"เมื่อความเปลี่ยนแปลงเข้ามาสั่นสะเทือนหัวใจ...การเรียนรู้จึงมีความจำเป็น"
หลายครั้งในความสัมพันธ์ของชีวิตที่พบกับภาวะ "เปลี่ยนแปลง"
ดังคำกล่าวที่ว่า ไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนเมื่อวาน เพราะอะไรถึงเปลี่ยนไป
ในมิติของชีวิตรักก็สามารถพบเจอกับภาวะแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ เช่น จากความรักที่หวานชื่นในช่วงแรกกลับกลายเป็นความขมขื่นในเวลาต่อมา หรือ จากความรักความเข้าใจที่มีมาตลอด กลับผันแปรเป็นความคาดหวังและความกดดัน
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้
ความรักที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้งอกงามถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ไปสู่ความโกรธ ความไม่พึงพอใจ และความขัดแย้ง
"สร้างรอยร้าว" ไปเสียได้
ความรัก การสร้างความสุข และการดูแลความทุกข์ มีรากฐานมาจากความเข้าใจ เราไม่สามารถบอกได้ว่า รักคือการให้โดยปราศจากความเข้าใจ โดยภาวะของ "ความเข้าใจ" สื่อถึงการรับรู้ว่า ผู้คนที่เรารักนั้นปรารถนาสิ่งใด ไม่ต้องการสิ่งใด การแสดงออกของรักโดยอาศัยพื้นฐานจากความเข้าอกเข้าใจเช่นนี้ ย่อมเป็นไปด้วยทิศทางของการส่งเสริม ไม่ยัดเยียด รวมทั้งมีความเคารพนับถือ มากกว่าการดูถูกเหยียดหยาม
ประเด็นของ "รอยร้าวในรัก"
จึงเริ่มขึ้นที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในภาวะของการเข้าอกเข้าใจต่อกันและกัน
แต่เปลี่ยนเป็นการบอกว่า เธอต้องเข้าใจฉัน - เธอต้องเอาใจฉัน "เหมือนเดิม" เมื่อเกิดมุมมองลักษณะนี้ ความรู้สึก คำพูด การกระทำ และวิถีทางในความสัมพันธ์ ย่อมดำเนินไปด้วยความกดดัน บังคับขู่เข็ญ ครอบงำบงการ เปลี่ยนแปลงสัมพันธภาพให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการต่อสู้และเอาชนะ เมื่ออยู่ร่วมกันด้วยสภาวะจิตใจเช่นนี้ รอยร้าวย่อมเพิ่มพูนและเรื้อรัง หากยังไม่สามารถฟื้นคืนความเข้าใจให้กลับมา
การยึดติดกับเรื่องราวในวันวาน
คือชนวนสำคัญของการสร้างรอยร้าวให้ความรัก
คำว่าเหมือนเดิม คือคำที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความเข้าใจในชีวิตที่คลาดเคลื่อนอย่างมหาศาล เพราะไม่เคยมีอะไรที่เหมือนเดิมเลย ลองนึกดูว่า การพบเจอคนรักใน "ครั้งแรก" เรารู้จักเค้าประมาณหนึ่ง และเราก็แสดงออกต่อครั้งแรกนั้นในแบบหนึ่ง แต่เมื่อรู้จัก ผูกพัน และแสดงออกต่อกันนานวันเข้า "ครั้งแรกจึงไม่เหมือนเดิมแล้ว" ชีวิตนั้นก้าวเดินไปข้างหน้า เปิดกว้างขึ้น ชัดเจนขึ้น "ในทุกวัน" จึงกล่าวได้ว่า ในทุกวัน ทุกนาที "คือความเปลี่ยนแปลง"
ดังนั้นในมิติของความรักที่เปลี่ยนเป็นร้าวในที่นี้
จึงเป็นเวลาสำคัญที่จะสอบถามกับตนเองและผู้คนที่อยู่ในความสัมพันธ์ว่า
มีสิ่งใดที่เรามองข้ามหรือหลงลืมไปบ้างถึงสร้างความทุกข์เช่นนี้ ?
เราควรทำความเข้าใจกันมากกว่านี้เพียงใด ? เรายังปรารถนาที่จะเดินร่วมทางเพื่อทำความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้นแค่ไหน ? ซึ่งเป็นการหันกลับมาสำรวจและทำความเข้าใจ "ปัจจัย" ที่ส่งผลต่อสัมพันธภาพทั้งในเชิงส่งเสริมและรบกวน "หากยังรักและต้องการเคียงข้างกัน" ก็นับเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งให้มากกว่าที่เคย "แต่หากยังรักหรือหมดรักแล้ว และไม่ต้องการเดินร่วมทางกันอีกต่อไป" ก็นับเป็นโอกาสที่ดีในการดูแลใจกันก่อนวันร่ำลา เพื่อจะมีชีวิตในหนทางแห่งตนเองต่อไป
ไม่ว่าจะยังเดินเคียงข้างหรือลาจาก
"ความรัก" ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ
เพียงแค่ผันแปรไปตามปัจจัยและบริบทแห่งชีวิต
Gain The Counselor Office @Innovative Village 
๐ ปรึกษาปัญหาชีวิตกับนักจิตวิทยาการปรึกษา 
"เข้าใจชีวิต เพื่อการปรับตัวอย่างตระหนักรู้" ๐ 
Facebook: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา
Twitter: GainTheCouns
SHARE
Written in this book
คำถามจากความสงสัย
ตอบคำถามและคลี่คลายความสงสัยที่ค้างคาใจ จากมุมมองของนักจิตวิทยาการปรึกษา
Writer
GainTheCounselor
Counselor, Writer
สวัสดีครับผมชื่อ "เกน" เป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาครับ ผมขอใช้พื้นที่แห่งนี้แบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ในชีวิต ร่วมเดินทางและเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ ^^ Facebook Fanpage: Gain The Counselor - เกน : นักจิตวิทยาการปรึกษา www.facebook.com/GainTheCounselor

Comments