หันมาใช้เวลามีค่าในชีวิตไปกับเรื่องของตัวเอง
1
แมนยูไนเต็ดนั้นเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาเกือบ 20 ปี แต่หลังจากเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน วางมือในปี 2013-2014 แมนยูฯ กลับมีผลงานที่ย่ำแย่ จบเพียงอันดับ 6 ของตารางในปีนี้ ทำให้ช่วงปิดฤดูกาล สโมสรต้องวางแผนให้ดีว่าจะซื้อใครมาเสริมทัพ และปล่อยนักเตะคนไหนออกไป

รวมถึงการบริหารจัดการทีมด้วยว่า จะทำอย่างไรสโมสรจะกลับสู่ความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่เคยได้ เพราะปีนี้แมนซิตี้ (ที่เคยถูกเรียกว่าเพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ) คว้าแชมป์พรีเมียลีก และอีกสองถ้วยเล็ก ส่วนลิเวอร์พูลได้แชมป์ยุโรป

ทำให้แฟนแมนยูมีความเห็นต่างๆ กันมากมาย ว่าจะทำเช่นไร

2
ว่างๆ ถ้ามีโอกาสผมจะชอบดูรายการวิเคราะห์บอลทาง PPTV (ช่วงบ่ายวันอาทิตย์)
แม้ยุคนี้จะมีนักวิเคราะห์รุ่นใหม่ในยูทูบเบอร์ หรือเพจวิเคราะห์บอลมากมาย แต่ผมก็ชอบดูคุณป๊อบ วีรพล กับโค้ชสะสม วิเคราะห์วิจารณ์บอลกันอยู่ดี

ผมคิดว่าคุณป๊อบวีรพลนี่เป็นนักพากย์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามาก เขาพากย์บอลสนุก มีข้อมูลสอดแทรกตลอด เทียบกับนักพากย์รุ่นใหญ่แล้ว เสียงอาจจะไม่หล่อ ไม่เนี๊ยบเท่า แต่อารมณ์ร่วมของเขาสูงมาก แม้จะเป็นแฟนแมนยู แต่ก็ไม่เคยเห็นแกพากย์อวยอะไรจนเวอร์

ส่วนโค้ชสะสมนั้น แกเคยเป็นนักเตะทีมชาติไทย มีประสบการณ์ในการเล่นบอลมาก่อน สิ่งที่คนเล่นบอลอาชีพ กับคนไม่เคยเล่นบอลอาชีพมองเห็นจะต่างกันมากนะครับ เพราะคนมีประสบการณ์มักจะลึกกว่าและมองสองมุม ซึ่งไม่เกี่ยวกับถูกหรือผิด แต่คือตัดสินได้สองทาง ขึ้นอยู่กับกรรมการ ส่วนคนชอบดูบอลอาจจะเลือกมุมมองที่ตัวเองเชื่อด้านเดียว

หลายครั้งที่คุณป๊อบ วีรพล อยากได้ข้อมูลเชิงลึก เขาก็จะไม่เดามัวๆ เอง แต่หันมาถามโค้ชสะสมให้ช่วยอธิบายแทน สิ่งนี้คงเรียกว่าประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญก็ว่าได้

3
ความที่คุณป๊อบนั้นเป็นแฟนแมนยูฯ ครั้งหนึ่งเขาจึงชวนโค้ชสะสมคุยว่า แมนยูไนเต็ดควรจะปรับทีมอย่างไร โค้ชสะสมเห็นว่า ควรเติมกองหน้าสุดโหดอย่างเลวานดอฟสกี้(บาร์เยินมิวนิค)เข้ามา และปล่อยมาร์คัช แรชฟอร์ด(กองหน้าดาวรุ่งของทีม)ออกไป

ทว่าคุณป๊อบ วีรพลไม่เห็นด้วยเรื่องการปล่อยแรชฟอร์ดออกไป คิดว่าเก็บไว้เป็นอะไหล่ได้ จึงเกิดการโต้เกียงกันประมาณหนึ่ง ขณะที่แฟนแมนยูส่วนใหญ่อยากให้ปล่อยพอล ป๊อกบา กองกลางค่าตัวแพงสุดของทีมออกไป เพราะหลายเกมเล่นขาดสปิริตไม่คุ้มค่าตัว

ดูเหมือนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจะเริ่มยาว และเวลารายการจะหมดลง คุณป๊อบ วีรพลจึงตัดบทสนทนาปิดรายการ โดยบอกว่า "เอากันแค่นี้ก่อนนะครับ เพราะเรื่องแมนยูฯ นี่คุย 8 ชั่วโมงก็ไม่จบ" ถือเป็นความเก๋าและปิดรายการอย่างสวยงาม
ทว่าทิ้งให้ผมค้างกับประโยคสุดท้ายของแก
ว่าเรื่องแมนยูฯ นี่คุย 8 ชั่วโมงก็ไม่จบ

