การเปลี่ยนแปลง...อีกครั้ง
จริงๆเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เราเล่าให้คนสนิทรอบตัวฟังมาแล้วหลายสิบครั้ง
และบางครั้งก็จบลงที่ความเห็นแบบผ่านๆ ตามประสาคนไม่อิน
ในขณะที่คนที่รู้สึกrelateก็จะคอมเมนท์แบบดุเดือดและแสดงออกถึงความเห็นใจ
ช่วงปลายปีที่แล้วเราได้เขียนความรู้สึกและสิ่งที่เกิดขึ้นในแอคเค้าท์นี้
มันช่วยให้เราผ่านอะไรไปได้บ้าง
จนผ่านไปครึ่งปี
หลายๆสิ่งเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังตีนเลยมั้ง
หรือง่ายๆก็โตเกียวดริฟต์อ่ะเพ่่่...
เราตัดสินใจทิ้งทุนหลังจากเรียนไปได้เทอมนึง
การเรียนเป็นอะไรที่สนุกมาก 
เพื่อนน่ารัก...ถึงแม้ในวันที่พรีเซ้นท์งานกลุ่มจะหายหัว และมีคนอื่นมาฟังแค่สองคน
ดิชั้นล่ะปลื้มค่ะ//เอามือทาบอก
อย่างน้อยพวกนางก็เอาชามาให้ในวันที่ดิชั้นเป็นinsomniaค่ะ 
นังบอก ยูว์กินนะจะได้นอนบ้าง 
อาจารย์(บางคน)ก็โคตรhelpful ส่งเมจเสจแบบdirectly เรยแม่
ถ้ามาหาได้ดิชั้นว่าชีคงมาถึงหน้าหออ่ะ

ต่อให้หลายๆอย่างดูเหมือนจะโอเค
แต่ก็มีหลายสิ่งที่ไม่โอเคอยู่ดี
ใช่ค่ะ ดิชั้นเอง
สุขภาพและจิตใจดิชั้นไม่โอเคเลยค่ะ
ประเด็นคือมันหดหู่กว่าที่คิดในตอนที่ป่วยในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา
ก็ต้องนอนแห้งตายอยู่ ณ ตรงนั้นค่ะ
สุดท้ายแล้วก้ต้องตัดสินใจออกมา
เอาว่ะ กุสมัครเข้ามาเอง ก็ต้องออกเองให้ได้
ไปรักษาตัวก่อน 
ลองไปสู้กับโรคซึมเศร้าที่คัมเบคยิ่งใหญ่กว่าการกลับมาของThe Jonas Brothers
หรือการคืนดีกันของKaty Perry และTaylor Swift

ในวันที่บินกลับไทยเราก็กระวนกระวายไปหมด 
พร้อมกับปิดมันไว้ไม่ให้ใครในครอบครัวรู้
บอกแค่วันหยุดอีสเตอร์ตรงกับวันเกิดเลยได้กลับมาเดือนนึง
สุดท้ายพอได้กลับมาก็ป่วย
หมอบอกว่า คุณมาจากประเทศที่อากาศติดลบ มาเจออากาศประเทศไทย​ณ ตอนเมษา
และประโคมดื่มนำ้แข็งในอุณหภูมิ 4 องศา
พร้อมกับแนบลิสต์รายการอาหารต้องห้าม
จนคิดว่าเอิ่ม กุแดกอะไรได้บ้างคะนอกจากผลไม้
นี่กุได้แต่ถามตัวเองว่า กุถ่อมาเพื่อแดกซีฟู้ดกับอาหารไทยให้หนำใจ 
ไหงกุโดนห้ามทุกอย่างยันเนื้อสัตว์ โซเดียม และนำ้แข็งด้วยวะ
บ้าไปแร้ววววววววว
แถมยาที่หมอให้ก็ทำได้แค่ตื่นมาแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ตัวเองตอนเที่ยงคืนได้ในเวลาห้าวิ
แล้วหลับไปเพราะฤทธิ์ยา
พอหายดีก็ลากตัวเองไปหาหมออีกรอบเรื่องโรคซึมเศร้าค่ะ
เป็นสาวแกร่งค่ะ สั่งให้ทุกคนไปลั้ลลา ณ เกาะลันตา
ส่วนกุโบกรถตู้ไปโรงบาลจย้าา แล้วลุงคนขับก็คือคนที่นี่เคยใช้บริการรับส่งตอนประถม
ถ้าให้นับก็คือแปดปีที่แล้วค่ะ และแน่นอนว่าลุงจำนี่ไม่ล้ายยยยย
การกลับไปรอบนี้เราเล่าทุกอย่างให้คุณหมอฟังถึงเรื่องราวทั้งหมด
กลายเป็นว่าอินี่เป็นคนคาดหวัง(กับตัวเอง)สูงค่ะ ตั้งมาตรฐานสูงกว่าคนอื่น 
พอไม่ได้ตามเป้าก็เลยเจ็บ พร้อมกับวาดรูปนั่งกระโดดนำ้ให้ดู แล้วให้เราตอบว่าเป้าหมายเราอยู่ตรงไหน แล้วก็จากกันด้วยยาต้านเศร้า

