My 1st song
You are always gonna be my love
いつか誰かとまた恋に落ちても
I'll remember to love you taught me how
You are always gonna be the one
今はまだ悲しい love song
新しい歌うたえるまで


First love-Utada Hikaru มันคือ1ใน playlists ของฉันเองค่ะ ครั้งแรกที่ฟังฉันไม่เข้าใจเท่าไหร่ เพราะไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่รู้สึกว่าเพราะดี ฉันเป็นคนที่ใช้ความรู้สึกในการทำความเข้าใจความหมายของเพลง แน่นอนค่ะว่าเพลงนี้ค่อนข้างเก่า ฉันส่งเพลงนี้ให้น้องค่ะ จริงๆเพราะว่าช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้ทักหา เพราะมีอะไรต้องจัดการหลายอย่าง topic ที่เราคุยกันล่าสุด คือเรื่องหนังค่ะ 

ฉัน เป็นคนไม่ชอบดูหนังผี เท่าไหร่ เลยเล่าให้ฟัง ว่าฉันซื้อแผ่นหนังเรื่อง The conjuring 2 มาดูแล้วเกิดตกใจในผีแม่ชี ที่พุ่งมากับภาพวาด นึกภาพตามนะคะ 

ป๊อปคอร์นกระจายเต็มโต๊ะคอม เหมือน ดอกไม้โปรย และฉันกอดน้องหมาของตัวเองไว้แน่น และผลอกรี๊ดดังลั่นบ้าน 

ใช่ค่ะ มันน่าขำสิ้นดี 

และเพราะน้องไปดู Spiderman far from home ที่กำลังเข้าฉายอยู่ น้องบอกแค่ว่าไปดู เพราะมันสนุกมาก ฉันเคยไปดู Avengers The end game คนเดียวค่ะ และฉันชอบ Ironman มากๆ จนฉากสุดท้ายที่โทนี่ ตาย มันทำให้ฉันร้องไห้ ไม่นับฉากที่โทนี่บอกรักลูกสาว ประโยคฮิตของหนัง 
"I love you 3000" 
ค่ะ และฉันก็พิมพ์ประโยคนั้นไป ผ่านโปรแกรมแชทสีเขียว

สารภาพจริงๆก็บอกชอบน้องผ่านประโยคนั้นแหละค่ะ แต่อย่างว่าเด็กก็คือเด็กนั่นแหละ น้องไม่ทันมุขฉันค่ะ ได้แต่โอดครวญในใจ กับเพื่อนรุ่นพี่ในทวิต ว่าไหนความโรแมนติคหรอ มีแต่คนขำและสงสารฉันค่ะ ในเลข 5 นั้นมีน้ำตาซ่อนเอาไว้อยู่ 
立ち止まる時間が 動き出そうとしてる

忘れたくないことばかり

明日の今頃には

わたしはきっと泣いてる

あなたを想ってるんだろう
จนฉันส่งเพลงไป และน้องก็ถามว่ามันเป็นภาษาอะไร ญี่ปุ่นเหรอ 
ฉันตอบว่าใช่ เพลงญี่ปุ่่น และมันก็เพราะมากๆ
น้องถามว่า แล้วพี่เข้าใจความหมายเหรอ มันมีท่อนภาษาอังกฤษแค่ท่อนฮุคเองนะ 
ฉันตอบไปค่ะ ว่าเพลงนี้เป็นเพลงโปรด และฉันฟังบ่อยจนพอจะจับได้ว่าคนร้องจะสื่ออะไรผ่านเนื้อเพลงนี้ ความหมายของมัน คือ พูดถึงรักครั้งแรก ที่อีกฝ่ายจะเป็นความรักนั้นตลอดไป และคาดหวังว่าซักวัน เขาจะมีพื้นที่ตรงนั้นในใจให้เราบ้าง
Yeah, you will always be inside my heart

いつもあなただけの場所があるから

I hope that I have a place in your heart too

Now and forever you are still the one

今はまだ悲しい love song

新しい歌うたえるまで
ฉันไม่ค่อยได้ร้องเพลงภาษาญี่ปุ่นเท่าไหร่ค่ะ เท่าที่จำความได้ แต่สมัยเด็กๆตอนเรียนที่โรงเรียน วิชาภาษาอังกฤษ มักจะให้นักเรียนออกมาหน้าห้องและร้องเพลง นั่นคือ จุดเริ่มต้นที่ฉันเริ่มรักการร้องเพลงอย่างจริงจังค่ะ เมื่อก่อนฉันเป็นคนที่ขี้อายมากๆ ไม่ค่อยกล้าแสดงออกเท่าไหร่ จนวันนั้น ฉันจำเป็นต้องร้องเพลง เพราะมันมีคะแนนในวิชาภาษาอังกฤษ และ เพลงที่ฉันเลือก คือ เพลง My love-westlife ฉันที่พยายามร้องโดยไม่ได้มองเพื่อนๆในห้อง เพราะสายตาเหล่านั้นมันทำให้ฉันประหม่า ฉันเลยมองแต่นาฬิกา และเมื่อร้องจนจบ สิ่งที่ฉันไม่คิดว่าจะได้รับ คือ เสียงปรบมือดังทั่วห้อง ก่อนฉันจะรีบเดินไปนั่งที่ของตัวเอง

