ทำไมคนอินเดียจึงบูชา “ต้นกะเพรา”?
สำหรับคนไทย ต้นกะเพราโดยเฉพาะใบกะเพรานั้นเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้สำหรับเมนูสิ้นคิดอย่างผัดกะเพรา (ส่วนจะหมูเห็ดเป็ดไก่หรือจะเพิ่มไข่ดาวก็ตามสะดวก) แต่สำหรับอินเดียนั้น ต้นกะเพราเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการบูชาเทพเจ้า (โดยเฉพาะพระนารายณ์) กันเลยทีเดียว ซึ่งก็มีตำนานที่รับรองความคิดนี้มากมายทีเดียว แต่ผมจะยกมาเฉพาะตำนานที่เป็นที่นิยมนะครับ

1. พรหมไววัตปุราณะ

ปุราณะนี้กล่าวถึงตำนานต้นกะเพราว่า แต่เดิมพระนารายณ์มีมเหสีถึง 3 คน คือ พระลักษมี พระคงคา และพระสรัสวตี (จริงๆ ก็มีพระธรณีอีกนะครับ แต่นางขอไปอยู่บนโลกแต่เพียงผู้เดียว) ซึ่งการมีภรรยาถึง 3 คน ก็มักจะมีปัญหากันอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะครั้งหนึ่งที่คงคากับสรัสวตีแทบจะวางมวยกันเลยทีเดียว ด้านลักษมีก็พยายามห้ามปรามทั้งสอง แต่กลายเป็นว่าสรัสวตีซึ่งกำลังเดือดดาลเต็มที่ก็สาปลักษมีให้ไปเกิดเป็นต้นกะเพราเสีย! ทีนี้ก็เกิดมหกรรมสาปแช่งกันไปมา กล่าวคือสรัสวตีโดนสาปให้เป็นแม่น้ำและจะต้องเหือดแห้งในอนาคต (ก็คือแม่น้ำสรัสวตี) ส่วนคงคาก็โดนสาปให้กลายเป็นแม่น้ำและต้องรองรับบาปของมนุษย์ทั้งหลาย (ก็คือแม่น้ำคงคานั่นแหละ)

พระนารายณ์ซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์เหล่าภรรยาทั้งหลายทะเลาะกันอยู่ห่างๆ ก็เข้ามาปลอบใจลักษมีซึ่งโดนลูกหลงจากการวิวาทของคงคากับสรัสวตี โดยให้พรไปว่า ในช่วงที่เกิดเป็นต้นกะเพราจะมีแม่น้ำสายหนึ่งไหลจากต้นกะเพราคือแม่น้ำคันธกี อีกทั้งตัวของพระนารายณ์เองจะแบ่งภาคเป็นหินชื่อว่าสริกรรมศิลาคอยอยู่เคียงข้างต้นกะเพรา ตราบจนเมื่อคำสาปสิ้นสุดลง ลักษมีจะกลับมาอยู่เคียงข้างอีกครั้ง จากนั้นจึงจัดการเรื่องภรรยาทั้งหลาย โดยการส่งสรัสวตีให้เป็นมเหสีของพระพรหมแทน ส่วนคงคานั้นก็ให้ไปเป็นมเหสีของพระศิวะแทน ส่วนพระลักษมีนั้นก็จะอยู่กับพระนารายณ์ตลอดไป

2. ศรีมัทภควัตธรรม

ในหนังสือนี้จะยกให้พระกฤษณะเป็นเทพเจ้าสูงสุด โดยเหตุเกิดที่กฤษณะโลกซึ่งอยู่เหนือไวกูณฑ์ของพระนารายณ์เสียอีก ซึ่งในกฤษณะโลกนั้นมีเทวีคนนึงนามว่า “วรินดา” ซึ่งมีหน้าที่ดูแลดินแดนวริดาวันที่อยู่ในกฤษณะโลก อยู่มาวันหนึ่งวรินดาดันเข้าใกล้กับพระกฤษณะจนเกินไป ทำให้นางราธาเกิดหึงหวงจนสาปวรินดาให้เกิดบนโลกมนุษย์ พอวรินดาลงมาเกิดเป็นมนุษย์ก็บำเพ็ญตบะบูชาพระพรหมเป็นเวลาถึงหมื่นปี เมื่อพระพรหมลงมา วรินดาก็ขอพรให้ได้เป็นมเหสีของพระกฤษณะ แต่พระพรหมไม่ได้ให้ในทันที โดยให้เกิดเป็นสตรีนามว่า “ตุลสี” และจะได้เป็นภรรยาของผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของพระกฤษณะในเวลาต่อมา

