My Best Mom
แม่สอนเราว่า การใช้ชีวิตคู่มันยาก ถ้ามีก็ดี ถ้าไม่มีก็ดีเราสนิทกับแม่มาก ถึงแม้ครอบครัวเราจะเป็นครอบครัวใหญ่
แต่แม่ก็เป็นคนเดียวที่เราเล่าทุกเรื่องให้ฟัง
ตั้งแต่เด็กจนโต
เรากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าเรามีทุกวันนี้เพราะแม่ของเรา
แม้กระทั่งในเรื่องความรักแม่ก็ยังเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุด


จนมาถึงวันที่เราสอบติดทุนที่เราอยากได้
ตอนเเรกเราเลือกไปประเทศที่เราอยากไป ( ตามหา Harry Potter )
แต่ด้วยความที่เรามีต้นสังกัดที่ต้องกลับมาทำงานหลังเรียนจบ
คุยไปคุยมา เราเลยตัดสินใจย้ายไปอีกประเทศที่เร็วกว่าไทยประมาณ 3 ชม. แทน
ช่วงเวลาเกือบ 7 เดือนที่เรานั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้าน
อาจมีไปเข้าค่ายที่ กทม บ้าง สองเดือนครั้ง
แต่การอยู่บ้านเหงาๆ มันทำให้เราหมดไฟในการใช้ชีวิตไปเลย
เรารู้สึกว่าตอนนี้เราเป็น Introvert 100% เราไม่อยากเข้าสังคม ไม่อยากคุยกับใครแม้กระทั่งคนในครอบครัว จนวันที่เราทนไม่ไหว เล่าให้คนรักเราฟัง
เราเกือบทะเลาะกับแม่
โชคดีที่คุณทำหน้าที่เหมือนกาวสมานความสัมพันธ์ชั้นดี
จนวันนี้
วันที่เราทะเลาะกันแล้วแม่ของเราต้องมาทำหน้าที่เป็นกาวให้ความสัมพันธ์ของเราเเทน


เราจะรู้ตัวว่าสิ่งๆ หนึ่งสำคัญกับเรามากขนาดไหน ก็ตอนที่เรากำลังจะเสียสิ่งนั้นไป
เราไม่เคยรู้ตัวเลยว่าสิ่งที่ครอบครัวทำให้กับเรามาตลอด นั่นหมายถึงความรักและความสม่ำเสมอที่เขามอบให้กับเรา และเป็นสิ่งที่เดียวกับตลอดเวลา 4 เดือนที่ผ่านมาเรารู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่พวกเขาตั้งใจทำให้
เราพึ่งมารู้ว่าทุกคำบ่นคำว่าคำสอนที่เรารำคาญและไม่อยากฟัง อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้สึกว่าพวกเขายังเป็นห่วงเรา ถึงแม้โลกภายนอกจะสอนให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ และเราต้องหมุนเวียนไปตามกระแสนั้น อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ 'ครอบครัว' ยังเป็นที่ที่ทำให้เราเป็นเด็กได้เสมอ
ถึงเราจะกลับมาเข้าใจครอบครัว แต่ตอนนี้เราก็เกือบจะเสียคุณไป


เมื่อคืนเราเล่าให้แม่ฟังคร่าวๆ แม่ก็ขำตอนที่เราขอยืมโทรศัพท์แม่ดูการเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ของเขาหน่อย
' เด็กๆ ทะเลาะอะไรกันอีกละ ' 
' ไม่มีอะไรหรอกแม่ ' 
แต่เราก็ไม่เคยปิดบังเรื่องของเรากับแม่ได้เลย
เราตัดสินใจเปิดประตูห้องนอนเข้าไปรบกวนแม่ที่ยังไม่ตื่นนอนตอนเช้า พร้อมกับกอดแม่
น่าแปลกดีนะ 
เราอยากร้องไห้มาตั้งแต่เมื่อวานละ แต่ก็ร้องไม่ออกเลย
พอได้กอดแม่ แล้วแม่ลูบหัวเท่านั้นแหละ
น้ำตาที่เก็บไว้ทะลักยังกับเขื่อนแตก



แม่สอนว่า
' ให้ดูใจตัวเอง ให้ดูความรู้สึกของตัวเองนี้ ตอนนี้ใจหนูเป็นอย่างไร ใจหนูทุกข์ใช่ไหม ถ้าใจหนูทุกข์หนูก็ต้องเหยียบมันให้จม แล้วผ่านมันไปให้ได้ มันอาจจะยากเพราะช่วงนี้หนูต้องอยู่แต่บ้าน ในขณะที่พี่เขามีงานให้ทำถูกไหม แต่เมื่อไหร่ที่หนูต้องไปเรียนต่อ หนูไม่มีเวลาให้เศร้าหรอกนะ
แม่ก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมทะเลาะกันหนักขนาดนี้ ไหน...ไปทำอะไรมา ' 
เราเล่าให้แม่ฟังพร้อมกับร้องไห้ไม่หยุด ในขณะที่แม่ก็ฟังไปหาวไป
' อย่าไปคิดเลยนะ ว่าถ้าไม่ใช่คนนี้คงไม่ใช่ใครอีก ชีวิตยังอีกยาวไกลอยู่เลย สำหรับแม่น่ะ แม่มองเเล้วว่าพี่เขาอาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ ถ้าพี่เขาใช่ มันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้าง ต้องดูกันไปยาวๆ แต่ถ้าพี่เขาไม่ใช่ก็ถือว่าเลิกแล้วต่อกันเนอะ ' 
' ละรู้ใช่ไหมว่าเรื่องที่เกิดเพราะการพูดของเรานี่เเหละ เวลาโกรธให้นับ 1 ถึง 10 แล้วถอยออกมา 
ชีวิตคู่น่ะ ไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างที่รู้สึกหรอกนะ ก็ให้เวลาพี่เขาทบทวนใจตัวเองดูละกัน หนูก็ไม่ต้องไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับเขา แม่เคยสอนแล้วใช่ไหม ว่าผู้ชายก็เหมือนเสือ ถ้าจะลูบขนต้องลูบไปในทิศทางเดียวกับขนของเขา อย่าลูบย้อนกลับ...'
เผลอลูบผิดทิศทางนิดเดียว ยังโดนเสือโกรธขนาดนี้เลยพระเจ้าช่วย...
' นี่ลูกยังคบกันแค่นี้อยู่ ลองคิดดูสิ ถ้าวันหนึ่งลูกแต่งงานกัน แล้วต้องอยู่ไกลกันแบบนี้ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก หนูจะทำยังไง หนูจะเข้ามากอดแม่ ร้องไห้ เสียใจ วนไปแบบนี้น่ะหรอ ไม่ต้องไปรบกวนเขาแล้วนะ เดี๋ยวเขาอยากคุยเขาก็ตอบมาเอง ถ้าไม่อย่างนั้น หนูจะเสียเขาไปจริงๆ นะ ' 



อาจเป็นเพราะคำพูดของแม่ที่บอกว่าถ้าเรายังไปวุ่นวายกับคุณไม่เลิก เราจะเสียคุณไปจริงๆ เราเลยหยุดทุกอย่าง เรากลับมาอยู่กลับมาตัวเอง อาจจะโหวงๆ บ้าง แต่เราก็พยายามทำใจอยู่แหละ อย่างน้อยถ้าคุณไม่กลับมา เราก็จะได้จำไว้ว่าเราเต็มที่กับเรื่องของเราทุกอย่างแล้ว เพียงแค่วันนี้มันอาจจะไม่ใช่วันของเราแค่นั้นเอง 
' แม่บอกแล้วใช่ไหม หนูจะได้เป็นเจ้าหญิงที่อังกฤษนี่ ' แม่พูดแซวขำๆ 
สำหรับหนูการที่ได้มีพี่เขาอยู่ด้วย หนูก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงอยู่แล้ว ;) 


อย่างน้อยตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป และไม่ไปรบกวนคุณ
ไว้คุณอยากคุยค่อยตอบกลับมาละกันเนอะ


หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นนะ..
ต้องดีขึ้นอยู่แล้วแหละ
ก็มีแม่คอยช่วยแก้ปัญหาอยู่ข้างๆ นี่ไง


ขอบคุณนะคะ
รัก, 




SHARE
Writer
Hoshine
deciduous🍃
Dear me, oneday I will make you proud.

Comments