์ที่เริ่มจูบลงต่ำเรื่อยๆก็รีบค้านกับสิ่งต่อไปที่เซ้นส์จะทำ

"ม..ไม่เอานะคะ มันสกปรก"

เซ้นส์ที่ดื้อก็ยิ้มให้แต่ก็ไม่หลุดที่จะเลื่อนใบหน้าลงต่ำ พรมจูบตามต้นขาและเข้ามายังต้นขาด้านใน เมลที่เหมือนจะขัดขืนก็ยอมแพ้เพราะความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นเมื่อเซ้นส์ถอนนิ้วออกและแทนที่ด้วยลิ้นที่กำลังปรนเปรอจุดนั้นอย่างชำนาญ เมลที่รับกับความเสียวซ่านนั้นไม่ไหวก็จิกนิ้วลงกับผ้าปูเตียงแทนที่จะเป็นหลังของคนรักเพราะไม่อยากให้เซ้นส์ต้องเจ็บ

"เมลอย่าเกร็งนะ"

เมลสะดุ้งอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่ถูกสอดเข้ามาในตัวเธอทันทีที่เซ้นส์พูดจบ ความเจ็บปนความอึดอัดได้เข้ามาร่วมกับความรู้สึกดี เซ้นส์รู้ว่าเมลกำลังเจ็บจึงค่อยๆสอดเข้าออกอย่างช้าและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเมลเริ่มปรับตัวได้จึงเริ่มเร่งความเร็วขึ้น

เซ้นส์ดึงเมลเข้ามากอดให้แนบชิดและค่อยๆเพิ่มความเร็วให้นิ้วตามร่างกายของเมลที่ส่งสัญญาณร้องขอ เสียงอารมณ์ของเมลเป็นเสียงที่ทำให้เซ้นส์อยากจะเป็นบ้าที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา เซ้นส์เร่งนิ้วครั้งสุดท้ายก่อนที่เมลจะหลุดครางออกมาและกระตุกเกร็งปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นออกมา พร้อมกับหายใจหอบและซุกหน้าลงกับไหล่ของเซ้นส์ด้วยความอาย

"เจ็บมากมั้ยคะ?"

เมลส่ายหัวก่อนที่เซ้นส์จะจูบปลอบ เธอรู้ว่าเซ้นส์พยายามอ่อนโยนที่สุดแล้ว ถึงเธอจะเหนื่อยและง่วงแต่เธอรู้ดีว่าตอนนี้เธอควรทำอะไร เธอจะเอาแต่มีความสุขฝ่ายเดียวไม่ได้ เมลจึงส่งมือไปปลดกระดุมกางเกงของเซ้นส์พร้อมดึงมันลง เซ้นส์ที่ให้ความร่วมมือดีก็ช่วยถอดกางเกงของตัวเองออก

ยังไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้นเมลก็ตกใจเมื่อเซ้นส์ได้ขยับไปใกล้หัวเตียงและกึ่งนั่งกึ่งนอน ก่อนมองมายังเธอ

"มานี่หน่อย มานั่งตักเค้า"

เมลที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวกับการกระทำดังกล่าวก็หันไปหาอย่างโดยดี แต่ก็ถูกเซ้นส์จับให้หันหน้าเข้าหากัน สภาพตอนนี้จึงเหมือนเธอกำลังนั่งคร่อมทับเซ้นส์อยู่ เหตุการณ์ที่เพิ่งจบลงก็ถูกฉายซ้ำอีกครั้ง แต่ต่างกันตรงที่ไม่รู้ทำไมเซ้นส์ถึงอยากให้เธอนั่งอยู่แบบนี้

"แบบนี้ค่อยเห็นหน้าชัดๆหน่อย"

เซ้นส์พูดพร้อมสอดมือเข้าไปสัมผัสส่วนนั้นของเมลอีกครั้ง ด้วยที่เมลนั่งอยู่แบบนี้ทำให้เธอหันหน้าหนีจากสายตาของเซ้นส์ไปไหนไม่ได้จนต้องยอมแพ้และซุกหน้าลงบนไหล่ กัดเบาๆเพื่อกลั้นเสียงของตัวเองแทน นิ้วของเซ้นส์ถูกสอดเข้ามาในร่างกายเมลอีกครั้งทุกอย่างมันกำลังเกิดขึ้นแบบเดิม แต่จู่ๆเซ้นส์ก็หยุดมือ

"เมื่อยอ่ะ เมลขยับเองสิ"

"ห..ห้ะ"

