หน่าฮ่าน : ในวันที่เราเดินทางมา 16 ปีแล้วได้เจอกันตรงกลางทาง
รู้จักวงดนตรีภูมิจิตมาร่วม 16 ปีเต็มๆ ตั้งแต่สมัยที่พวกพี่พุฒิ พี่กานต์เรียนมหาวิทยาลัย โดยที่ตอนนั้นยังเรียนมัธยมอยู่แล้วตอนนี้จะต้องทำงานให้โรงเรียนโดยที่พี่จิมมี่ (เฮดไลท์แมกกาซีน) แนะนำมาให้รู้จักกัน และหลังจากนั้นก็มีความผูกพันธ์กับวงดนตรีวงนี้มาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าโตมาด้วยกัน อยู่ในทุกวันที่มีความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เปลี่ยบนมือเบสมาเป็นพี่บอมหลังจากที่รู้จักกันที่งานในจังหวัดหัวหินและมาเริ่มเล่นครั้งแรกที่พระอาทิตย์ หรือวันที่พระอาทิตย์ที่มือกลองภูมิจิตเบี้ยวแล้วแม็กขึ้นมาตีแทน

ในช่วงเวลาที่เรากำลังเติบโตและเลือกเรียนสายภาพยนตร์ วงดนตรีภูมิจิตเป็นเป็นหนึ่งในคนที่เราสนใจและติดตาม ทำให้เราได้ลองผิดลองถูกในการทำงาน ได้สร้างงานต่างๆ ขึ้นมา พาเราไปรู้จักคนอื่นๆ ในโลกที่กว้างขึ้นมากกว่าสายงานดนตรี และงานของภูมิจิตก็ยังบันดาลใจ และทำให้เราสร้างงานจนทำให้เรานั้นได้รู้จักกับใครหลายๆ คนในวงการภาพยนตร์เช่นกัน

ระยะเวลาสิบกว่าปี ต่างคนต่างเติบโต ต่างมีเส้นทาง เป็นของตัวเอง ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมา เราเริ่มทำภาพยนตร์ ทำงานในสายนี้อย่างเต็มตัว แม้ว่าจะเป็นงานสารคดีสั้น งานอินเตอร์เนทฟิล์มเล็กๆ งานโฆษณาต่างๆ เราก็มักจะขอความช่วยเหลือ ปรึกษา และได้ทำงานกับสมาชิกของวงอยู่อย่างสม่ำเสมอ

และแน่นอนว่าพอมาถึงวันหนึ่งที่เราจะต้องทำงานที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นของตัวเองซักชิ้นหนึ่งที่น่าจะมีคนจำเราได้ สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ คือการที่เราไปหาสมาชิกวงภูมิจิตและทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี

ก่อนอื่นเลยดนตรีประกอบที่ถูกบรรจงทำขึ้นด้วยบรีฟแบบแปลกๆ ของตั๊ก ที่ถูกการดีไซน์และเรียบเรียงโดยแม็ก มือกลองวงภูมิจิต ที่ปกติแล้วแม็กเป็นคอมโพเซอร์ให้กับซีรีส์ และโฆษณามากมาย การได้แม็กมาทำงานในหนังเรื่องนี้เราดีใจมากๆ เพราะถึงแม้ว่าแม็กจะไม่เข้าใจเรื่องราว หรือคัลเจอร์ แต่นิสัยการเรียนรู้และลองผิดลองถูกของแม็ก ช่วยเหลือเราและหนังของตั๊กเอาไว้มากๆ ซึ่งฟีตแบ็คหลังจากหนังฉายไป ที่มีคนพูดถึงดนตรีประกอบเยอะ เราก็ดีใจแทนแม็กและรู้สึกคิดไม่ผิดที่เลือกแม็กมาทำและบอกให้ตั๊กเชื่อว่ามันจะเวิร์คในงานนี้

