โรงแรม หรือ ร้านอาหาร
     🐻 เพื่อนๆ น้องๆ พี่ๆ ที่เรียนจบโดยตรงทาง
ด้านสายอาหาร หรือ ผู้มีใจรักอยากลองเปลี่ยนอาชีพ 
มีความฝันอยากจะเป็น Chef แต่งตัวเท่ๆ หมวกทรงสูง เห็นตัวเรายืนอยู่ในครัว ทำอาหารให้แขกทาน ทำงานอย่างคล่องแคล่ว อยากตะโกนOrderเสียงดัง 😎
แล้วมีคนหลายคนตะโกนกลับว่า Yes Chef !!! 🔥🔥
วางถุงกาวลงก่อน ตื่น สติ สติ สติ สติว้อย ดิออก !!     วันนี้ พี่หมี🐻 จะมาบอกเล่าทั้งข้อดีและข้อเสีย
จากการที่ทำงานมาทั้งโรงแรมหรูห้าดาว⭐️⭐️✨ และร้านอาหารชื่อดังระดับโลก🌍 มั้ง?🤷🏻‍♂️👨‍🍳🤥
ว่ามีข้อดี ข้อเสีย เพื่อเป็นตัวเลือกให้เชฟรุ่นใหม่ ในการปลดแอกจากผู้ถูกเลือก เป็นผู้เลือกบ้าง โดยข้อความต่อไปนี้มาจากทัศนคติ สภาพแวดล้อม ลักษณะของงาน 
ณ เวลานั้นๆที่ พี่หมี🐻 ทำงานอยู่เป็นปัจจัยหลักนะจ๊ะ มีด้วยกัน ทั้ง 3 เรื่อง ดังนี้

    เรื่องที่ 1 “จอมยุทธ์น้อย ด้อยประสบการณ์”
ตอนมีงานทำที่แรก พี่หมี 🐻 นี้วิ่งเข้าหาผู้ใหญ่ตลอดทั้งงานหนัก งานเบา เพราะอยากได้ความรู้ เพราะว่าอาชีพนี้ จำเป็นต้องใช้ทักษะ เรียนรู้จากความผิดผลาด และประสบการณ์จากคนเก่งนะ ไม่ใช่คนคิดว่าตัวเองเก่ง🙏🏻🖕🏻🖕🏻🖕🏻โรงแรม Vs ร้านอาหาร🖕🏻🖕🏻🖕🏻🙏🏻
ตอบ : โรงแรมดีกว่า พี่หมี🐻 ให้เหตุผลว่า ร้านอาหารสมัยนี้ตั้งแต่ระดับกลางไปถึงระดับใหญ่ๆ จะมีคนที่ทำของให้(ของในที่นี้หมายถึง ซอส, ของหวาน, ของที่ใช้เวลาทำระยะยาวแนว”Slow cook” ทำปริมาณแบบว่าเอาซอสมะเขือเทศ เทใส่สระว่ายน้ำได้อะ🐳 
แต่คนเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในครัวที่เราทำงานนะ จะเป็นสถานที่อื่นจากข้างนอกลักษณะเป็นอุสาหกรรมเรียกว่า “ครัวกลาง” คนในครัวกลางจะทำของ และมีรถบรรทุกส่งตามสาขาๆก็ว่าไป ทำให้เชฟรุ่นใหม่ ไม่รู้ว่า ของที่เราใช้ขายทำอย่างไร เรียกว่าอะไรด้วยซ้ำ หรือชื่ออะไร
ในขณะเดียวกันถ้าได้ทำครัวกลางเป็นที่ทำงานแรก เพื่อนๆก็จะทำของเก่งแต่พอย้ายไปเป็นเชฟทำOrderให้แขกจริงๆก็จะแก้ปัญหาไม่เก่ง บริหารเวลาไม่เป็น ว่าทำอะไรก่อน อะไรหลัง เวลาเจอOrder เยอะๆ
(ในช่วงปรับตัวแรกๆ หรือบางคนก็ช็อตไปเลยยืนโง่🐔)
แต่ว่าโรงแรม จะต้องทำของเองแทบเกือบทุกอย่างเลย
     พี่หมี🐻 อยู่ครัวร้อน ปลาก็ต้องแล่เอง ไก่ตัวเล็กก็ต้องเลาะกระดูกเอง สันในวัวก็ต้องเเต่งเอง ซอสก็ต้องขึ้นเอง เนื้อเราตัดความหนา-บางไม่เท่ากัน เราก็จะรู้
ว่าสมมติ ถ้าOrderไหนสั่ง Medium rareก็จะเอาบางหน่อยย่างจะเสร็จไว ถ้าOrderไหนแขกสั่งแต่รอเรียกก็จะเอาหนาหน่อยเพราะมีเวลา ไม่ถูกเร่ง พอย้ายแผนกมาอยู่ Pasta ก็ทำเส้นสดเอง ทำซอสเอง จะมีความรู้เรื่องการผสมซอส เช่นซอสA+ซอสB เกิดเป็นซอสC เพราะฉะนั้นพี่หมีขอยกความดีความชอบให้งานโรงแรม ที่ทำให้เราทั้งทำอาหารเก่ง ทั้งทำของเก่ง 🏢🥇🙆🏻‍♂️

