กฤษณะ story (6) : พระกฤษณะในมหาภารตะ (2)
สำหรับเรื่องราวของพระกฤษณะในมหาภารตะหลังจากที่เหล่าพี่น้องปาณฑปพ้นจากช่วงเนรเทศ 13 ปี (บวกกับที่ต้องปลอมตัวอีก 1 ปีแล้ว) เขาปรากฎตัวอีกทีในพิธีแต่งงานของอภิมันยุ (ลูกชายของอรชุนกับสุภัทรา) กับเจ้าหญิงอุตตรา หลังจากนั้นก็จะมีบทบาทอีกยาวเลยล่ะครับ ซึ่งพอสรุปได้ ดังนี้

1. สันติทูต : ท่ามกลางกระแสของสงครามที่หนาหูขึ้นเรื่อยๆ หลังจากการพูดคุยระหว่างเหล่าพี่ปาณฑปกับพันธมิตรที่แคว้นมัตสยะ ผลสรุปคือจะใช้วิธีการเจรจาทางการทูตกับท้าวธฤตราษฎร์และพี่น้องเการพก่อน โดยผู้ทำหน้าที่สันติทูตก็คือพระกฤษณะนั่นเอง โดยที่พระกฤษณะพยายามอธิบายถึงผลเสียของสงครามและขอทุกสิ่งที่ปาณฑปเสียไปกลับคืน แต่ทุรโยธน์และพรรคพวกไม่ยอมและตั้งท่าจะก่อสงครามเพียงอย่างเดียว แม้ว่าพระกฤษณะจะเจรจาขอที่ดินเพียง 5 หมู่บ้านก็ไม่ได้ผล เมื่อเห็นว่าการเจรจาล้มเหลวจึงจะขอตัวกลับ ทว่า ทุรโยธน์กลับสั่งให้ทหารจับตัวพระกฤษณะ พี่แกก็เลยแสดงวิศวรูป (แสดงร่างพระนารายณ์) ให้พวกทุรโยธน์ตกใจเล่นๆซะเลย

2. ข้อเสนอ : ก่อนสงครามเริ่มต้น ทั้งทุรโยธน์และอรชุนต่างเดินทางไปหาพระกฤษณะที่นครทวารกา ซึ่งตอนนั้นพระกฤษณะกำลังพักผ่อนอยู่ พอตื่นขึ้นมาก็เห็นทั้งสองคนมารออยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าทั้งคู่มีจุดประสงค์เดียวกันคือต้องการตนเป็นพันธมิตร ก็เลยมอบข้อเสนอให้เลือกระหว่างกองทัพของตนอันมีฉายาว่า นารายณี กับตัวของพระกฤษณะเองที่จะไม่จับอาวุธใดๆ โดยเปิดโอกาสให้อรชุนได้เลือกก่อน อรชุนเลือกตัวพระกฤษณะอย่างไม่คิดลังเล โดยขอให้พระกฤษณะเป็นสารถีให้ตน ซึ่งพระกฤษณะก็ตกลง เท่ากับว่ากองทัพนารายณีก็เป็นของทุรโยธน์ไปโดยปริยาย

3. ภควัตคีตา : ก่อนเริ่มสงครามที่กุรุเกษตรวันแรก อรชุนได้ขอให้พระกฤษณะขับรถไปที่ระหว่างสมรภูมิ เมื่ออรชุนเห็นบรรดาญาติมิตรต้องมาห้ำหั่นกันเองก็เกิดความหวาดกลัวในสงครามและไม่มีกะจิตกะใจจะรบ พระกฤษณะที่เห็นท่าทีของอรชุนจึงพยายามเตือนสติให้อรชุนระลึกถึงหน้าที่อันพึงควรกระทำของวรรณะกษัตริย์ ไม่ใช่เพียงแค่นั้น พระกฤษณะยังอธิบายหลักธรรมของศาสนาฮินดูอีกมากมายเพื่อดึงจิตใจของอรชุนให้เกิดความฮึกเหิมอีกครั้ง จนในที่สุด อรชุนก็ตระหนักถึงหน้าที่และเข้าใจหลักธรรมต่างๆ และตัดสินใจจับธนูคาณฑีวะเข้าร่วมรบอีกครั้ง ซึ่งบรรดาคำสอนเหล่านี้ ภายหลังถูกเรียกว่า “ภควัตคีตา” และเป็น section ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในมหาภารตะ

4. วีรกรรมในสงคราม : สำหรับพระกฤษณะนั้น แม้ว่าจะไม่ได้จับอาวุธเข้าร่วมรบ แต่พี่แกก็สร้างวีรกรรมเอาไว้มากมายในสงครามทุ่งกุรุเกษตร ซึ่งแยกเป็นข้อย่อยๆได้ดังนี้
- ในสงครามวันที่ 3 และ 9 เคยเกิดความคิดชั่ววูบจะสังหารภีษมะ (ผู้บัญชาการรบฝ่ายเการพคนแรก) แต่อรชุนก็ห้ามเอาไว้ทั้งสองครั้ง
- ค่ำสงครามวันที่ 9 พระกฤษณะได้บอกให้ยุธิษฐิระกับอรชุนไปหาภีษมะเพื่อสอบถามวิธีสังหาร ซึ่งภีษมะก็แนะนำให้พาศิขัณฑินมารบกับตน
- สงครามวันที่ 10 พระกฤษณะให้ศิขัณฑินเผชิญหน้ากับภีษมะ ซึ่งภีษมะรู้ว่าศิขัณฑินคืออัมพาที่กลับชาติมาเกิดจึงวางอาวุธ เปิดโอกาสให้อรชุนยิงศรนับพันใส่ภีษมะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
- สงครามวันที่ 14 พระกฤษณะใช้จักรสุทรรศน์บังแสงอาทิตย์ไว้ เพื่อให้ฝ่ายเการพเข้าใจผิดว่าเป็นเวลากลางคืน เปิดโอกาสให้อรชุนสังหารชยัทรัถตามคำสาบาน
- สงครามวันที่ 15 พระกฤษณะแนะนำให้ยุธิษฐิระกล่าวคำโกหกกับโทรณาจารย์ว่าอัศวัตถามาถูกสังหารแล้ว ตอนแรกยุธิษฐิระไม่ทำ แต่สุดท้ายก็ทำ (โดยการ “พูดความจริงครึ่งเดียว”) เปิดโอกาสให้ทฤษฏทยุมันสังหารโทรณาจารย์ตามคำสาบาน
- สงครามวันที่ 17 ระหว่างที่รถศึกของกรรณะตกหล่ม กรรณะขอให้อรชุนหยุดรบโดยให้คำนึงถึงธรรมะ แต่พระกฤษณะได้พูดจาก discredit กรรณะและยุให้อรชุนจัดการกรรณะเสีย ซึ่งอรชุนก็สังหารกรรณะไปในที่สุด
- สงครามวันที่ 18 ในการดวลคทาระหว่างภีมะกับทุรโยธน์ พระกฤษณะได้แสร้งเป็นพูดคุยกับอรชุนเพื่อให้ภีมะนึกถึงคำสาบานที่จะตีตักของทุรโยธน์ ภีมะได้ยินเสียงก็นึกออกและจัดการทุบหน้าตักของทุรโยธน์ในที่สุด

5. หลังสงคราม : จากการที่อัศวัตถามาใช้ศรพรหมเศียรทำลายลูกในท้องของเจ้าหญิงอุตตรา ซึ่งเป็นเชื้อสายฝ่ายปาณฑปคนสุดท้าย ทำให้พระกฤษณะโกรธมาก จึงสาปอัศวัตถามาให้ต้องทนทุกข์ทรมานและไม่มีใครรู้จักสักคนเป็นเวลานับพันปี พร้อมให้พรว่าลูกของอุตตราจะต้องมีชีวิต เมื่ออุตตราคลอดลูกชายออกมาแต่ตายไปเสียแล้ว พระกฤษณะจึงชุบชีวิตเด็กน้อยขึ้นมาอีกครั้ง ต่อมาเด็กคนนี้มีนามว่า “ปริกษิต”

6. ถูกคานธารีสาป : คานธารีซึ่งสูญเสียลูกชาย คือพี่น้องเการพทั้ง 100 คนจนหมด ทั้งเสียใจและโกรธแค้นเป็นอย่างมาก เธอได้กล่าวโทษพระกฤษณะที่แสร้งทำเป็นรักสันติ แต่กลับใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆนานาทำลายฝ่ายเการพ เธอจึงสาปพระกฤษณะให้ชาวยาทพต้องฆ่ากันเองจนสิ้นทั้งเผ่า อีกทั้งสาปให้พระกฤษณะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในอีก 36 ปีข้างหน้า ซึ่งพระกฤษณะก็ยอมรับคำสาปนี้แต่โดยดี

สำหรับเรื่องราวในช่วงสุดท้ายในชีวิตของพระกฤษณะนั้น สามารถอ่านได้ในตอน “วาระสุดท้ายของพระกฤษณะ” ตามลิ้งก์นี้นะครับ https://storylog.co/story/5900c54d06bd8f021d80c158
SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments