มาม่า
“กินเข้าไปมากๆ ระวังมันจะบวมอืดในท้องและท้องแตกตาย”เรามักจะได้ยินประโยคนี้เสมอเมื่อมีผู้ใหญ่ซักคน ผ่านมาเห็นเห็นเรากำลังกรอกสิ่งที่เรียกว่ามาม่าเข้าปาก อย่างเอร็ดอร่อย แน่นอนการกินโดยไม่ใส่น้ำร้อนนั้น ผู้ใหญ่ที่ไหนมาเห็นมักจะห้ามปรามเสมอ แต่สิ่งที่เราคือรีบกระดกถุงเมื่อให้มาม่า เข้าปากโดยเร็วที่สุด ผ่านมาจนขึ้นเลขสาม แล้วยังอยู่ได้สบายมาก

มาม่าอาจเป็นอาหารสำหรับช่วงชีวิตที่ยากแค้น เงินปลายเดือนที่เหลือน้อย อาหารสำหรับยามภัยพิบัติ อาหารออกค่ายตั้งแคมป์ หรือเอาไปกินตอนท่องเที่ยวต่างประเทศ แค่เติมน้ำร้อนก็สามารถอิ่มได้รสชาติที่คุ้นเคย อาหารยอดฮิตที่เส้นของมันสามารถแปลงเป็นเมนูได้สารพัด เรื่องนี้อาจจะเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว่าการกินเป็นขนมของว่างรสชาติมันชั่งอร่อย และ unique สุดๆ ไปเลยพี่จ๋า... อย่าถามหาสารอาหารถึงจะเคลมว่าใส่มา แต่แล้วไง?

นี่คือของโปรดในวัยเด็กยาวมาถึงปัจจุบัน แค่ขยำๆ เปิดซอง ใส่เครื่องแบบแห้งหนึ่ง แบบครีมอีกหนึ่ง อย่าลืมดูดซองเครื่องปรุงที่เป็นครีมด้วยเพราะเราไม่สามารถใส่มันได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ที่เด็ดความอร่อยอยู่ที่ตรงนี้ ทำไมให้น้อยจังลองนึกดูย้อนไปตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก นึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าสิ่งที่เรียกว่า “มาม่า” นั้นเรารู้สึกว่าเป็นขนมสำหรับเรามากกว่าการกินจริงจังโดยใส่น้ำร้อน เรารู้จักสิ่งนี้เลยก็ตอนเข้าโรงเรียนอนุบาลเห็นจะได้ อ้อ! ที่ได้กินครั้งแรกก็ไม่ใช่มาม่าด้วย แต่เป็น “ยำยำ ช้างน้อย” ซองเล็กๆ
สีเหลือง โดยถูกแนะนำจากรุ่นพี่แถวบ้าน(คาดว่า)แน่ๆ เพราะรุ่นพี่เด็กแถวบ้านนั้นมีอิทธิพลต่อเราเสมอและมาพบอีกทีคือร้าน ขนมหน้าโรงเรียน ที่ทุกเช้าก่อนเข้าโรงเรียน พ่อจะไปส่งและจะแวะให้ลงซื้อขนมหน้าโรงเรียน และนี่คือสิ่งที่ห้ามไม่ให้ถูกซื้อพอกับๆ ขนมที่แถมสติ๊กเกอร์สะสม
สุดท้ายก็จะลงเอยด้วยโอโจ้หรือขนมง่อยๆ ห่อสองห่อ ขนมที่ว่านี้กว่าจะได้กินก็หลังเลิกเรียนระหว่างรอรถมอเตอร์ไซหรือพ่อมารับ เพื่อนร่วมวัยส่วนมากก็ไม่มีใครได้กินเหมือนกัน

จนเกือบจะ ป.2 แล้วมั้งที่เราสามารถซื้อข้าวในโรงอาหารกินเอง ในโรงอาหารก็ไม่มีขาย!
สิ่งขายส่วนใหญ่จะเป็น ขนมถุง, ลูกชิ้นทอด ไก่ทอด (มีร้านหนึ่งขายคอไก่ทอดอร่อยมาก ต้องแย่งคิวกันซื้อ) ผลไม้ ต่างๆ ไอติมและน้ำอัดลมใส่แก้วเคลือบเทียน ที่มีกระปุกเกลืออยู่ตรงที่ใส่หลอด (จำได้ว่าตอนนั้นฮิตกิน เซเว่นอัพ(หรือสไปซ์) ใส่เกลือ ลุกลามมาถึง แป๊ปซี่ และน้ำต่างๆ จนตอนนี้ส่วนตัวก็ชอบเหยาะเกลือใส่ในกาแฟดำ)