คนเจ้าเล่ห์ใช้อีกมือประคองสะโพกเมลให้ขึ้นลงช้าๆราวกับสอนเด็กน้อยตรงหน้าว่าต้องทำยังไง เมลที่ยอมทำแต่โดยดีเพื่ออยากเอาใจคนรักให้มากที่สุดก็ยอมทิ้งความเขินไป และทำตามที่อีกคนบอกช้าๆ

"เซ็กซี่เกินไปแล้ว เซ้นส์ไม่ไหวแล้วนะ"

ใบหน้าของเมลที่เชิดขึ้นกับริมฝีปากที่เม้มจนแดง แก้มที่แดงและเหงื่อตามใบหน้ามันช่างรุนแรงเกินกว่าที่เซ้นส์จะรับได้ เซ้นส์จึงเลิกเล่นสนุกและพลิกกลับให้เมลมาอยู่ด้านล่างเหมือนเดิมก่อนจะดึงชั้นในของตัวเองออก และแทรกตัวเข้าไปจนส่วนนั้นของทั้งสองคนสัมผัสกัน

"เมื่อยหน่อยนะ"

เซ้นส์เริ่มขยับสะโพกไม่รู้ต้องขอบคุณประสบการณ์ที่ผ่านมาหรือเปล่าทำให้รู้ตำแหน่งอย่างดี ส่วนนั้นของทั้งสองคนเสียดสีกันไปมาตามจังหวะสะโพกของเซ้นส์ เมลที่อยู่ด้านล่างก็ต้องหาที่จับยึดโดยจับไหล่ของเซ้นส์ไว้ เซ้นส์ที่อดทนมานานก็เริ่มเร่งจังหวะสะโพกและส่งมือไปจับหัวเตียงไว้เพื่อทุ่นแรง

"จ..จะไม่ไหวแล้วเซ้นส์"

"..เหมือนกัน"

เซ้นส์ส่งเสียงความพึงพอใจออกมาเล็กน้อยก่อน จะเร่งจังหวะครั้งสุดท้ายเมื่อเธอสองคนใกล้ถึงฝั่งฝัน เมลที่ทนไม่ไหวก่อนก็ชิงปลดปล่อยไปเสียก่อน แต่เซ้นส์ก็ไม่ได้ช้าไปกว่ากันเท่าไหร่เมื่อร่างกายกระตุกเกร็งและล้มลงนอนหอบข้างๆเมล

หายใจไม่ทัน...

"โอย..เหนื่อย"

เมลส่งมือมาปาดเหงื่อบนใบหน้าคนรักก่อนจะซุกตัวลงกับเซ้นส์ที่เพิ่งดึงเธอเข้าไปกอด เซ้นส์จูบลงบนหน้าผากของเมลเป็นการชื่นชมว่าเมลพยายามได้ดีมากก่อน ส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้เมล ถึงแม้ตาจะใกล้ปิดแล้วก็ตาม

"รักนะคะเมล"

"รักเหมือนกันนะคะ"

สุดท้ายทั้งสองคนก็บอกลาค่ำคืนอันแสนมีความสุขและเหนื่อยล้าไปในอ้อมกอดของกันและกัน 

-

แสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องมาตามร่องผ้าม่านได้ปลุกเซ้นส์ที่เพิ่งจะได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงขึ้นมา ทันทีที่ลืมตาก็พบว่าเช้าวันนี้มันช่างพิเศษเมื่อในอ้อมแขนของเธอนั้นมีเมลที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ ขนตาที่อยู่บนตาคู่สวยที่กำลังหลับพริ้ม จมูกที่โด่งเป็นสัน ปากน้อยๆที่รับกับหน้าของเมลได้อย่างดีช่างเป็นภาพที่ทำให้เซ้นส์ใจสั่นได้ตั้งแต่เช้าจริงๆ ว่าแล้วก็จูบลงบนหน้าผากของคนรักไปหนึ่งทีอย่างอ่อนโยนเพราะกลัวคนตรงหน้าจะตื่น


เซ้นส์ค่อยๆลุกจากเตียงอย่างระวังเพื่อไม่เป็นการกวนการนอนของเมล ก่อนหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่กองระเกะระกะอยู่ตามพื้นขึ้นมาใส่อย่างลวกๆ มือเอื้อมไปขยับผ้าห่มให้ปิดไหล่ขาวๆของคนรักไว้ราวกับกลัวใครจะมาเห็น ก่อนจะเดินออกจากห้องไปยังลานจอดรถเพื่อหยิบนาฬิกาหรูจำนวนสองเรือนขึ้นมาหวังจะเซอร์ไพรซ์แฟนสาวในยามเช้า

ติ๊ง!

เมื่อหยิบของที่รถเรียบร้อยแล้วข้อความจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พบว่าเป็นเมลที่งอแงในยามเช้าเนื่องจากเมื่อคืนเธอสัญญาไว้ว่าจะกอดเมลไว้จนกว่าเมลจะตื่น มือรีบพิมพ์ตอบก่อนที่คนรักเธอจะคิดอะไรไปไกลพร้อมวิ่งไปยังลิฟต์ทันที

"ใครเค้าทิ้งแฟนให้นอนคนเดียวหลังจากทำอะไรแบบนั้นกันคะ นิสัยไม่ดีเลย"

"เค้าขอโทษเค้าไปหยิบของมาให้เมลน่ะแหละ"

เมลที่เบะปากกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง เซ้นส์รู้สึกโล่งอกที่เมลได้หยิบชุดคลุมอาบน้ำขึ้นมาใส่เรียบร้อยแล้ว ไม่งั้นการให้ของขวัญคงต้องถูกเลื่อนออกไปอีกแน่ๆ

เซ้นส์ประคองเมลให้มานั่งริมๆเตียงก่อนจับแขนซ้ายของ
เมลไว้ ก่อนนั่งลงข้างๆ สวมนาฬิกาเรือนหรูให้กับข้อมือเล็ก น่าตกใจที่ขนาดของมันได้ถูกตัดมาให้พอดีกับข้อมือของเมลเรียบร้อยแล้ว

"ของขวัญจากเซ้นส์และพ่อนะ แม่เซ้นส์น่ะชอบเรือนนี้มากๆ ตอนนี้เมลเป็นดวงใจของเซ้นส์และพ่อเลยนะ เค้ามีอีกเรือน ใส่คู่กันนะ"

"แต่มันแพงเกินไปนะคะ"

"ความรักที่เมลมอบให้ ของพวกนี้มันเทียบเท่าไม่ได้เลย รับไว้เถอะนะ"

เซ้นส์พูดพลางกุมมือเมลไว้ก่อนเลื่อนหน้าเข้าไปจูบหน้าผากเมลและค้างไว้อย่างนั้นแสดงถึงความรักที่เธอมีให้กับเมล เมลที่น้ำตาจู่ๆก็ไหลออกมาด้วยความซึ้งใจหรืออะไรก็ไม่รู้ก็ถูกเช็ดน้ำตาตามใบหน้าสวยด้วยจุ้บเบาๆของเซ้นส์

"ถ้าไม่หยุดร้องเค้าจะทำโทษนะ เซ้นส์รักเมลนะ ขอบคุณที่เติบโตมาอย่างดีนะคะ"

เซ้นส์ที่เห็นเมลไม่หยุดร้องไห้ซักทีก็เลื่อนหน้าเข้าไปจูบปากเล็กๆที่ชอบบ่นมุบมิบอยู่เสมอ แต่เหมือนความอัดอั้นมาตลอดหนึ่งปีมันจะคงเหลืออยู่ เมื่อเซ้นส์ไม่สามารถหยุดตัวเองได้แค่จูบเหมือนเมื่อก่อน

ท่าทางโรงแรมจะได้ตังเซ้นส์ไปอีกคืน... ดูท่าแล้วคงไม่ทันเช็คเอ้าท์แน่ๆล่ะ
.
.
.

คือไรท์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะคะ ไรท์เป็นคนใสๆจริงๆค่ะ อย่าเข้าใจเค้าผิดนะคะ เค้าแค่อยากเอาใจรีดเดอร์ค่ะ 5555555555555555
โยนระเบิดให้แล้วนะคะ เขียนนานมาก จะรักมากถ้าเม้นให้ค่ะ

SHARE
Writer
prymecm
writer
สีของคุณ #colorsแชวมิ้น

Comments

TheSkyy_
3 months ago
กรี๊ดดดดดพี่เซ้นคะ เหมือนจะตายร้อแรงมากเวอร์ มันแบบบกงหสหรหนฟยหาหสวหวฟวผสปวปงหหยากสหสห เลือดจะหมดตัวแล้ว
Reply
cake_ss
3 months ago
จับหน่อย จะล้มแล้วค่ะ /หายใจหอบ
ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องดีๆให้อ่าน สนุกมากเลยค่ะ จะติดตามต่อไปนะคะ
Reply