เราใช้เวลาสองสามวันตะล่อมกับแม่ คนที่เราคาดว่าเค้าจะเข้าใจเราที่สุด
ไม่ใช่เพราะเพศที่ natural born หรือบุญคุณ 
แต่เพราะในเวลาสองปีที่ผ่านมาเราและตัวเค้าเองได้กลับมาทำความรู้จักกันมากขึ้น
และสุดท้่ายก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย 
ไร้ความเข้าใจ และดีแค่ไหนที่ไม่ไล่ให้ไปฟังธรรม
เพราะชั้นเปลี่ยนเป็นคริสต์แล้วจย้าาาาาา
เลยทำได้แค่ ช่างแม่ง 
แบบเหมือนในหนังเรื่องนึงที่เราชอบ
พี่Jake Gyllenhaal บอกไว้ว่า " Fuck is a great word "
This word is totally appropriate in this circumstanceค่ะ
เราเลยตัดสินใจแยกย้าย และออกเดินทางอีกครั้ง
พร้อมบ่นในใจว่า 
กุนี่นางเอกเนอะ เจ็บแล้วเยียวยาตัวเองเก่ง
ชาติที่แล้วเป็นนกกระเรียนเรอะ
เราก็ยังปิดทุกคนไว้เหมือนเดิม
แล้วก็ออกเดินทางจากจังหวัดเล็กๆในภาคใต้สู่เมืองหลวง
ก่อนจะเปลี่ยนจากกระเป๋าล้อลากเป็นแบกเป้ขึ้นมายังจังหวัดที่โคตรป๊อบของภาคเหนือ
ที่เราเคยใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในช่วงหน้าร้อนปีที่แล้ว
อาจจะแค่คิดถึงบรรยากาศโง่ๆที่ปัจจุบันเป็นเพียงอดีต
ก่อนจะพบว่าอะไรก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เลยพาตัวเองที่ร่างกายอ่่อนล้า(เพราะฤทธิ์ยาที่จำเป็นต้องกิน)ไปเผชิญ700กว่าโค้ง
พร้อมกับจุดหมายที่ว่างเปล่า

จนเราได้รู้จักกับน้องฝรั่งอายุหกขวบจากเยอรมันนี
เราพอสื่อสารกันเข้าใจ พอในที่นี่คือ น้องพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ส่วนนี่ก็ได้เยอรมันเล็กน้อย
ภาษาที่เราสื่อสารกันคือ ภาษาอังกฤษและภาษากายที่น้องซึ่งอยู่ในวัยแห่งการลอกเลียนแบบต้องเรียนรู้จากคนรอบข้าง
เด็กที่เลียนแบบกุในวันนี้คือผู้ใหญ่ที่(น่าจะ)ดีในวันหน้าค่ะ//ปิดไมค์
เราก็เลยขยายวันพักไปเรื่อยๆ
พร้อมๆกับการออกไปเจออะไรใหม่ๆด้วยตัวเอง
พร้อมกับสอนน้องวาดรูปในทุกๆวัน 
จนน้องต้องไปเราได้คุยกับแม่น้อง
เค้าถามเราว่า ทำไมมาที่นี่คนเดียวหรอ 
เราเลยตอบกลับไปว่า ก็ที่นี่ไม่มีใครรู้จักฉัน ฉันเลยมาที่นี่
เค้าก็ตอบกลับมาว่า เค้าก็เคยทำอย่างนั้นเหมือนกัน 
เค้าเคยย้ายไปอยู่เบอร์ลินตอนที่เสียพ่อของน้องไป ตอนนั้นน้องอายุ 1 ขวบเอง
เราช็อคนะ เพราะเคยถามน้องว่าพ่ออยู่ไหน น้องได้แต่ชี้ๆไปสักที่
เออแม่งเศร้าว่ะ บทสนทนานี้น่าเศร้าชิบหาย

สุดท้ายเราก็ได้แยกกับน้อง 
ซึ่งอินี่ก็เกลียดfarewellจ่ะ ไม่เคยพาตัวไปในจุดนั้นเลย 
ในการลาออกทุกครั้งนี่ก็คือ
วิ่งแบบเหมือนคนมาบอกว่า เอ๋!วิ่งงงงงงงง! 
หรือไม่ก็ Run! Forest Runnnnn ใน Forest Gump ตล๊อดดด

แต่รอบนี้เราวิ่งไม่ทันว่ะ น้องวิ่งตามมาพร้อมสร้อยคอที่น้องทำเอง แล้วน้องก็ไม่ใส่ร้องเท้าด้วย
อินี่แบบ รูกกกกกกกกกกกกกก ไม่ต้องทำเพื่อกุขนาดนั้นนนน
การที่เราสนิทกันถึงขั้นมานอนด้วยกันและชั้นพาไปเลี้ยงหนมมันเล็กน้อยมาก
ชั้นแค่แพ้เด็กน่ารักกกกฮืออออ

และก็เป็นเพราะคำตอบที่เราตอบแม่น้องเราก็เลยตัดสินใจอยู่ต่อมาเรื่อยๆจนเป็นเดือน
เก็บตัวทำงาน ที่เราปล่อยให้มันค้างคาไว้บางชิ้นก็ไม่เคยวาดจนจบตั้งแต่ปีที่แล้ว
พร้อมกับทำความรู้จักคนไปเรื่อยๆ 
มีร้านประจำ มีร้านหนังสือร้านโปรด มีมุมพระอาทิตย์ตกส่วนตัว 
และheal ตัวเองไปเรื่อยๆ 
บางวันเราก็ตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกเศร้า บางวันก็ดีมากๆ
แต่ในเมื่อไม่มีอะไรให้รบกวนใจมากมายเลยห่างไกลความรู้สึกแย่ๆไปได้เยอะเลย

เราตัดสินใจกลับไปเก็บของจากที่ที่เราจากมาอีกครั้ง
ความรู้สึกมันไม่เหมือนก่อน
เราแค่ไม่มีความสุขอีกแล้ว
ต่อให้ใครว่าป้ายชื่อหรือใบปริญญามันจะดีและเพิ่มฐานเงินเดือนได้แค่ไหน
เรายังรักการถูกsurroundedจากสิ่งรอบตัวที่นั่นนะ
ชั้นรักการไปคอนเสิร์ต การไปซื้อแผ่นเสียง แต่ชั้นเกลียดการเป็นกะเหรี่ยงจ่ะ
การเป็น outsider น่าจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น
เราคงจะกลับไปในวันที่พร้อม ถูกจังหวะ และถูกที่ มากกว่านี้

ตอนนี้เรากลับมาไทย
และก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะอยู่ที่ลับๆแบบนี้อีกนานมั้ย
เอาจริงเรายังไม่รู้อะไรเลย สักอย่างเดียว
บทสนทนากับใครหลายๆคนที่เราได้เข้าไปทำความรู้จัก
เค้าต่างบอกว่า อายุเท่านี้เอง
เอาจริง เราว่าเราแม่งคาดหวังกับ(อายุ)ตัวเองเยอะไปว่ะ
เราแม่งนั่งดูคลิปนึงของน้าแน็คที่เค้าบอกว่า ช่างแม่งเรื่องอายุไปเลย
และใครหลายๆก็บอกว่าการคาดหวังเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่ทำอะไรก็ต้องพอดีๆ

เอาจริงเราเป็นคนจำเส้นทางเก่งมากเลยนะ
แต่เราจะเป็นเป็ดหลงทางไปอีกนานแค่ไหนวะ
การเป็นเป็ดสายบู้มันเหนื่อยนะว้อยยยย
ชั้นบู้มาแล้ว1/4ของชีวิต 
และหมอดูบอกว่า ชั้นจะมีทุกอย่างตอนสามสิบ
เห้อมม อีกสิบปี กุจะรอดถึงวันนั้นมั้ยวะ
และนางยังทิ้งท้ายว่า ให้กุอยู่คนเดียว ไม่ก็ไปบวชชี
ทำได้แค่ปลอบชีวิตตัวเองที่แสนmiserable แบบทำนองลูกเสือ
เยี่ยมจริง เยี่ยมจริง เยี่ยมจริง
SHARE
Writer
ginagina
daydreamer
The Tragic Romantic,

Comments