แต่ไม่มีมาม่า สิ่งที่เราทำได้ในตอนนั้นคือ ช่วงพักกลางวันพยามยามกินแค่อาหารกลางวันกับน้ำ ขนมดอยของเพื่อนเอา รอหลังเลิกเรียน เพื่อที่จะได้มาซื้อที่ร้านค้าหน้าโรงเรียน และเป็นสิ่งที่เดินกินระหว่างทางกลับบ้าน ประมาณ 2 กิโลเมตรได้มั้ง เดินมากับรุ่นพี่อีกคนที่แม่ฝากให้เดินกลับมาด้วยพร้อมกัน เดินไปกินไปถูกอย่างต้องหมดก่อนถึงบ้าน ช่วงนั้นจำได้รู้สึกมีความสุขดีจัง เดินเรื่อยๆ วันไหนรถไม่ติด ก็จะขึ้นรถเมล์ ยังไงก็ขึ้นฟรีอยู่แล้ว ถ้าเงินเหลืออาจได้กินสเลอปี้แก้วละ 9 บาทด้วยสมัยนั้น 7-11 มาเปิดพึ่งมาเปิดหน้าปากซอยบ้าน เดินเข้าทุกวันถึงไม่ได้ซื้ออะไรก็ตาม

จนเมื่อย้ายบ้านมาอยู่ชานเมืองและย้ายโรงเรียน โรงเรียนที่อยู่เป็นโรงเรียนเล็กๆ อาหารกลางวันก็แสนน่าเบื่อที่โรงเรียนเตรียมให้ ขนมที่กินระหว่างพักก็น่าเบื่อเข้าไปอีก มีแค่ขนมไทยล้วนๆ
ขนมถุงคือไม่มีเลยเหอะ 

แต่มีร้านค้าอยู่หน้าโรงเรียน แค่วิ่งข้ามถนนไป โรงเรียนก็ไม่ได้มีรั้วรอบขอบชิดอะไร
จนเมื่อ ป.6 (ย้ายมาเรียนตอน ป.5) เวลาก็มาถึงการแอบข้ามถนนไปซื้อขนมก็เกิดขึ้น
ตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นการลักลอบทำความผิดแต่ก็ตื่นเต้นไปในเวลาเดียวกัน ที่จริงรอจนโรงเรียนเลิกไปซื้อก็ได้ แต่เรารอมานานจนได้เป็นรุ่นใหญ่เสียที การลักลอบออกไปซื้อขนมนั้นไม่มีอะไรมาก เหมือนเป็นเวรผลัดกันไปซื้อเป็นวันๆ แค่จดๆ ใครเอาอะไรบ้าง ของที่กินกันก็พื้นๆ ขนมถุง ลูกอม
(ที่เป็นสิ่งหรูหรามีค่าทางจิตใจมากๆ) แต่สิ่งที่เป็นที่โปรดปรานมากๆ อีกอย่างของการไปซื้อครั้งนี้ คือแป๊ปซี่ใส่น้ำแข็ง (ในโรงเรียนนี้ก็ไม่มีขายเหมือนกันจ้า ขายแต่น้ำสมุนไพรที่หวานแสบคอและใส่เม็ดแงลักด้วย)

เวลากินคือซองขนมเศษซากทุกอย่างต้องเก็บไม่ทิ้งที่ถังขยะในโรงเรียนด้วย หรือก็ต้องแอบทิ้งไม่ให้ครูเห็นว่าใครเป็นคนทิ้ง เวลากินก็ต้องแอบหลังกินกันหลังตึก ห้องน้ำบ้าง ไม่เคยได้นั่งกินอย่างสบายใจเลย แต่ก็นะการทำอะไรท้าทายบ้างก็สนุกดี แน่นอนแต่สิ่งที่ซื้อกินประจำเลยทุกครั้ง “มาม่าต้มยำกุ้ง” ซึ่งเข้ามาอยู่ในใจตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และก็ลากยาวมาจนปัจจุบัน

แล้วกินแบบใส่น้ำร้อนบ้างรึเปล่า? เคยสิ กินเยอะด้วยในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยไง
อาหารในโรงอาหารคือง่อยมากตึกที่เรียนก็อยู่ไกลมาก จะออกไปกินนอกมหาวิทยาลัยก็ขี้เกียจอีก เลยได้ร้านค้าใต้ตึกนี่แหละ ส่วนมากจะกินแค่รสหมูสับกับไวไวต้มโคล้ง กินพรอมลูกชิ้นทอดและน้ำอัดลม 

แต่มีรสหนึ่งที่กินแล้วชอบเลยคือรสหมูสับ แต่ต้องกินแบบเครื่องครบนะในร้านยำแซบ จะมีเมนูมาม่าหมูสับอยู่อร่อยมากครบเครื่องหรือไม่ก็กินเป็นอาหารอย่างอื่น เช่น เป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เป็นยำ เป็นผัด สำหรับกินเป็นของกินเล่นต้อง “มาม่าต้มยำกุ้ง” เท่านั้น เคยลองกินไวไวรสคลาสสิกแล้วแต่ก็ไม่ได้เค็มไป

เวลาเบื่อๆ เดินในร้านสะดวกซื้อแล้วไม่รู้ก็กินอะไรมีสิ่งนี้แหละ ที่ช่วยให้อาการเบื่ออาหารหายไปโดยฉับพลัน ครั้งนี้ก็เช่นสิ่งที่ได้ติดมือกลับมาคือ กาแฟสด สาหร่าย และมาม่าห่อนี้ 


ยินดี.
สวัสดีวันอาทิตย์

SHARE
Written in this book
Diary
Writer
PiXiT
Unemployed
No Tea, No Shade!

Comments