วันที่ 25 ของการฝึกงาน
          วันจันทร์ ที่ 8 ก.ค. 2562 วันนี้ไม่ได้ออกไปไหน อยู่ทำงานเสมียนที่สำนักงาน ช่วยพี่โบว์แสกนเอกสาร จัดเซตเครื่องมือผ่าตัด ช่วงว่างก็เล่นเกม พอรู้สึกว่าชีวิตมันจะไร้ประโยชน์เกินไป ก็นั่งทำสรุุปanatomyที่ก็ยังทำไม่ถึงไหน รู้ตัวอีกก็ถึงเวลาเลิกงานเราก็กลับบ้าน เราก็กลับไปทำหน้าที่แม่บ้าน ล้างจาน รดน้ำต้นไม้ ตอนรดน้ำต้นไม้จู่ๆก็นึกถึงพี่ว้อนท์ขึ้นมา พี่ว้อนท์เป็นคนที่เรารู้จักในเฟซ ช่วงที่จบม.6มั้ง ช่วงที่เราอกหักมาหมาดๆ พี่แกก็ทักแชทมาทำความรู้จักกันนั่นนี่ คุยไปคุยมา อ้าวพี่แกก็อกหักมาเหมือนกัน คนเหงาย่อมเข้าใจคนเหงาเมื่อสายตาเศร้าๆส่งมาทักทายกัน 🎤 ตอนนั้นเรายังไม่พร้อมมีใครใหม่ เราก็เป็นพี่น้องกัน มีคอลกันบ้างพี่แกดีดกีตาร์ส่วนเราก็ร้องเพลง พอหลังๆมาชีวิตเราก็เริ่มยุ่งวุ่นวายกับที่มหาลัย ก็คุยกับพี่แกน้อยลง พอพี่ว้อนท์ทักมาอีกทีปรากฏว่าพี่แกมีแฟนใหม่แล้ว นี่ไงคนทิ้งพี่ทิ้งน้อง โด่ววววว ทีนี้ก็ห่างๆกันไป นานหลายเดือนพี่แกก็ทักมาอีก พร้อมกับบอกเราว่า พี่เป็นโรคซึมเศร้า พอรู้เราก็ตกใจเพราะพี่แกเป็นคนตลกร่าเริง แล้วเป็นหนักด้วยจนได้ดรอปแล้วกลับมาอยู่ที่บ้าน เราก็คุยกันบ้างเรื่อยๆ เราเองก็มีชีวิตของเราที่ต้องจัดการ คุยกันล่าสุดก็เมื่อ 17 พ.ย. 2561 เราก้ทักไปคุยทั่วๆไปนี่แหละว่าอาการเป็นไงบ้างไรงี้ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย จนวันนี้ตอนที่เรารดน้ำต้นไม้จู่ๆก็นึกถึงพี่ว้อนท์ขึ้นมาเฉยๆ เลยเข้าไปส่องเฟซ แล้วไม่กี่สองสามวินาทีต่อมา เราก็ตะโกนลั่นบ้าน “ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เหี้ยเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” ใช่ พี่ว้อนท์เสียชีวิตแล้ว ไปตั้งแต่ 11 ก.พ. 2562 ประสบอุบัติเหตุขับรถเสียหลักชนต้นไม้ แล้วไปเสียชีวิตอยู่โรงพยาบาล เอาความรู้สึกเราก่อนตอนที่เห็นตอนแรกคือช็อก ช็อกมากๆ รู้สึกใจหาย รู้สึกโอ้กูเพิ่งรู้ คือในข่าวบอกว่าประสบอุบัติเหตุ แต่เราไม่รู้ว่านั่นคืออุบัติเหตุจริงๆหรือเปล่า โพสต์สุดท้ายของพี่แกเมื่อ 10 ก.พ. คือเพลงวิชาตัวเบา ของbodyslam เราเงยหน้ามองฟ้าที่มืดแล้วมีเมฆแต่ก็ยังมีดาวให้เห็น ใจหนึ่งก็คิดว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน ใจหนึ่งก็คิดไปว่าจะไปก็ไม่มาลากันเลย แต่ก็นึกได้ว่า พี่แกเคยลาเราไว้ก่อนแล้ว ตั้งแต่ 10 ก.ค. 2561 
……………
โรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคระบาดแต่ก็เหมือนโรคระบาด
……………