พี่กานต์ที่มาพร้อมกับทีมพี่พัท ที่ช่วยดีไซน์โปสเตอร์จากเอี่ยมสตูดิโอ ซึ่งพี่กานต์เราได้คุยมานานมากว่าอยากให้มาช่วยทำ และได้่ติดต่อกับพี่พัทไปนานมาก จนลืมไปแล้วว่าเคยคุยกันจริงๆ ซึ่งแม้ว่าเราจะไม่ได้ติดต่อโดยตรง แต่การที่นายทุนเลือกพี่พัทและพี่กานต์มาทำ ทำให้เรารู้สึกดีใจมากๆ ที่อย่างน้อยเราจะได้มีงานของพี่ๆ อยู่ในหน้าหนังของเราและมันจะอยู่อีกยาวนาน ซึ่งการได้พี่พัทมาก็ทำให้เราได้ทำงานกับเอ็ม ที่เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนด้วยอีกหนึ่งคน

ส่วนพี่พุฒิ ที่แม้ว่าแกจะเป็นวิศวกรแต่งานอดิเรกของแกอย่างการทำ Midlife Podcast ที่เราฟังประจำ ที่ช่วยให้เราเข้าใจและวิธีการเรียนรู้การใช้ชีวิตของคนอื่นๆ ก็เป็นคนแรกๆ ที่เสนอตัวมาช่วยเราในการโปรโมตหนังเรื่องนี้ ผ่านการสัมภาษณ์พูดคุยทำความรู้จักกับตั๊ก และได้ปล่อยออกไปเรียบร้อยก่อนที่หนังจะฉาย หลายๆ คำถามของพี่ที่มีในรายการ มันอินไซด์มากและน่าจะทำให้คนเข้าใจตั๊กและตัวหนังมากขึ้นจริงๆ

ส่วนพี่บอมเหมือนว่าจะดูไม่ได้มีส่วนอะไรโดยตรง แต่เสื้อ "แป๊ปพี่" ที่พี่ทำขึ้นมา มันก็ถูกกระแสไวรัลจนน้องแอ้ที่ทำคอสตูมเลือกมาใช้กับตัวละครในหนัง แถมมันยังอยู่ในโปสเตอร์อีกด้วย

ทุกอย่างมันไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสอง-สามวัน หรือว่าต้องใช้ตัวเงินมากมายในการจ่ายไป แต่ทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นมันคือเรื่องของหัวใจที่มันถูกซื้อกันมานานจนกลายเป็นความผูกพันธ์ มันไม่ได้เหมือนเป็นสมาชิกวง แต่มันคือครอบครัว

ดีใจมาก ที่ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในงานชิ้นนี้
ขอบคุณวงดนตรีภูมิจิตที่เติบโตมาด้วยกัน
เหมือนปลูกต้นตาลที่เติบโตช้าแต่เติบโตอย่างมั่นคง

แพท
08/05/62

ป.ล.
- หนังออกจากโรงฉายแบบปกติไปแล้ว หลังจากที่พยายามจะยื้อมานาน ด้วยการฉายแบบจำกันโรงที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ ซึ่งต้องขอบคุณน้องโด้ไว้ ณ ที่นี้ที่ช่วยยืดให้หนังได้อยู่จนเกือบสองเดือน
- ใจจริงเราก็อยากจะฉายให้คนได้ดูแบบเล็กๆ แต่ว่าพอเราไม่ได้ถือสิทธิ์หนังในการจัดจำหน่าย ก็อาจจะยาก แต่ถ้าใครสนใจก็ติดต่อทางบริษัท MVP ได้เลย เพราะสุดท้ายมันก็จะมาหาเราเพื่อที่จะเอาไฟล์ไปใช้อยู่ดี
- ภาพประกอบขโมยมาจากเพจภูมิจิตจ้า
SHARE
Writer
patzh
Regista
Chamchuri Supporters / Bangkok

Comments