FRIEND vs FAN(Thai)
เพื่อน กับ แฟน
มันต่างกันยังไง ?

โอ้โห!! คุณคงคิดว่า มันชัดจะตาย
แฟนก็เป็นคนที่เราคบด้วย มีความรู้สึก Romance ด้วย
และอาจจะวาดภาพในอนาคตที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอด

งั้นเราถามใหม่

เพื่อน กับ แฟน
คุณ Treat ต่างกันยังไง
(อารมณ์ประมาณว่า คุณปฏิบัติต่อเค้าแตกต่างกันยังไง)

/คิด/

แฟนก็ไปไหนมาไหนกันสองคน 
เดินจับมือกัน 
วิดีโอคอลคุยกัน 
กอดกัน 
จูบกัน

แล้วเพื่อนล่ะ
เราก็เคยไปเที่ยวกับเพื่อน 2 คน
บางครั้งเราก็เดินจับมือกับเพื่อน
เห้ย เราก็วิดีโอคอลกันอยู่บ้างนะ
เวลารู้สึกแย่ๆ หรือไม่ได้เจอกันนานๆ เราก็กอดกัน
ส่วนจูบ .. แล้วแต่คน 55 

ความจริงในความรักของหญิงชาย มันก็ค่อนข้างเห็นความแตกต่างได้ชัดอยู่ (ถ้าคุณไม่ได้มีเพื่อนสนิทต่างเพศที่แบบสนิทมากๆขนาดนั้น)

แต่ลองมองในกลุ่ม LGBT 🏳️‍🌈 

แฟนที่เป็นเพศเดียวกัน
และส่วนใหญ่คนเราก็จะสนิทกับเพื่อนเพศเดียวกันมากกว่าอยู่แล้ว

พูดตรงๆ มันต่างกันที่ความรู้สึกล้วนๆ
ในฐานะแฟนคนนึง

คุณก็คงอยากได้ความรู้สึกพิเศษ หรืออะไรก็ตามที่มัน Privilege หรือ Exclusive
มากกว่าที่แฟนคุณให้กับคนอื่น 
ใน 1 วัน คุณย่อมอยากให้เค้าคิดถึงคุณมากที่สุด
ถ้ามีเวลาว่าง คุณย่อมอยากให้เค้ามาหาคุณมากที่สุด
เวลาจะไปไหน จะไปทำอะไร คุณก็อยากรับรู้มากกว่าคนอื่นๆ
หรือเวลามีปัญหา คุณก็อยากให้เค้าเล่าให้คุณฟัง ขอคำปรึกษาจากคุณ (แม้ว่าหลายๆเรื่องคุณจะช่วยอะไรเค้าไม่ได้เลย)

พวกเรื่อง Physical activity เช่น จูบ หรือ sex มันก็ชัดอยู่ว่าไม่ควรทำกับคนอื่นนอกจากแฟน

แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันล่ะ


คุณกับเแฟนอาจจะมีคำหรือชื่อเรียกเฉพาะกัน ที่ไม่ใช่ชื่อเล่นจริงๆ เช่น คุณ, อ้วน, หมู
มันก็ดูเป็นคำทั่วๆไปนะ ไม่ได้เฉพาะอะไร
แต่ถ้าคุณเห็นแฟนคุณไปใช้คำนี่กับคนอื่นด้วย หรือมีคนอื่นมาเรียกคำพวกนี้กับแฟนคุณ
คุณโอเคมั้ย ?

คุณกับแฟนไปเที่ยว ไปกินข้าวด้วยกัน จะกลับกี่โมงก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะอยู่ด้วยกัน
แต่ถ้าวันนั้น แฟนคุณไปกินข้าวกับเพื่อน 2 คน โดยที่คุณไม่ได้ไปด้วย โดนที่คุณก็รอที่จะวิดีโอคอลคุยกันกับแฟนคุณอยู่
..
เวลาของคนที่รอ มันเหมือนจะยืดยาวออกไป
1 ชั่วโมงของคนกินข้าว เม้ามอย มันดูแป้บเดียวนะ กว่าจะสั่งอาหาร กว่าจะรออาหาร แล้วกิน จนเก็บเงิน
แต่ 1 ชั่วโมงของคนที่รอ นั่งไถ Facebook, IG, Twitter, YouTube, Pantip แล้ววนกลับมา Facebook ใหม่ เวลาอาจจะเพิ่งผ่านไปแค่ 10 นาที

[ ไม่ได้บอกว่าแฟนห้ามไปเที่ยวเลยนะ เค้าก็คนคนหนึ่ง ต้องมีสังคม แต่เราพูดในมุมของมนุษย์ติดแฟน 55 ]

สิ่งที่แปลกกว่าคือ
เราไม่ได้รู้สึกงอน หรือนอยด์แฟน ทุกครั้ง
แต่เราจะรู้สึกกับแค่บางคนที่เค้าคุยหรือไปเที่ยวด้วยกัน

คนที่คุณรู้สึกว่ามันมีอะไร
หรือมี Potential ที่อาจจะทำแฟนคุณหวั่นไหว

หลายครั้งที่คุณพยายามบอกแฟนคุณไปว่าคุณรู้สึกยังไง
แต่มันกลับให้คุณดูงี่เง่า

“ เราไม่ได้อะไรเกินเลยกับคนอื่นเลย ”
“ แค่เพื่อนไง ”
“ คิดมากไปเอง ”
“ ไม่เชื่อใจเค้าหรอ ” — อันนี้เจ็บสุด T.T

แต่คุณก็รู้สึกกังวลอยู่ดี


ลึกๆคุณก็ไว้ใจแฟนคุณนะ
(ถ้าไม่เคยมีประวัติเสียหายเรื่องพวกนี้ 55)

แต่สิ่งที่คุณกลัวน่ะ คือคนอื่น คนที่คุณอาจจะไม่เคยรู้จัก
กลัวจังหวะ กลัวโอกาส
กลัวคำว่า บรรยากาศมันพาไป


ซึ่งถ้ามันเกิดอะไรขึ้น
อาจจะไม่ใช่ตอนนี้ แต่มันค่อยๆสะสมไป
จนรู้ตัวอีกที แฟนคุณก็ไปรู้สึกแบบมากกว่าเพื่อนกับคนอื่นแล้ว
คุณก็คงเสียใจ

ไม่สิ เสียใจมากๆเลยแหละ
เพราะเราทุ่มเท และจริงใจมาตลอด

ตามหลักการแพทย์
จะมีคำว่าการป้องกันก่อนเกิดโรค 
(Primary Prevention)
อธิบายให้เห็นภาพก็คงเป็นการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่, บาดทะยัก, อีสุกอีใส

ต่อให้เราจะฉีดวัคซีนป้องกัน
แต่มันไม่ได้แปลว่าจะป้องกันได้ 100%
บางวัคซีนแค่ลดความเสี่ยงหรือความรุนแรง

นั่นหมายความว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ Host
หรือตัวคนไข้เอง
ถ้าร่างกายแข็งแรง เชื้อจะดุแค่ไหน ก็รับมือได้
แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอ เชื้อบ้านๆอ่อนๆ ก็เป็นโรคได้เหมือนกัน

เรามองว่าความรักก็เหมือนกัน
ถ้าเราและแฟนเราหนักแน่นเพียงพอ
ใครคนไหนก็ไม่สามารถเข้ามาได้หรอก

แต่ถ้ารักเราไม่แข็งแรงพอ
ต่อให้จะป้องกันแค่ไหน จะตามจิก คอยเช็คมือถือ หรือคอยเฝ้า คนที่พร้อมจะนอกใจ เค้าก็หาวิธีนอกใจได้อยู่ดี

[ ส่วนเชื้อโรคจ้ะ !!
ลดความรุนแรง(Virulent factor) ลงหน่อย
ใครที่เค้ามีแฟนอยู่แล้ว ก็มีลิมิตนิดนึง
จะทำอะไร คุยอะไรก็ให้รู้สถานะตัวเอง
อย่าอ่อย หรือทำอะไรเกินเลยสถานะของตัวเองเลยนะ

ถือว่าเราขอดีๆนะครับ ]

ปล. เราเป็นแฟนที่ขี้หวงระดับ 10 บางคนอาจจะมองว่าเราคิดมาก กังวลเกินไปมั้ย แต่ก็แฟนเราอ่ะเนอะ 555
ใครอ่านแล้วไม่อิน ก็ถือซะว่าอ่านนิยายขำๆไปละกัน : )

Samut Sakhon 
7 July 2019


SHARE
Written in this book
MY POINT OF YOU 🐒
บางอย่างที่เราอยากบอก แต่พูดออกไปตรงๆจากปากไม่ได้
Writer
NEWTA
NAWAT
BAD AT LOVE

Comments