ต่อมาวรินดาก็บังเกิดเป็นหญิงสาวนามว่าตุลสีตามพรของพระพรหมจริงๆ และก็ได้แต่งงานกับอสูรนามว่า “ศังขจูฑะ” ซึ่งแท้จริงเป็นส่วนหนึ่งของพระกฤษณะที่ดันถูกสาปให้เป็นอสูร ต่อมาศังขจูฑะก็ได้บำเพ็ญตบะบูชาพระพรหมเพื่อหวังจะให้ตนเป็นอมตะ แต่พระพรหมนั้นให้ไม่ได้ ศังขจูฑะก็เลยขอว่าตนจะไม่ตายตราบที่ภรรยาของตนไม่นอกใจแทนซึ่งพระพรหมก็ให้พรไปตามนั้น พอศังขจูฑะได้พรแล้วก็บุกยึดสวรรค์ของพระอินทร์ได้ตาม concept ของเหล่าอสูรทั้งหลาย แถมพี่แกยังปีนเกลียวจะไปท้าไฝว้กับพระศิวะอีกด้วย ซึ่งในระหว่างการต่อสู้ของศังขจูฑะกับพระศิวะนั้น พระนารายณ์ก็คิดจะทำให้พรของพระพรหมที่ให้กับศังขจูฑะเสื่อมลง

ว่าแล้วพระนารายณ์ก็เลยแปลงกายเป็นอสูรศังขจูฑะแล้วแสร้งกลับไปยังเมืองของตน และบอกกับตุลสีว่าตนชนะพระศิวะแล้ว (แต่ตอนนั้นศังขจูฑะกำลังรบอยู่) แล้วก็ชวนตุลสีร่วมหลับนอนกัน ก็เท่ากับว่าตุลสีได้นอกใจศังขจูฑะไปแล้ว ทำให้พระศิวะสังหารศังขจูฑะได้ในที่สุด ต่อตุลสีก็รู้สึกได้ว่าคนที่ตนหลับนอนด้วยไม่ใช่สามีของตน พระนารายณ์จึงคืนร่างเดิม ตุลสีเสียใจและโกรธมากที่ถูกมหาเทพหลอก จึงสาปให้พระนารายณ์กลายเป็นก้อนหิน ด้านพระนารายณ์ก็ยอมรับคำสาปแต่โดยดีและยังให้พรแก่ตุลสีอีกว่าจะได้เป็นต้นกะเพราเคียงข้างตนซึ่งกลายเป็นหินสริกรรมศิลาริมแม่น้ำคันธกี และได้รับการบูชาคู่กันตลอดไป

3. เทวีภควัตปุราณะ

ในเรื่องนี้จะเริ่มต้นที่กษัตริย์องค์นึงนามว่า “วิชวัต” เขาถือตนเป็นสาวกของพระศิวะ แต่พี่แกดันสั่งแบนไม่ให้ประชาชนบูชาเทพเจ้าองค์อื่นนอกจากพระศิวะเท่านั้น สุริยเทพก็ไม่พอใจจนถึงกับสาปวิชวัตว่าอาณาจักรของเขาจะไม่ได้รับพรจากพระลักษมี (พระลักษมีคือเทพวีแห่งความร่ำรวย ซึ่งก็หมายความว่าจะไม่เจริญรุ่งเรืองนั่นเอง) ด้านพระศิวะก็ไม่พอใจสุริยเทพที่สาปสาวกของตนจึงไล่ตามสุริยเทพ พระนารายณ์จึงเข้าไปคุ้มครองสุริยเทพและบอกว่าให้รอเวลาไปก่อน ต่อมาวิชวัตก็มีหลานนามว่า “ธรรมวัต” และ “คุชวัต” ทั้งสองได้บูชาพระลักษมีเพื่อหวังจะแก้คำสาปที่มีตั้งแต่รุ่นปู่ จนลักษมีพอใจและให้พรว่าจะเกิดเป็นธิดาของทั้งสอง

ต่อมาธรรมวัตมีธิดาชื่อ “ตุลสี” ส่วนคุชวัตก็มีธิดาชื่อ “เวทวตี” เฉพาะตัวตุลสีก็ได้บำเพ็ญตบะบูชาพระพรหมเพื่อขอให้ตนเป็นมเหสีของพระนารายณ์ แล้วก็ได้แต่งงานกับอสูรศังขจูฑะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระนารายณ์ที่ได้รับพรว่าจะตายก็ต่อเมื่อภรรยานอกใจ ซึ่งเนื้อเรื่องจากนี้จะคล้ายกับศรีมัทภควัตธรรมมากๆ มาต่างกันในช่วงที่พระนารายณ์หลอกตุลสีสำเร็จแล้ว โดยที่พระนารายณ์นั้นรู้อยู่แล้วว่าตุลสีของส่วนหนึ่งของพระลักษมี จึงขอให้ลักษมีกลับมาอยู่เคียงข้างตนอีกครั้ง โดยให้พรกับร่างของตุลสีว่า ให้ร่างกายกลายเป็นแม่คันธกี และเส้นผมก็จะกลายเป็นต้นกะเพราอยู่ริมแม่น้ำคันธกีตลอดไป

จริงๆ ยังมีตำนานเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับต้นกะเพราอีก เช่น ต้นกะเพราะเกิดจากหยดน้ำอมฤตจากการกวนเกษียรสมุทร / พระคเนศไม่ชอบต้นกะเพรา เป็นต้น ซึ่งแต่เดิมคติการบูชาต้นกะเพรานั้นก็ด้วยเพราะกะเพราถือเป็นสมุนไพร และถูกบรรจุไว้ในตำราอายุรเวท ต่อมาก็มีการสร้างตำนานขึ้นมาเพื่อสร้างความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคลนั่นแหละครับ
SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments