ถ้าไม่มั่นใจ อย่าเพิ่งให้สัญญา
ไม่รู้ด้วยเหตุอะไร อาจจะเพราะว่าเหงา หรือไม่มีอะไรทำ
คนๆนึงถึงได้ตัดสินใจเดินไปหยิบซองกระดาษซึ่งบรรจุเฟรนด์ชิพที่เพื่อนในรุ่นเขียนไว้ให้สมัยม.ปลาย มาอ่าน

'แกเป็นคนน่ารักมากๆ หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะ'

'ขอให้แกโชคดีนะ สอบติดที่ไหนก็ส่งข่าวด้วย'

'เจอกันเมื่อไหร่ก็ทักได้นะจ๊ะ'

'ดีใจที่ได้รู้จักกันน้าาา'

'กูคงคิดถึงมึงมากแน่ๆ'

'แกเป็นแฟนที่ดีที่สุดเลย ไว้จะไปหาบ่อยๆนะ'

ชะงัก


เธอชะงักด้วยประโยคหวานๆ ที่มันไม่มีมานานแล้ว ประโยคคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเธออีกครั้ง
ไหนว่าจะมาหาบ่อยๆไง
ไหนว่าจะรักกันไปนานๆ
ไหนว่าจะให้รอ
ไหนว่าจะกลับมาเหมือนเดิม
ถ้าไม่ได้มั่นใจขนาดนั้น ตอนนั้นจะสัญญาทำไม
น้ำตาค่อยๆไหลออกมา หยดลงกระดาษแผ่นนั้น ที่เธอหวงแหนและคอยทะนุถนอมมาตลอดจนกระทั่งคนรักของเธอทิ้งไป


'ทำไงถึงจะร้องไห้แล้วยังสวยวะ'

หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา พลางหยิบเฟรนด์ชิพต้นเหตุทั้งหมดนั่นกลับเข้าซองกระดาษสีน้ำตาลเก่าๆ

เอาจริง
คนสัญญาคงไม่ผิดหรอก
คนทุกคนย่อมเติบโต ความคิดเปลี่ยน ความรู้สึกเปลี่ยน ไม่มีอะไรมาการันตี พอคิดอย่างนี้แล้วก็ยิ้มได้
เสียเวลาร้องไห้ไปตั้งนาน คิดว่าตัวเองคงมูฟออนไม่ได้ แต่จริงๆมันไม่ใช่
ความทรงจำของเราก็เหมือนซองกระดาษเก่าๆนั่น และคำสัญญาพวกนั้น ฉันก็ลืมมันไปหมดแล้วและ 'ฉันไม่ได้คิดถึงเขา ฉันแค่คิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น'
ก็เท่านั้นเอง


แม่ฉันสอนว่า เวลาเราเข้าไปในชีวิตของใคร อย่าเพิ่งไปทำให้เค้าเชื่อเรา อย่าเพิ่งตอบตกลงใคร ถ้าเรายังตอบตกลงกับตัวเองไม่ได้ อย่าให้คำสัญญากับใคร เมื่อไม่รู้ว่าจะทำได้จริงๆรึป่าว อย่าเพิ่งไปทำให้ใครมั่นใจในตัวเรามากกว่าตัวเราเอง โดยเฉพาะถ้าตอนนั้นเราไม่ได้รู้สึกอย่างที่พูดด้วยซ้ำ เพราะในภายหลังคนฟังมักจะเจ็บปวด

แต่ถ้าความรู้สึกในตอนนั้นมันเป็นเรื่องจริง เรามั่นใจแล้วจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ถ้าหากว่าวันนี้ มันไม่เป็นดั่งหวัง อย่างน้อยความทรงจำดีๆมันจะยังคงเหลืออยู่


--- ไม่มีอะไรที่เป็นนิรันดร์ ทุกอย่างปรับเปลี่ยนได้ตามกาลเวลา แม้แต่คำสัญญาก็ตาม





SHARE
Writer
itoodmaew
believer
(ไม่ได้)รอ(แล้ว)นะ

Comments