Limitation
เราก็ต้องรู้ลิมิตตัวเองสิ

เจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่งตอบเธอจากคำถามที่ว่า เธอจะตายไหม ถ้าเธอดื่มกาแฟแก้วที่สองของวัน

เธอเคยดื่มกาแฟมากกว่าสองแก้วต่อวัน และเธอไม่เคยตาย เธอสั่งอเมริกาโนอีกแก้ว

เขาเดินเข้ามาในร้านตามเวลาที่เธอนัดหมายไว้ สีหน้านิ่ง วางกระเป๋าลงที่โต๊ะของเธอก่อนจะเดินไปสั่งเครื่องดื่มยอดนิยมของร้าน กลับมานั่งที่โต๊ะ ถอนหายใจ สักพักเจ้าของร้านนำอเมริกาโนของเธอมาเสิร์ฟ

“ถ้าเราตาย พี่ไม่รับผิดชอบนะ”

เจ้าของร้านไม่ได้พูด และอาจจะไม่ได้คิด แต่เธอตีความสีหน้าของผู้เสิร์ฟออกมาเช่นนั้น ไม่แปลกใจ เธอไม่ได้ขอให้ใครมารับผิดชอบความตายที่เกิดจากการทำจนเกินขีดจำกัดของเธอ เธอผ่านอะไรมามาก ไม่ใช่ประสบการณ์ชีวิตอันโลดโผน หากแต่เป็นการกระทำที่ข้ามขีดจำกัดของตนเอง 

เขาถามเธอขึ้นมาดื้อๆ

วันนี้กินกาแฟไปกี่แก้วแล้ว
เธอไม่ตอบ ไม่ใช่กงการอะไรของเขาที่จะรู้ว่าเธอสามารถกินกาแฟได้เป็นสิบสิบแก้วเพียงเพราะต้องการจะใช้เวลายามบ่ายอ้อยอิ่งกับเขาในร้านกาแฟ (หากเขาปรารถนาจะอยู่ในร้านกาแฟแห่งนี้ทั้งวัน) เธอจิบกาแฟ เขามองเธอ ไม่พูดอะไร ความเงียบปกคลุมระหว่างคนสองคน จนก้อนมวลแห่งความอึดอัดก่อตัวขึ้น เขาจึงเอ่ยขึ้นมาก่อน

“นัดผมมาทำไม”
“คุณก็รู้ว่าทำไม”
“คุณคิดดีแล้วเหรอ”
“ฉันคิดมาทั้งคืน”
“ทำไมคุณไม่นอน”
“นอนทำไม คาเฟอีนแล่นอยู่ในกระแสเลือดของฉัน”

ใจสั่น มือสั่น เธอเริ่มปวดหัวเล็กๆ ฉิบหาย คาเฟอีนพล่านไปทั่วร่างกายอย่างควบคุมไม่ได้ มันมากเกินไป 

หรือฉิบหาย เธอตื่นเต้นและกลัวที่จะเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ 

เธอรู้ลิมิตของตัวเองดี เธอทนเขาได้มากกว่านี้ เธอมั่นคงได้มากกว่านี้ เธออยู่กับเขาได้มากกว่านี้ ทนมานานแล้ว ทนต่อไปอีกนิดจะเป็นไร

จังหวะหัวใจตุบตับ ขมับเริ่มบีบตัวเข้าหากันมากขึ้น เธอไม่สบายตัว เริ่มเจ็บปวด ทรมาน เธอหยิบกาแฟขึ้นมาซดแต่แทบจะบ้วนทิ้งทันทีเมื่อนึกได้ว่าคาเฟอีนในแก้วคือเหตุแห่งความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับเธอ เธอหยุดความทรมานนี้ได้ เธอวางแก้วกาแฟลงได้ เธอสามารถบอกได้ว่าเธอไปไกลกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว สองแก้วต่อวันก็เพียงพอสำหรับร้านนี้

เธอวางแก้วกาแฟลง มองเขาที่กำลังคาดคั้นคำตอบจากเธอ

เราก็ต้องรู้ลิมิตตัวเองสิ
เสียงเจ้าของร้านดังขึ้นในหัว 
เธอหยุดนิ่ง

บางทีลิมิตของเราอาจจะแตกต่างกันไปตามสถานที่ เวลา และผู้คน เธอเคยทนอะไรได้นาน ไม่ได้แปลว่าเธอจะต้องทนตลอดไป เธออาจจะฝืน ฝืนเกินไปจนกลายเป็นความทรมาน ชีวิตเราต้องมีความพอดี มากไปจะกลายเป็นทุกข์ น้อยไปก็ไม่สาสมแก่สายเลือดมนุษย์ในตัว

เธอเดินไปจ่ายเงิน กล่าวขอบคุณเจ้าของร้าน ก่อนจะเดินออกจากร้านโดยไม่หันไปมอง “เขา” เธอเดินไปจนถึงท่าเรือข้ามฟากแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทรมานขึ้น ร่างกายบิดตัวเป็นเกลียว เหมือนกับคาเฟอีนทั้งหมดนั้นบีบอัดเส้นเลือดของเธอให้รวมเป็นหนึ่ง เธอครวญคราง แต่เป็นการครวญครางด้วยความสุขสม เธอรู้ขีดจำกัดของตัวเอง เธอก้าวผ่านมันมาได้ หากแต่บัดนี้ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ความดื้อแพ่ง อาการไม่ยอมแพ้มันกำลังทำร้ายเธอ เธอรู้สึกบิดเบี้ยวมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าการเสพคาเฟอีนครั้งใดที่เคยประสบมา 

เธอจะตายไหม ถ้าเธอดื่มกาแฟมากกว่าสองแก้วต่อวัน
เราก็ต้องรู้ลิมิตตัวเองสิ
ร่างของเธอค่อยๆ จมดิ่งสู่แม่น้ำเจ้าพระยาช้าๆ ปล่อยให้น้ำขุ่นโคลนเย็นๆ ไหลไปทำปฏิกิริยากับสารคาเฟอีนในร่างกาย เธอรู้ “ลิมิต” ของตัวเองในท้ายสุด 
SHARE
Writer
aumalice
Witch
in 1997 geboren

Comments