วันนี้ฉันรู้สึก ..
สวัสดีชาว storylog เราเจอกันอีกครั้งแล้วนะ หลังจากที่ห่างหายไปเป็นปี วันนี้เรามีโอกาสเข้ามาเขียนเล่าเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนที่จะกำลังนั่งพิมพ์เรื่องราวนี้นั่นเอง สดๆร้อนๆเลยทีเดียว .. 
มันเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า ความรู้สึกมันเกิดขึ้นชัดเจนมากจนตัวเองต้องเล่าและเก็บไว้กลัวว่าสักวันนึงเราจะลืมความรู้สึกนี้ไป แล้วเราจะเสียดายมันมากถ้าเราลืม .. 
___ บอกก่อนเลยว่า ณ ตอนนี้ ทุกวันนี้ที่เราตื่นลืมตาขึ้นมาและใช้ชีวิตแบบเดิมวนลูปเรื่อยๆ ไม่มีผู้คนใหม่ๆ ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ใหม่ มีแต่คนเดิมๆที่สนิทกันอยู่แล้วเข้ามาวนเวียนรอบตัว เสมือนเขาได้หมุนรอบตัวเราอย่างถาวรแล้ว ในขณะที่เราก็ไม่ได้แม้แต่จะหมุนรอบตัวเอง เรานิ่งเฉย เราไม่มีแรงขับเคลื่อนให้เปิดใจกับสิ่งใหม่ๆมาสักพักแล้ว เราก็ไม่รู้สาเหตุการมาการไปของอาการเหล่านี้เหมือนกัน เรารู้เพียงแต่ว่ามันแย่เอาการ เราเคยสงสัยว่าคนเราจะ "จม" ได้ขนาดไหนกันเชียวกับความรู้สึกหนึ่งๆ เราไม่เคยคิดหาคำตอบและหนำซ้ำเราไม่คิดที่จะหาทางหลุดพ้นด้วย ยอมรับเลยว่าช่วงนั้นคือช่วงวิกฤติของชีวิตวัยยี่สิบปีมากๆ ความรู้สึก "จม" ที่ว่ามันกินเวลาค่อนข้างนาน ทำไมไม่ผ่านไปสักที เราก็ถามตัวเองทั้งๆที่ตัวเองกลับไม่ได้ทำอะไรเลย ฟังดูแย่นะ แต่ก็แย่จริง ฮ่าๆ แต่เหมือนมีความเห็นใจจากใครก็แล้วแต่ บอกให้เรา move on จากความรู้สึกที่ไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกอะไร มีเสียงในใจเราบอกให้เราพยายามหาทางออกกับสิ่งๆนี้ สู้กับมัน เราก็ได้ลองทำอะไรใหม่ๆที่เราไม่ค่อยถนัด มันก็พบว่า สิ่งๆนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น เราลองค้นหาสิ่งท้าทายที่ตัวเองลึกๆต้องการ เราก็พบว่าเรามีสิ่งที่อยากทำและต้องการเต็มไปหมด และเราก็จะทำมันให้ได้ทั้งหมดให้ได้ในชีวิตนี้ มีเพื่อนคนนึงเขาเหมือนเป็นพลังบวกให้กับเรา พอเราได้คุยกับเขาในเรื่องต่างๆเรารู้สึกว่า เชือกในใจเราเริ่มแก้ปมไปได้ทีละนิดแล้ว การที่เราคุยกับใครสักคน ใครก็ได้ในสิ่งที่เราคิด เราฝัน เราว่ามันทำให้เรามีไอเดีย มันทำให้เรามีโอกาส มันทำให้เรารู้สึกว่าเราทำมันได้ และมันทำให้เราได้เปิดมุมมองตัวเองมากขึ้น เราเป็นคนนึงที่เชื่อว่า ถ้าเราไม่พร้อมเราก็จะไม่ฝืน แต่เราเพิ่งพบ(ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที)ว่า เราไม่ได้รอให้ตัวเองพร้อมหรอก เราว่าเราไม่กล้า เราว่าเรามีความกลัวมากกว่าความกล้า มันเลยทำให้เราไม่ไปไหนอย่างที่เราอยากให้เป็นสักที มันทำให้เราย่ำอยู่กับที่ โดยที่คนอื่นๆก็เดินทางผ่านเราไปตั้งมากมาย เราเพิ่งมาคิดได้ว่า สิ่งที่เราบอกว่า ถ้าไม่พร้อมก็อย่าฝืน มันเป็นเหมือนข้ออ้างของเราเพื่อให้เรารู้ว่าเราไม่ได้กลัว แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าข้ออ้างนั้นทำร้ายความรู้สึกเราได้ขนาดนี้ ตอนนี้ที่กำลังพิมพ์อยู่นั่น เราคิดว่าเราหลุดออกจากกรอบความกลัวที่ตัวเองสร้างและข้ออ้างต่างๆที่ตัวเองบัญญัติขึ้นแล้ว เราภูมิใจในตัวเองที่รู้ตัวและมีความพยายามและมีสติกับการใช้ชีวิต ตอนนี้ก็เหลือแต่ว่าเราจะมีวินัยกับตัวเองมากพอมั้ยแค่นั้นเอง ฮ่าๆ 
____ มาถึงตรงนี้แล้ว ก็อยากจะบอกกับนักอ่านทุกคนที่ผ่านเข้ามาอ่านเรื่องราวของใครก็ไม่รู้ที่ไม่เคยรู้จักกันว่า ขอให้เชื่อมั่นในตัวเอง ขอให้เชื่อในเสียงหัวใจตัวเอง ซื่อสัตย์และศรัทธาในตัวเอง กล้าที่จะผิดพลาด กล้าที่จะแข็งแกร่ง เอาชนะความกลัวและข้ออ้างบ้าๆบอๆที่ตัวเองก่อมันขึ้นมา มองว่ามันไม่มีตัวตน แล้วออกไปสู้กับชีวิตให้สุด .. 
____ ใช้พลังชีวิตเพิ่มพลังใจในชีวิต ด้วยรัก.  

ปล. ขอบคุณเพื่อนคนนั้นในวันนี้มากๆ หวังว่าสักวันแกจะผ่านมาอ่านนะ
SHARE
Writer
pimjayy
dreamer
i sea you :')

Comments