"นิทาน : สาวงามกับปีศาจร้าย" (ดัดแปลงเนื้อเรื่องจาก "โฉมงามกับอสูร")_01
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... ณ ฟากตะวันตกของเมืองที่แสนไกล
มีปราสาทต้องคำสาปตั้งอยู่ที่นั่น
ภายในปราสาทนั้น มีเพียงแค่ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของ อาศัยอยู่ในปราสาทนั้นตามลำพัง

นอกจากชายหนุ่มแล้ว ก็ไม่มีใครอีกเลย
ชายหนุ่มคนนั้นต้องคำสาปร้าย
คำสาปที่ทำให้เขากลายเป็นปีศาจร้ายที่แสนเศร้า
ที่อาจทำร้ายใครสักคนได้ตลอดเวลา
ชายหนุ่มกลัวว่าตัวเองจะไปทำร้ายใครอีก เลยไล่คนใช้ทุกคนออกจากที่นั่น
แล้วล้อมรั้วปราสาทด้วยต้นหนาม เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามา
และขังตัวเองไว้ในที่แห่งนั้น

ขณะเดียวกัน ณ ฟากตะวันออกของเมืองแห่งนั้น
มีสาวงามที่แสนจะร่าเริงสดใสคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น
รอยยิ้มของเธอเปรียบดังโอสถที่เยียวยาจิตใจให้ผู้คนคลายความหมองเศร้า
เธอมีความสามารถพิเศษคือการรับฟังเสียงในใจผู้คน

มีอยู่วันหนึ่งที่เธอต้องเดินทางไปฟากตะวันตกเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัวเล็กน้อย
ทันทีที่เธอนั่งรถม้าเข้ามา ฝนก็เริ่มตกลงมา และตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ

"ไม่ต้องตกใจนะหนู ฟากตะวันตกแห่งนี้น่ะ ฝนตกหนักเป็นเรื่องปกติ" ชายเจ้าของรถม้าพูด
"ตกแบบนี้ตลอดเลยหรือคะ?" หญิงสาวถาม
"ใช่ เพราะที่นี่มีสถานที่ต้องคำสาปน่ะ ปราสาทร้างที่ล้อมไปด้วยต้นหนามมากมาย ผ่านมาทุกทีก็หดหู่ใจชอบกลเกือบทุกครั้ง"
"แล้วที่นั่น... ไม่มีใครอยู่เลยหรือคะ?" หญิงสาวเริ่มสนใจเรื่องราวนั้น
"มีสิ! เจ้าของปราสาทที่เขาว่ากันว่าเป็นปีศาจร้ายน่ะ แต่ไม่มีใครได้เห็นแม้กระทั่งเงาของเขา..."
"บางที... เขาอาจจะต้องการใครสักคนช่วยเหลืออยู่ก็ได้นะคะ"
"ใช่ ต้องมีใครสักคนช่วยเขา แต่ผ่านมา 6 ปีแล้ว ก็ยังไม่มีใครกล้าเข้าไป บ้างก็บอกว่าแค่ก้าวเข้าไปที่หน้าประตูรั้วก็เท่ากับได้รับคำสาปร้ายนั่นมาแล้ว... คำสาปที่ทำให้ผู้คนเกิดอาการวิตกกังวล
มองทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ด้วยความหดหู่ ไม่อยากออกไปพบเจอใคร
และลืมว่าความสุขเป็นเช่นไร..." ชายเจ้าของรถม้าเล่าเรื่องราวและข่าวลือที่เกิดขึ้น
"บางที หนูอาจช่วยเขาได้..." หญิงสาวพูด
"ถ้างั้นรบกวน... ไปส่งหนูที่นั่นได้มั้ยคะ?"

รถม้าที่หญิงสาวนั่ง ได้เดินทางมาถึงปราสาทต้องคำสาปแล้ว
ทันทีที่หญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้าประตูรั้วที่เต็มไปด้วยต้นหนามมากมาย
ก็รู้สึกได้ทันทีว่าข้างในปราสาทนั้น... ต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคนจริง ๆ

หญิงสาวไม่รอช้า เธอฝ่าต้นหนามเหล่านั้นเพื่อเข้าไปข้างในปราสาทนั่น
ร่างที่บอบบางของเธอเต็มไปด้วยเลือดที่ซึมจากรอยแผลขีดข่วนจากต้นหนาม
ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังคงตัดสินใจอย่างแน่วแน่เหมือนเดิมว่าต้องเข้าไปให้ได้
...เพราะยิ่งเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็ได้ยินเสียงใครสักคนที่กำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
จากข้างในปราสาทนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ

หลังจากที่หญิงสาวฝ่าต้นหนามจากประตูรั้วมาได้สำเร็จ
เธอก็เอื้อมมือไปเปิดประตูไม้สีดำของปราสาทแห่งนั้น
"บรรยากาศชวนหดหู่จริง ๆ ด้วย..." หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง
เธอเดินก้าวเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ จนกระทั่ง...

"ขอโทษนะ... ขอโทษที่ฉันเป็นแบบนี้... ฉันขอโทษ... ฮึก..."