          มีหลายคนรอบตัวเราที่เป็นโรคซึมเศร้า ตอนนี้เราได้เห็นจุดจบของโรคนี้แล้วทั้งสองแบบ แบบหนึ่งคือคนชนะโรค ตัวอย่างคือญาติเรา เขาก็เป็นหนัก รักษาตัวอยู่บ้านหลายปี แต่ตอนนี้เขาหายแล้ว และได้กลับไปทำงานได้กลับไปใช้ชีวิต และแบบที่สองคือโรคชนะคน 
          ขณะกำลังคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยและรดน้ำต้นไม้ยังไม่ทันเสร็จ แม่ก็พาเราไปกินข้าวบ้านน้อง พอจะผ่านบ้านน้าเต่าเราก็ได้เจอพี่เต๋า กรี๊ดดดดดดดดด คือแบบอย่างหล่อ หล่อกว่าในทีวีอีก แม่บอกให้เราเปิดประตูรถไปสวัสดีพี่เขา เราก็เปิดประตูแล้วสวัสดีทักทาย พี่เต๋าก็คืองงไปแล้ว ว่าอีนี่ใคร 5555555555 คือแบบโคตรฟินนนนได้เจอคนหล่อได้เจอดารา อร๊ายยยยยยยยยย                     กลับมาฉุกคิด...          โอ้ ตะกี้พอเจอดาราเราก็ลืมเรื่องพี่ว้อนท์ไปเลย ความเศร้าความใจหายของเราได้หายไปในชั่วพริบตา เราได้เห็นสภาวะของอารมณ์พอทราบข่าวพี่ว้อนท์ ความเศร้าเสียใจก็เกิดขึ้น ความเศร้าตั้งอยู่กับเราในชั่วขณะหนึ่ง ยังไม่ถึงชั่วโมงความเศร้านั้นก็พลันดับไป
……………
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
……………
พอคิดมาถึงตรงนี้แล้ว เลยนึกถึงบทบังสุกุลตายขึ้นมา
อนิจจา วต สังขารา สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ
อุปปาทวยธัมมิโน มีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา
อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ บังเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
เตสัง วูปสโม สุโข การเข้าไประงับสังขารเหล่านั้นเสียได้ เป็นความสุข
เราก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไรขนาดนั้นหรอก ถึงจะเคยไปนุ่งขาวห่มขาวมาบ้าง แต่ก็ยังเป็นคนที่ยังมีรัก โลภ โกรธ หลง มีดีบ้างแย่บ้าง มีทำถูกบ้างผิดพลาดบ้าง เราว่าเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะจากในอดีต ตัวเราแต่ก่อนหัวร้อนง่าย ขี้หงุดหงิด หลังจากบวชเรารู้สึกว่าเรามีสติมากขึ้น ใจเย็นมากขึ้น ถึงบางครั้งสันดานเดิมๆมันจะหลุดออกมาบ้าง แต่เราว่าเราดีขึ้น เราชอบตัวเองในตอนนี้มากกว่าตัวเราในอดีตที่ผ่านมา และหวังว่าเราคงจะพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งๆขึ้นๆไป 
……………
วันนี้เป็นวันที่เราเขียนยาก ก็ไม่ได้จะเขียนให้ใครอ่านหรอก แต่แค่ว่ามันเขียนยาก เราถ่ายทอดความรู้สึกความคิดของเราในวันนี้ออกมาอย่างยากลำบาก อาจด้วยว่าวันนี้เราเจอหลากหลายเรื่องหลากหลายอารมณ์ด้วยแหละ แถมยังออกแนวปรัชญาชีวิตสุดๆ แล้วนี่จะจบยังไงดี เออ ช่างแม่งวันนี้จบยังงี้แหละ เออ จบๆ




SHARE
Writer
IbaP
Writer
anything

Comments