4
ที่บอกว่า เรื่องแมนยูฯ นี่คุย 8 ชั่วโมงก็ไม่จบ ก็คงเพราะเรื่องแมนยูนั้น จริงๆ เป็นเรื่องไกลตัวเรามาก (คุยกันสนุกได้ แต่หากจริงจังน่าจะเป็นผลเสีย) ผมคิดว่าเรื่องแมนยูฯ นี่คุย 8 เดือนก็ไม่จบหรอกครับ เพราะแม้เราอาจคิดการปรับทีมที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาได้ ก็ใช่ว่า เจ้าของสโมสรจะฟังเรา และต้องทำตามแผนเหล่านั้น สโมสรอาจเลือกทางที่คิดว่าดีสำหรับเขา (แต่ผลลัพธ์อาจจะแย่เหมือนที่เคยเลือกโค้ชอย่าง เดวิด มอย ฟานกัล และมูริญโญ่ซ้ำก็ได้)

สิ่งที่่น่าสนใจคือ แม้เราจะคิดเรื่องไกลตัว หรือเรื่องของคนอื่นได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน หากเขาไม่ได้จ้างเราคิด เราก็ขาดทุนจากการคิดเรื่องคนอื่นอยู่ดี ดังนั้น แทนที่จะคิดกลยุทธ์หรือแนวทางให้แมนยู ว่าช่วงปิดฤดูกาลจะซื้อใครมาเสริมทัพ หรือจะปล่อยใครออกไป เราน่าจะคิดว่า จะสร้างชีวิตตัวเองยังไง จะทำแนวทางชีวิตตัวเองไปทางไหนดีกว่า

และครึ่งปีหลังนี้เราจะเซ็นสัญญากับคุณสมบัติใหม่ หรือทักษะดีๆ อะไรบ้าง เช่น ความกล้าหาญ การรับผิดชอบ การมีเป้าหมาย การปล่อยวาง ความอดทน ความสุข ความผ่อนคลาย ความหวัง การยอมรับ การชื่นชมคนอื่น การเปิดใจ การให้อภัยตัวเองและคนอื่น ฯลฯ

และปล่อยคุณสมบัติหรือทักษะที่ไม่มีประโยชน์กับเราไป เช่น ดื้อ หัวร้อน โกรธ ขี้้น้อยใจ โลภ เก็บตัว ปิดกั้น ต่อต้าน อิจฉา ไม่ขอบคุณ ไม่เห็นค่าสิ่งที่มีอยู่ ชอบเปรียบเทียบ ขี้เกียจ แค้น ไม่กล้าแสดงออก เฉื่อยชา(ไม่มีเป้าหมาย) หลอกลวง กลัว ฯลฯ

เลิกเสียเวลามีค่าในชีวิตไปกับเรื่องของคนอื่น เรื่องไกลตัว ที่เราไม่มีอำนาจในการควบคุมบริหารและจัดการ แต่หันมาใช้เวลามีค่าในชีวิตไปกับเรื่องของตัวเอง ใกล้ตัว ที่เรามีอำนาจในการควบคุม ดูแล และจัดการ

หากเราทำได้ในทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ผมเชื่อว่าเราจะได้เลื่อนชั้น คว้าโควต้าไปเตะพื้นที่ยุโรป หรือคว้าแชมป์สักถ้วยมาได้ เช่นเดียวกับที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกฤดูกาล 2018-2019มาได้สำเร็จ

-ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ:) -
SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ เริ่มทำงานหนังสือด้วยการเป็น กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / นักสะสมความรู้สึก / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ / โลกนี้สอนให้รู้ว่า... ฯลฯ

Comments

imonkey7
15 days ago
ผมว่าแมนยูต้องสร้างวัฒธรรมองกรณ์ใหม่ฮะ สิ่งที่หายไปคือบรรยากาศของความเคารพ ผมอ่านวิเคราะห์บอลจริงจังตอนซลาตันไป สิ่งที่บาซ่าทำได้ดีคือความเคารพแม้แต่เมสซี่เองยังทำตามโค้ช ทำตามระบบ อะไรแบบนี้ นักเตะเข้าใหม่มาสัมผัสได่เลยถึงบรรยากาศอะคับ
Reply
porglon
10 days ago
เห็นด้วยครับว่า ที่บาร์เซโลน่านี่วัฒนธรรมสุดยอดมาก แมนยูพอเฟอกี้ไม่อยู่ และขายกิจการนี่เป็นหนักเลย