ผิดสัญญา
ค่ำคืนเสาร์วันที่โคตรน่าเบื่อ ผมกำลังหยิบกระเป๋าตังค์เพื่อจะไปซื้อของกินยามดึกแต่ตาก็เหลือบไปเห็นรูปรูปนึงที่ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์บางอย่าง

ย้อนกลับไป 8 ปีก่อน อาม่าของผมกำลังป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำให้ผมที่กำลังจะต้องไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัดจึงตัดสินใจว่าจะไม่ไปและจะอยู่กับท่าน แต่อาม่าได้บอกกับผมว่าให้ผมไปสนุกกับเพื่อนๆ อาการท่านกำลังดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ผมจึงตัดสินใจไปสนุกกับเพื่อนๆตามที่ท่านบอกโดยไม่รู้เลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายผมที่จะได้เห็นอาม่า..ผมรู้ข่าวร้ายทันทีที่ลงจากเครื่องบิน ใช่แล้ว ในวันสุดท้ายของท่าน ผมเป็นเพียงหลานคนเดียวในตระกูลที่ไม่ได้อยู่กับอาม่าในวินาทีสุดท้าย ผมทั้งโกรธทั้งสับสนทั้งเศร้า ในหัวผมเต็มไปด้วยคำถามมากมายแต่ผมทำได้แต่นั่งเงียบและสัญญากับตัวเองว่า 
“ผมจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก”

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาอีก 3 ปี ในบ่ายวันอาทิตย์แสนธรรมดาผมที่กำลังเดินกลับหอจากเซเว่นได้รับโทรศัพท์จากแม่ที่โทรเข้ามา ทันทีที่ผมรับสายและได้ยินเสียงร้องให้ของแม่ แม้ไม่ต้องพูดผมก็รับรู้ได้ว่าวันแห่งการจากลาได้มาถึงอีกแล้ว และครั้งนี้
อากงของผมเดินทางไปอยู่กับอาม่าผมแล้ว 
แม่สั่งให้ผมกลับบ้านให้เร็วที่สุดทันที แต่ในครั้งนี้แม้ผมจะได้รู้ข่าวทันทีแต่ผมในวัย 17 ปีมีหน้าที่ต้องเดินทางไปเขาชนไก่ในวันรุ่งขึ้น ผมจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องอยู่ต่อและคำพูดของแม่หลังจากนั้นคือบอกให้ผม 
“ทำหน้าที่ของตัวเองก่อน”
ใช่แล้ว ผม “ผิดสัญญาแล้ว” สัญญาที่พูดไว้กับอาม่าเมื่อครั้งก่อน ผมทำไม่ได้ ในหัวผมตอนนั้นมันเหมือนจะระเบิดออกมา ผมโทษตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายและนึกหาเหตุและผลทุกอย่างว่าทำไม
ทำไมต้องเป็นผมที่ไม่ได้อยู่กับท่านในวินาทีสุดท้าย 
ทำไมผมต้องมาเรียน นศท บ้าบอนี่
ทำไมวันนั้นไม่มีใครห้ามไม่ได้ผมไปทัศนศึกษา
ทำไมเหตุการณ์แบบนี่ถึงเกิดขึ้นกับผมคนเดียว
ทำไมผมรู้สึกเหมือนโดนแกล้ง


ก่อนวันที่ผมจะกลับมาเรียนผมตัดสินใจถามแม่ของผมว่าทำไมเรื่องบ้าๆแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับผม
แม่บอกผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแลเวหัวเราะในคอเบาๆ แม่บอกกับผมว่าอาม่าอละอากงคงอยากจดจำผมในตอนที่ยิ้มมากว่าตอนร้องให้ ท่านไม่อยากเห็นหลานที่ท่านเลี้ยงมาเองต้องมายืนร้องให้อยู่ปลายเตียงหรอก ไม่งั้นท่านคงหลับไม่สบายแน่นอน  ผมไม่รู้หรอกว่าพวกท่านคิดแบบนั้นจริงรึปล่าวแต่เมื่อแม่พูดมาแบบนั้นผมจะทำอะไรได้นอกจากได้แต่นั่งเงียบๆมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างเครื่องบินแล้วคิดในใจว่าถ้าเป็นงั้นจริงเดี๋ยวพวกท่านก็มาบอกเองแหละมั้ง...
จนถึงวันนี้ล่วงเลยมาแล้ว 8 ปี ก็ยังไม่มีใครมาบอกผมสักคน อดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นเพราะสิ่งที่แม่ผมพูดในตอนนั้นได้บอกแทนพวกท่านไปหมดแล้วก็ได้


SHARE

Comments