Drinking & thinking
..."ผมเลือกที่นั่งเป็นบาร์ริมกระจกที่มองออกไปเห็นวิวยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่สว่างไสวด้วยดวงไฟน้อยใหญ่จากถนนบ้าง จากตึกบ้าง จากป้ายโฆษณาข้างทางบ้าง ด้วยความสูงของตึก 16 ชั้น ทำให้ภาพเบื้องหน้ามีครึ่งบนเป็นท้องฟ้าสีดำสนิท และครึ่งล่างคือเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟ การมองออกไปกว้างๆ ทำให้ความคิดของผมโลดแล่น ผมชอบที่จะมานั่งตรงนี้เวลามีเรื่องให้คิด สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ และปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนกว่าร้านจะปิด

เมื่อไม่กี่วันมานี้ เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งปรึกษากับผมว่า มีรุ่นพี่มาจีบเธอ เธอควรจะทำอย่างไรดี... ถ้าเธอเป็นแค่ "เพื่อน" สำหรับผมจริงๆ ผมคงมีคำแนะนำเป็นเรื่องเป็นราว ยินดีที่จะช่วยให้เธอได้สมหวังกับเขาถ้าเธอต้องการ แต่กรณีนี้มันไม่ใช่...

ผมหมุนแก้วเครื่องดื่มในมือพลางใช้ความคิด... 2 ปีที่ผ่านมานี้เราตัวติดกันเสียจนใครๆ ก็คิดว่าเราคบกัน แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความจริงแต่ผมไม่เคยปฏิเสธ ผมชอบให้คนเข้าใจแบบนั้น บางครั้งเธอก็พยายามจะอธิบายว่าไม่ใช่ แต่ผมสังเกตว่าเธอมักจะเลือกอธิบายเฉพาะกับกลุ่มคนที่ถ้าเข้าใจผิด จะทำให้อาชีพการงานผมเสียหายได้ ถ้าเป็นพวกเพื่อนๆ หรือรุ่นพี่รุ่นน้องที่คณะ เธอก็มักจะแค่ยักไหล่แล้วบอกว่า 'อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวไก่ตื่น' 

ผมรู้สึกว่าเธอรู้สึกกับผมไม่ต่างกับที่ผมรู้สึกกับเธอ บางทีมันก็ดูมั่นใจเกินไป แต่สายตา ท่าทาง รอยยิ้มของเธอไม่โกหก เพียงแต่เธอไม่เคยพูดมันออกมาให้ชัดเจน ผมเองก็ยังไม่ทันได้ทำให้มันชัดเจน บางครั้งยิ่งอีกฝ่ายสำคัญกับเรามากๆ และความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่มันดีมากอยู่แล้ว เราก็กลัวที่จะขยับจากเพื่อนเป็นคนรัก แต่ในขณะที่เรารักษามันไว้ได้อย่างดี เราก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำบางอย่างมากเกินกว่าสถานะที่เราให้กัน ซึ่งตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่

ผมสั่งเครื่องดื่มมาเติมเรื่อยๆ พลางคิดหาวิธี ผมควรจะบอกเธอตอนนี้เลยว่ารู้สึกยังไง หรือควรจะกันท่าไปก่อนแล้วค่อยรอจังหวะเหมาะๆ หรือว่าปล่อยให้มันเป็นไป ถ้าเธอจะคู่กับผมเธอก็คงไม่หนีไปไหน

...

แสงแดดที่แยงตาทำให้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้น เมื่อปรับสายตามองภาพได้ชัดผมก็โล่งใจเมื่อพบว่าอยู่ที่ห้องนอนของตนเอง เมื่อคืนภาพมันตัดไปก่อนที่จะมาถึงบ้าน ผมจำได้รางๆ ว่ากำลังลงลิฟท์... มีคนอยู่กับผมด้วย...ใครนะ

"รอดตัวไป"...ผมบอกกับตนเองก่อนจะขยับตัวพลิกมาอีกทาง และชนเข้ากับบางอย่าง
สิ่งที่โดนชนขยับตัวก่อนจะยกหัวขึ้นมาหยีตามองผม...เธอนอนอยู่บนเตียงผม! 
"เธอมานอนตรงนี้ได้ยังไง!" ผมลุกขึ้นจากเตียงแทบไม่ทัน แล้วยังต้องมาตกใจอีกรอบเพราะบนตัวผมมีแค่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว
"..." ผมได้แต่กลืนน้ำลาย เมื่อคืนผมทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย!
"เมื่อคืนเธอเมา" เธอลุกขึ้นนั่ง "ใจเย็น อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนเสียพรหมจรรย์แบบนั้น มันไม่ได้มีอะไร เธอโทรให้เราไปรับเธอกลับบ้าน ระหว่างทางเธอร้องไห้หนักเลย เราเลยอยู่ปลอบเธอ แล้วก็เผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้...แค่นั้น"
"แล้วทำไมเราถึงไม่ใส่เสื้อ" ถามไปก็พยายามหาอะไรมาบิดส่วนของร่างกายที่ถูกเปิดเผย
เธอหัวเราะ "เธอถอดของเธอเองอ่ะ" ก่อนจะขยับลุกขึ้นยืน ฉวยเอาเสื้อยืดที่พาดอยู่ที่หัวเตียงโยนให้ผม ผมรีบรับมาใส่ทันที
เธอยิ้มขำๆ พลางส่ายหน้า "วันนี้วันเสาร์ จะพักอีกสักหน่อยก็ได้ ดูเหมือนเธอจะมีเรื่องกลุ้มใจเยอะเลยนะ" พูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องไป
SHARE
Written in this book
Midnight story

Comments