หลังจากนั้น 
เพื่อนๆก็ต่างขอให้ฉันร้องเพลงให้ฟัง เป็นว่าเล่นเลยค่ะ
จนเมื่อขึ้นม.ปลาย ฉันต้องไปทำรายงานกลุ่มที่บ้านเพื่อน และแน่นอนว่าพวกเราเปิดเพลงเกาหลีกัน เพื่อนบางคนแปลกใจค่ะ ที่ฉันสามารถร้องเพลงที่พวกเขาเปิดได้ไม่มีผิดเพี้ยน จนเพื่อนที่เป็นติ่งยังถามเลยว่ามีเพลงภาษาไหนบ้้างที่ร้องได้ และ เพราะไม่ได้คิดอะไร ฉันก็ตอบไปว่า ฉันสามารถร้องได้ ทั้ง ไทย อังกฤษ เกาหลี จีน และ ญี่ปุ่น และฉันไม่เคยมาอ่านซับไทย เพราะตอนนั้นเน็ตก็ไม่ได้ดีขนาดเท่าตอนนี้ ฉันอาศัยการฟังบ่อยๆและร้องตามที่ได้ยินจนชิน 
You are always gonna be my love

いつか誰かとまた恋に落ちても

I'll remember to love you taught me how

You are always gonna be the one

まだ悲しい love song, yeah

Now and forever

และนี่เป็นครั้งแรก ที่ฉันร้องเพลงภาษาญี่ปุ่นให้น้องฟังค่ะ 
พอร้องจบ ฉันได้รับคำชมจากน้องว่าร้องเพราะมากๆ ทำให้เคลิ้มจนเกือบจะหลับ ฉันบอกไปถ้าคราวหน้าถ้าจะหลับก็หลับได้เลย ไม่เป็นไรเดี๋ยววางสายให้ 

"ถ้าหลับไปก่อนจะได้ยินมั้ยคะ ว่าพี่บอกฝันดี" 
ฉันไม่คิดว่าน้องจะได้ยิน ตอนแรกฉันคิดว่าน้องหลับไปแล้วด้วยซ้ำ เห็นเงียบตั้งนาน 
พอน้องถามฉัน ว่าทำไมถึงชอบเพลงนี้
ฉันบอกไปว่า มันเป็นเพลงภาษาญี่ปุ่นที่ฟังครั้งแรกแล้วชอบ จนฟังบ่อยๆและจำเนื้อเพลงได้เอง เพลงเกาหลีก็เหมือนกัน เหตุผลที่ฉันชอบเพลงเกาหลี เพราะนักร้องส่วนใหญ่สื่ออารมณ์ของเพลงได้ดี ฟังแล้วอินตาม ต่อให้ไม่ได้เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่พอเดาได้ว่าเพลงนั้นเศร้าหรือเปล่า

"ว่าแต่พี่คิดถึงหนูมั้ย?"
"ก็ อือ คิดถึงนะ แต่พี่รู้ว่าเราเองก็เรียน ไม่มีเวลาหรอกจริงมั้ย พี่เองก็ทั้งเรียนทั้งทำงานด้วย"
"ก็จริงค่ะ แต่ถ้าคราวหน้าหนูไปสยามหนูจะคอลหานะ"
"คอลทำไมอ่ะ?"
"ก็คนแถวนี้สัญญากับหนูไว้ว่าจะเลี้ยงไอติมไม่ใช่เหรอคะ?"
"โอเค นึกว่าลืมไปแล้วนะเนี่ย" 

ฉันเองก็หวังเล็กน้อยค่ะ ว่าเราสองคนจะเจอกันอีก
ถ้าโลกจะเหวี่ยงให้เจอกันตั้งแต่ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น และ ได้มีโอกาสคุยกันจนถึงตอนนี้ 
รอไปอีก 10 ปี ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง


ไว้เจอกันนะคะ
Eclipse 
SHARE
Writer
Eclipse
Writer
Love

Comments