     เรื่องที่ 2 “สถาการณ์สร้างกู เป็นฤาษี”ใครคิดว่าอยู่โรงแรมมีข้าวกินฟรีไม่เสียเงิน จะบอกอะไรให้มันหักรวมอยู่ในเงินเดือนเป็นค่าอาหารพนักงานไปแล้วนะจ๊ะ อย่าคิดว่าอุ้ยดีจังข้าวก็ฟรีน้ำก็ฟรี ประหยัดเงินบางครั้งคำนวนดีๆอยู่ร้านอาหารเอาค่าอาหารพนักงานในโรงแรมมาทำข้าวกินเองอาจประหยัดกว่า
🙏🏻🖕🏻🖕🏻🖕🏻โรงแรม Vs ร้านอาหาร🖕🏻🖕🏻🖕🏻🙏🏻

ตอบ : ร้านอาหารดีกว่า พี่หมี🐻 ให้เหตุผลว่าถ้าอยู่โรงแรมเวลาพักบางครั้งอาจดูไม่แฟร์เพราะหากมีงานที่ค้างอยู่ก็อาจจำเป็นต้องทำให้เสร็จ บางครั้งก็ไม่ได้เบรก จำได้เลยตอนที่ช่วงพนักงานลาออกเยอะ พี่หมีไม่ได้ใช้แคนทีนหรือกินข้าวเป็นระยะเวลา 2 เดือนเต็ม มันอาจเป็นความผิดพี่หมี🐻 ที่ไม่กิน แต่เวลาเบรคพี่หมี🐻 คือ16.00-17.00 เก็บBuffetตอน14.30เก็บเสร็จก็15.15-15.30 แต่พอหลังจากนั้นบางครั้งก็ต้องทำ Testing menuใหม่, ทำPromotionอาหารแต่ละภาคของอิตาลี, ทำอาหารงานEventและเตรียมของขายประจำวันในเวลาเดียวกัน ลองคิดสภาพนะเราอยู่คนเดียวขายอาหาร เตรียมของหน้าตู้เย็นขายของ รวมถึงทำพาสต้าเส้นสด ทำซอสพร้อมกับเตรียมงานEventอีก ถ้าเบรคก็คงไม่ทัน😭 แต่ถามว่าผอมลงไหม ไม่ !!!😂 ใครไม่เบรคหรือขยันมากๆ จะถูกล้อว่าเป็นฤาษีเพราะชอบอดข้าว ซึ่งในขณะเดียวกันร้านอาหาร จะเบรคเต็มเวลา เบรคช้าก็เบรคเต็ม กินข้าวก็หากินเองลำบากหน่อยแต่ไม่ต้องลุ้นเหมือนโรงแรมว่า อาหารจะอร่อยน่ากินไม่น่ากิน ร้านอาหารจึงชนะไปในที่สุดนะจ๊ะ 🏠🥇

