ความแตกต่างระหว่างคนคุยกับแฟน
ผมเชื่อว่าไม่มีใครชอบความสัมพันธ์แบบคนคุยหรอก จากก้นบึ้งของหัวใจ ลึกๆ แล้วเราล้วนอยากรับผิดชอบหัวใจใครซักคนหนึ่ง แม้จะต้องตามมาด้วยความเจ็บปวด 

ถึงอย่างไรความสัมพันธ์คนคุยไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก มันมีข้อดีหลากหลายอย่าง ตรงที่เรามีสิทธิ์พอๆ กันระหว่างจะเดินหน้าต่อหรือถอยหลังในความสัมพันธ์ ต่างฝ่ายต่างไม่มีแรงกดดันใดๆ ที่ต้องรับ เพราะเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของกันและกันเท่านั้น เหมือนเสื้อผ้าไง ขาดไปก็เปลี่ยนใหม่เท่านั้นเอง


จะผิดอะไร ถ้าใครสักคนหายไปโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ คนคุยก็เป็นแบบนี้แหละ และตอนนี้ผมก็เป็นคนคุยคนนั้นเอง ที่กำลังกลัวว่าคุณจะหายไป

พอได้คุยกันมากๆ ต่างฝ่ายต่างรู้จักกันมากขึ้นก็จริง แต่ระยะห่างของความสัมพันธ์ก็ยังเท่าเดิม ผมจึงมาพิจารณาดูว่ามันขาดตรงไหนบ้าง จะได้ต่อเติมเพื่อที่เราจะขยับไปเป็นแฟน 

แล้ววันหนึ่งผมก็พบว่ามันคือ “บริบท”

เมื่อใครสักคนเศร้า วันที่เราเป็นแค่คนคุย อย่างมากที่สุด ก็แค่โทรหากันและกัน ปลอบกันไปมา ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่ถ้าเป็นแฟนกัน  เราคงพากันไปเดินเล่น ไปหาอะไรกินเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น

นี่เป็นแค่เศษเสี้ยวของบริบทเท่านั้น คนคุยหลายๆ คน อาจทำอะไรได้มากเกือบๆ เท่าแฟนก็จริง แต่มันก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะมันขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ 
ความชัดเจนชัดเจนว่าจะดูแลกันได้ทุกเมื่อ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง...

ชัดเจนว่าจะรับผิดชอบความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ...

ชัดเจนว่าจะปลูกความสัมพันธ์นี้ให้เติบโตไปเรื่อยๆ...

ความชัดเจนเป็นสิ่งเรียบง่าย แต่มันก็ถูกบิดเบือนได้ง่ายดายเหมือนกัน วันใดก็ตามที่ความชัดเจนเกิดขึ้น จงรักษามันไว้ เพราะนี่แหละ เป็นปุ๋ยที่ดีที่สุดที่ทำให้ความสัมพันธ์เติบโตได้....



SHARE
Writer
Inthewind
loser
นักชอบเขียน

Comments