หญิงสาวเริ่มได้ยินเสียงของชายหนุ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อแสงจากดวงจันทร์ส่องมาที่หน้าต่างบานใหญ่
ตรงบริเวณบันไดห้องโถงที่มุมเล็ก ๆ ของบันไดปีกตะวันตก
แสงจากดวงจันทร์ได้เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มที่กำลังนั่งกอดเข่าซุกหน้าร้องไห้เพียงลำพัง...
หญิงสาวเห็นชายหนุ่มเลือนรางแล้วก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ...

"ฉันขอโทษ... ขอโทษที่เกิดมาเป็นปีศาจร้าย... ฉันขอโทษ..." ชายหนุ่มพูดพลางร้องไห้

"คุณ..." หญิงสาวเริ่มพูดกับเขา
"เฮือก! เธอเป็นใคร!? เข้ามาที่นี่ได้ยังไง ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!" ชายหนุ่มตกใจจนรีบลุกพรวดขึ้นมาไล่หญิงสาวทันที
"ใจเย็น ๆ ก่อนนะคุณ ไม่เป็นไรนะ ฉันไม่ทำอะไรคุณแน่นอน"
"ฉันจะไว้ใจเธอได้ยังไง? ฉันจะเชื่อใจเธอได้จริง ๆ เหรอ? ว่าเธอจะไม่ทำอะไรฉัน"
"คุณยังไม่ต้องเชื่อใจฉันตอนนี้ก็ได้ แต่ฉันไม่มีทางทำอะไรคุณแน่นอน"
ชายหนุ่มเริ่มสงบอารมณ์ลงแล้วพยายามฟังสิ่งที่หญิงสาวพูด
"ฉัน... ได้ยินเสียงคุณร้องไห้..."
"ใช่... ฉันกำลังร้องไห้ แล้วยังไงต่อล่ะ? เธอจะบอกว่าฉันดูเป็นคนสำออยอีกคนใช่มั้ย? เธอจะคิดว่าฉันเป็นคนอ่อนแอใช่มั้ย?" ชายหนุ่มพูด
"ไม่ใช่แบบนั้นนะ มันไม่เป็นไรเลยจริง ๆ นะ"
ชายหนุ่มพยายามสงบอารมณ์อีกครั้ง
"เพราะคุณทนความเจ็บปวดไม่ไหวแล้วต่างหาก คุณถึงร้องไห้เพราะอยากให้ใครสักคนรับรู้และมาช่วยคุณใช่มั้ย?"
"ไม่ ฉันไม่ต้องการใครทั้งนั้น! ถ้าฉันขอความช่วยเหลือจากคนอื่น สักวันหนึ่งพวกเขาจะทนคนอย่างฉันไม่ได้ คนที่เหมือนปีศาจร้ายอย่างฉัน แล้วพวกเขาก็จะทิ้งฉันไป ...เธอเองก็จะทิ้งฉันไปเหมือนคนพวกนั้นเหมือนกัน"
"ไม่... ฉันไม่ทิ้งคุณนะ ฉันอยู่ข้าง ๆ คุณนะ ตอนนี้ เวลานี้ ตรงนี้..." หญิงสาวพูด
"ทำไมล่ะ? ทำไมเธอถึงอยากจะมาช่วยฉัน?" น้ำตาของชายหนุ่มเริ่มไหลรินอีกครั้ง
"เพราะฉันได้ยินเสียงในใจของคุณ ที่กำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดและทรมาน..."

ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวด้วยดวงตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา
'รอยยิ้มของเธอ... ดูอ่อนโยนเหลือเกิน...' ชายหนุ่มคิดในใจ

"ไม่เป็นไรแล้วนะ ฉันอยู่ตรงนี้ข้าง ๆ คุณแล้วนะ ฉันอยู่ตรงนี้กับคุณแล้วนะ"
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แล้วค่อย ๆ เอื้อมมือไปหาชายหนุ่ม
"เธอจะทำอะไรน่ะ!?" ชายหนุ่มตกใจจนถอยห่างจากหญิงสาว
"ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรเลย... ไม่ต้องกลัวนะ" หญิงสาวค่อย ๆ เดินไปหาเขาอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ สวมกอดชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน

"ไม่เป็นไรเลย... จริง ๆ นะ ไม่เป็นไรเลยนะถ้าคุณจะร้องไห้ออกมา ฉันได้ยินเสียงของคุณนะ
เสียงร้องไห้ของคุณ... ส่งมาถึงฉันแล้วนะ"
"ทำไมกัน?... ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองก็มีแผลจากต้นหนามที่ฉันปลูกไว้ เธอรู้อยู่แล้วว่าต้นหนามพวกนั้นจะต้องขีดข่วนเธอจนเป็นรอยแผลที่ทำให้เธอเจ็บปวด เธอก็ยังจะเข้ามาอีก..." ชายหนุ่มพูดขณะที่หญิงสาวกำลังกอดเขาด้วยความอ่อนโยน
"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันได้ยินเสียงของคุณ... ฉันอยากช่วยคุณ อยู่ข้าง ๆ คุณจริง ๆ นะ คุณจะให้โอกาสฉันช่วยคุณหรือเปล่า?..." หญิงสาวพูด
"ช่วยสิ... ช่วยฉันด้วยนะ..." ชายหนุ่มพูดก่อนจะร้องไห้ออกมาพลางสวมกอดหญิงสาวเอาไว้
"ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรเลย... ฉันอยู่ตรงนี้แล้วนะ" หญิงสาวพูดปลอบชายหนุ่ม