     เรื่องที่ 3 “โทษที พี่มีครอบครัว”คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นคำที่อยากพูดกับหัวหน้ามากๆ เวลาทำงานอยู่แล้วมีงานด่วนกระทันหันมาบอก ว่ามีแขกจะกินเมนูนี้ๆตอนนี้ใสอีก10นาที เพื่อนหัวหน้ามาอยากได้เมนูพิเศษเตรียมยากๆซ้อนทับกับความยุ่งจากแขกในห้องอาหารแต่ต้องลัดคิวบ้างอะไรบ้าง หรือพอจะกลับบ้านแต่มีงานพิเศษที่หัวหน้าจะให้เตรียมก่อนกลับทำให้บางทีเลิกห้าทุ่ม กลายเป็นตีหนึ่ง จึงอยากบอกหัวหน้าว่า โทษที กูมีครอบครัว แต่กลัว ไม่ได้กลัวที่จะพูดนะกลัวบอกละมันไม่สนใจอะสิ
ป.ล. เวลาปิดครัว 22.45 แต่พี่หมี🐻 เลิกงาน 23.00 
แล้วไหนต้องทำความสะอาดครัว เช็คคุณภาพวัตถุดิบ ทำRecordเรื่องสุขาภิบาล เป็นต้นคร่าวๆนะจ้ะ
🙏🏻🖕🏻🖕🏻🖕🏻โรงแรม Vs ร้านอาหาร🖕🏻🖕🏻🖕🏻🙏🏻
ตอบ : เสมอกัน หมายถึง ต้องทำใจนะจ้ะ อาชีพเชฟเป็นอาชีพเสียสละ เลิกงานตรงหรอ? ยืนรอหน้าที่แสกนนิ้วออกแบบงานออฟฟิตหรอ? เอางานกลับไปทำที่บ้านไม่ได้นะจ๊ะ บางครั้งเจอมาเฟียมากินก็ต้องทำนะจ๊ะ 
หยุดวันเสาร์ หยุดวันอาทิตย์ หยุดวันพ่อ วันแม่ วันพระ วันเกิด วันอะไรก็แล้วแต่บอกเลยว่า ตื่นเถอะ สงกราณ์ยังเล่นสาดน้ำในครัวกับเพื่อนๆอยู่เลย 

     พี่หมี🐻 นำเอาปัจจัยหลักๆที่ส่งผลต่อระบบการทำงาน การเติบโตด้านความคิด ความรู้ ของอาชีพเชฟระหว่างโรงแรมกับร้านอาหาร มาบอกเล่า แต่ปัจจัยอื่นๆ เช่น เพื่อนร่วมงานงี่เง่า, เงินเดือนเยอะน้อย, โอกาสที่จะได้ขึ้นตำแหน่งช้าเร็ว, และอื่นๆ ไม่ได้ยกมานะ เพราะคิดว่าเพื่อนร่วมงานงี่เง่ามีทุกที่ทุกอาชีพเราเลือกที่จะอยู่ให้เป็นปรับที่เขาไม่ได้ก็ปรับที่เรา เงินกับตำแหน่งอยู่ที่เราถ้าเราเก่งจริงเราสั่งสมประสบการณ์จริงไม่ได้ทำงานไปวันๆ พี่หมี🐻 เชื่อว่ามันเงินกับตำแหน่งจะตามมาให้เราแน่นอน 
                   แต่จงจำคำพี่หมี🐻 ไว้นะ “อย่ามั่วเดินย้ำอยู่กับที่ กล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ อย่าอยู่ที่เดิมนานๆสำหรับอาชีพนี้ ถ้าคุณตำแหน่งระดับ
Sous chef ก็อีกเรื่อง จงเชิดหน้า ยิ้ม เดินก้าวต่อไป”

ด้วยความเคารพ Yeschef! พี่หมี🐻

SHARE
Writer
Tonsleephead
Writer
ประสบการณ์การทำอาชีพChef, ความรู้และทักษะการทำอาหาร

Comments