มองโลกในแง่ร้าย
   ในชีวิตฉัน ฉันประทับใจปรัชญาแบบทุนิยม (pessimism #มองโลกในแง่ร้าย) โดยมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ Schopenhauer เป็นต้นมา อาจเพราะประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาอย่างซมซานล้มเหลวเยอะแยะสูญเปล่าไปหมดกระมัง แม้แต่ศาสนาที่ฉันนับถือก็มองให้เป็นทุนิยมได้ พระพุทธศาสนาก็ต้องถือเป็นทุนิยมอย่างหนึ่ง เพราะ บอกว่าโลกนี้เป็นทุกข์ และมีเหตุแห่งทุกข์ ไม่ได้บอกว่าโลกนี้น่าอยู่และขอให้อายุยืน ขอให้ได้กลับมาเกิดอีกเรื่อยๆ ชีวิตในตัวเองคือความทุกข์โดยตรง ถ้าเราลองไม่ทำอะไรเลย ไม่กินข้าว ไม่บำรุงรักษาร่างกาย ไม่ช้าเราต้องตายก่อนแก่แน่ๆ (ทุกข์ของพระพุทธเจ้านั้นกินใจความรวมทุกๆอย่าง ทั้งทุกขเวทนา=ความรู้สึกทุกข์กายและใจ เป็นอันที่ตื้นที่สุด ,สภาวทุกข์ = รวมรวบยอดความทุกข์ทุกสายพันธุ์ ,ทุกขัง=ความทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้) คงจะบอกได้ไม่เต็มปากว่าพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ (และองค์ที่ผ่านๆมา)ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายบ้างเสียเลย 
.
   พอมาระยะหลังจาก Schopenhauer ปรัชญาสกุลนี้มีความเข้มข้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่จุดเริ่มต้นของPessimism โดย Schopenhauer นั้นแค่สอนให้เสพงานศิลปะเพื่อพ้นทุกข์ชั่วคราว และสละโลกเพื่อพ้นทุกข์ถาวร และประนามการฆ่าตัวตายว่าเปล่าประโยชน์และกลับกลายเป็นการยืนยันความต้องการมีชีวิตอยู่อย่างรุนแรงเสียด้วย ต่อมานักคิดผู้เยือกเย็นทั้งหลาย Mainlander สอน Philosophy of Redemption แล้วบทสรุปของปรัชญาระบบของเขามาลงเอยสนับสนุนให้ฆ่าตัวตาย (แล้วเขาก็ทำจริงๆในวัย 30 กว่าๆ), Benatar บอกว่าไม่เกิดมาเลยเสียยังดีกว่า (Better Never to Have Been: The Harm of Coming into Existence) แล้วก็สร้างตารางอสมมาตรระหว่างสุขและทุกข์เพื่อพิสูจน์ว่าการไม่ได้เกิดมานั้นดีแค่ไหน ,Cioran หมกมุ่นอยู่กับการฆ่าตัวตาย แถลงต่อประชาชีตั้งแต่หนุ่มๆว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความตาย แต่ก็ไม่ฆ่าตัวตายและตายลงในวัย 80 กว่าๆตามธรรมชาติ กลับกลายเป็นอายุยืนซะด้วย และบอกว่า “อย่าคิดฆ่าตัวตายเลยเพราะกว่าจะทำมันก็สายไปเสมอ” , Zapffe บอกว่าเหรียญที่โยนให้ขอทานนั้นยังถูกพินิจก่อนตัดสินใจโยนให้ แต่ทารกนั้นถูกโยนมาสู่โลกที่โหดร้ายแบบสั่วๆ ทั้งนี้ฉันมองว่าการมองโลกในแง่ร้ายนั้นมันให้ความสุขอย่างประหลาด โดยไม่จำเป็นที่จะต้องซึมเศร้า ไม่จำเป็นต้องหมดอาลัยตายอยาก ไม่ใช่การซ้ำเติมตัวเองให้จมแต่อย่างใด มันเป็น therapy ชนิดหนึ่งในโลกที่้เต็มไปด้วยการสนับสนุนให้มองโลกในแง่บวกที่แสนจะแห้งแล้ง ไม่ยึดโยงกับความเป็นจริง และละเลยสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตคือ “ความทุกข์”
SHARE
Writer
Elan_Vital
Wannabe Philosopher
I write in order to console my soul.

Comments