"มันมีเรื่องในอดีต ที่ทำให้ฉัน... กลัว
แล้วจากนั้น กว่าฉันจะรู้ตัวอีกทีว่าตัวเองกลายเป็นปีศาจร้ายเพราะคำสาปนั่น
ฉันก็เผลอทำร้ายคนใกล้ตัวฉันไปไม่รู้กี่คนแล้ว...
ฉันอยากหายไป ไม่อยากให้ใครมายุ่งกับฉันอีก เพราะกลัวจะทำร้ายพวกเขาอีก
ฉันเลยไล่ทุกคนออกไป เพราะฉันกลัวว่าวันหนึ่งฉันอาจจะทำร้ายพวกเขาก็ได้
พอพวกเขาไม่ยอมไป ปีศาจร้ายก็เริ่มครอบงำฉัน แล้วไล่ตวาดพวกเขาออกไป
ฉันกลัวว่าจะมีคนเข้ามาอีก เลยปลูกต้นหนามไว้รอบ ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามา
แล้วก็อยู่คนเดียวมาตลอด
มีหลายครั้งที่ปีศาจร้ายในตัวฉันออกมาครอบงำฉัน และเริ่มทำให้ฉันเจ็บปวด
มันเริ่มร่ายคำสาปใส่ที่นี่ จนแผ่กระจายไปทั่วฟากตะวันตก
ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ฝนตกหนักตลอดทั้งปีไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ผู้คนทำไร่ทำสวนกันไม่ได้เพราะฝนที่เกิดขึ้นจากคำสาปของฉัน..." ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หญิงสาวฟัง

"ทั้ง ๆ ที่ฉันคิดว่าการอยู่คนเดียวจะช่วยได้แล้วแท้ ๆ... แต่ฉันพบว่ายิ่งอยู่คนเดียวมากเท่าไหร่ ปีศาจร้ายก็ออกมาครอบงำฉันบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ" ชายหนุ่มพูด

"ทั้ง ๆ ที่ฉันพยายามแล้วจริง ๆ นะ ฉันพยายามสู้กับคำสาปและปีศาจร้ายในตัวฉัน แต่... มีหลายครั้งเหมือนกันที่ฉันรู้สึกสิ้นหวังกับมัน แล้วปล่อยให้มันครอบงำฉันไปเรื่อย ๆ แล้วฉันก็พยายามสู้กับมันใหม่อีกครั้งไปเรื่อย ๆ ฉันใช้ชีวิตอยู่แบบนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา..."

"ฉันเข้าใจคุณนะ เข้าใจคุณทุกอย่างจริง ๆ นะ..." หญิงสาวพูด
"เธอจะเข้าใจได้ยังไง? หรือว่าเธอ... ได้รับคำสาปจากฉันไปแล้วอย่างนั้นเหรอ?"
"ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ"
"ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันไม่อยากทำร้ายเธออีกคนแล้ว! ออกไป!" ชายหนุ่มเริ่มตวาดไล่เธออีกครั้ง ก่อนที่เขาจะล้มลง
"คุณเป็นอะไรมั้ย?"
"ออกไป เดี๋ยวนี้ ได้โปรด... ฉันไม่อยากทำร้ายเธอ..." ชายหนุ่มพูดพลางกำมือแน่น
หญิงสาวค่อย ๆ ถอยห่างจากชายหนุ่มออกมา แล้วเดินออกมาจากปราสาท...

"ออกไป!!! ออกไปจากหัวฉันเดี๋ยวนี้ ไอ้ปีศาจร้าย!!!" ชายหนุ่มร้องตะโกนในปราสาทเพียงลำพัง

"ช่วยฉันด้วยนะ... ได้โปรด... ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว..." ชายหนุ่มล้มลง พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า ก่อนจะหลับไปทั้งที่น้ำตาไหลรินแบบนั้น

"...แกไม่มีวันหายจากคำสาปนี้หรอก..." เสียงของปีศาจร้ายได้เข้ามากระซิบที่ข้างหูก่อนชายหนุ่มก่อนจะเลือนหายไป...


SHARE
Written in this book
About My Black Dog (Based on True Story By : Sorrow_Night)
เป็นเรื่องสั้นกึ่งบันทึกชีวิตประจำวันของชายคนหนึ่งและ "สุนัขสีดำ" ของเขา
Writer
Midnight_Cat
Always in rain.
นึกอะไรออกก็พิมพ์ได้เรื่อย ๆ เก่งพิมพ์มากกว่าพูด

Comments